ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
04 June 2026 17:28 by ssadmin
รวม 10 ร่างทองบอลโลก! ย้อนตำนานบอลทองคำ


รางวัลบอลทองคำฟุตบอลโลก คือเกียรติยศที่มอบให้แข้งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ จากการโหวตของผู้สื่อข่าวฟุตบอลและฝ่ายเทคนิค ไม่ได้วัดแค่ใครยิงเยอะสุด หรือทีมใครได้แชมป์ แต่ดูผลกระทบทั้งรายการแบบเต็ม ๆ



ตั้งแต่เริ่มมอบในปี 1978 รางวัลนี้กลายเป็นเวทีประทับตราตำนานหลายราย คนแรกคือ มาริโอ เคมเปส หัวหอกบาเลนเซีย ที่กด 6 ประตู พาอาร์เจนตินาเถลิงแชมป์โลกสมัยแรกบนแผ่นดินตัวเอง รวมถึงเบิ้ลใส่เนเธอร์แลนด์ในนัดชิงที่ "ฟ้าขาว" ชนะ 3-1 หลังต่อเวลา

ปี 1982 เปาโล รอสซี่ เขียนบทคัมแบ็กสุดคลาสสิก หลังพ้นโทษแบน 2 ปี ก่อนระเบิดฟอร์มในรอบน็อกเอาต์ เหมาแฮตทริกใส่บราซิล เบิ้ลโปแลนด์ในรอบตัดเชือก และยิงเปิดหัวใส่เยอรมนีตะวันตกในนัดชิง พาอิตาลี หรือ "อัซซูรี่" ซิวแชมป์ พร้อมคว้าทั้งดาวซัลโวและบัลลงดอร์ปีเดียวกัน

ปี 1986 เป็นทัวร์นาเมนต์ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า แบบไร้ข้อกังขา ตำนานอาร์เจนไตน์แบกทีมแทบทั้งหลัง ก่อนฝากสองช็อตอมตะใส่อังกฤษ ทั้งประตู "หัตถ์พระเจ้า" และลูกลากเดี่ยวจากแดนตัวเอง แล้วไปปั้นเกมจนคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ

ต่อด้วย ซัลวาตอเร่ สคิลลาชี่ ดาวยิงอิตาลีปี 1990 ที่แจ้งเกิดแบบไม่มีใครคาด หลังเพิ่งติดทีมชาติก่อนทัวร์นาเมนต์แค่ 3 เดือน แต่กด 6 ประตูพาเจ้าภาพลุยถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนคว้าทั้งบอลทองคำและรองเท้าทองคำ

ปี 1994 โรมาริโอ โชว์ของเต็มพิกัด ยิง 5 ประตู พาบราซิลผงาดแชมป์โลกสมัยที่ 4 โดยเข้าขากับ เบเบโต้ จนกลายเป็นหนึ่งในคู่หูเกมรุกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ส่วนปี 1998 แม้ โรนัลโด้ จะเจอค่ำคืนฝันร้ายในนัดชิงกับฝรั่งเศส แต่ผลงานก่อนหน้านั้นทั้ง 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ ทำให้ "โล้นทองคำ" ยังได้รางวัลนี้ไปครอง

ปี 2002 โอลิเวอร์ คาห์น กลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกและคนเดียวจนถึงตอนนี้ที่คว้าบอลทองคำ หลังเซฟเป็นว่าเล่นพาเยอรมนีเข้าชิง แม้นัดสุดท้ายจะพลาดจนบราซิลชนะ 2-0 แต่ภาพรวมทั้งทัวร์นาเมนต์ยังเด่นเกินหักล้าง

ปี 2006 ซีเนอดีน ซีดาน กลับจากรีไทร์ทีมชาติแล้วคุมแดนกลางฝรั่งเศสอย่างสง่างาม ก่อนปิดฉากอาชีพด้วยใบแดงจากจังหวะโขก มาร์โก มาเตรัซซี่ ในนัดชิงที่แพ้อิตาลีดวลจุดโทษ แต่ผลงานก่อนหน้านั้นยังดีพอให้เขาคว้ารางวัล

ปี 2010 ดิเอโก้ ฟอร์ลัน แบกอุรุกวัย หรือ "จอมโหด" เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ พร้อม 5 ประตู โดยเฉพาะการใช้บอลอาดิดาส จาบูลานี่ ที่หลายคนบ่นว่าคุมยาก ให้กลายเป็นอาวุธทำลายล้างจากลูกยิงสุดเฉียบ

ส่วนปี 2014 ลิโอเนล เมสซี่ พาอาร์เจนตินาเข้าชิงด้วย 4 ประตู 1 แอสซิสต์ และจ่ายคีย์พาสมากสุดของทัวร์นาเมนต์ถึง 23 ครั้ง โดยเฉพาะลูกปั่นเสียบมุมใส่อิหร่านที่สะท้อนความมหัศจรรย์ของเขาอย่างแท้จริง แม้สุดท้ายต้องรับรางวัลด้วยสีหน้าเจ็บปวดแทนการชูถ้วยแชมป์โลกก็ตาม

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก GiveMeSport
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel