คนเหล็กมาแล้ว! 'ฮาแลนด์' แบก 'นอร์เวย์' ลุยบอลโลก
เออร์ลิง ฮาแลนด์ อาจถูกมองเหมือน “คนเหล็ก” หน้าโกล เพราะยิงเป็นเข้าและสถิติแทบไม่ใช่มนุษย์ แต่เบื้องหลังความโหดนั้นคือแข้งที่แบกความหวังของนอร์เวย์ไว้เต็มบ่า และในที่สุดก็พาทีม คว้าตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
นี่คือการกลับสู่รอบสุดท้ายครั้งแรกของนอร์เวย์นับตั้งแต่ปี 1998 และพวกเขายังไม่ได้เล่นยูโรตั้งแต่ปี 2000 ก่อนที่ฮาแลนด์จะเกิดเสียอีก ดังนั้นคำว่า “ดีใจ” อาจยังไม่พอ เพราะเจ้าตัวยอมรับว่าโล่งใจมากกว่าหลังภารกิจยาวนานสิ้นสุดลง
หัวหอกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกจับตามาตั้งแต่แจ้งเกิดกับโมลด์ และแม้มีมาร์ติน โอเดการ์ด เป็นอีกหนึ่งซูเปอร์สตาร์ร่วมยุค แต่คนที่โดนคาดหวังให้พานอร์เวย์กลับเวทีใหญ่ที่สุดของโลกมากที่สุดก็คือฮาแลนด์ ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยหนีแรงกดดันนี้เลย
"มันสร้างความกดดันให้ผมเยอะมาก แต่ผมชอบความกดดันนะ และถ้าผมไม่ได้เป็นเออร์ลิง ฮาแลนด์ ผมก็คงกดดันเออร์ลิง ฮาแลนด์หนักเหมือนกัน!" ดาวยิงนอร์เวย์ เริ่มกล่าวกับนิตยสารจีคิวเมื่อปีก่อน
ผลงานของเขาก็สมราคาคนโดนจับจ้อง ฮาแลนด์กดไปแล้ว 55 ประตูจาก 49 นัดให้ทีมชาติ โดย 28 ลูกเกิดขึ้นใน 20 เกมหลังสุด ส่วนรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 เขายิงทุกนัด รวม 16 ประตูจาก 8 เกม ไม่มีใครในยุโรปหรือสมาพันธ์อื่นทำได้มากกว่า
สตาเล่ โซลบัคเค่น วางเกมรุกของนอร์เวย์ชัดเจนว่า ต้องป้อนบอลให้เบอร์ 9 รายนี้อยู่ในพื้นที่อันตรายมากที่สุด แต่ฮาแลนด์ไม่ได้ยืนรอบอลอย่างเดียว เพราะเกมรับและการเล่นพักบอลของเขาพัฒนาขึ้นมากภายใต้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ “เรือใบสีฟ้า”
"นักเตะคนอื่นรู้ว่าเออร์ลิงคือคนที่มีโอกาสชนะเกมให้เรามากที่สุด และเราต้องทำให้แน่ใจว่าเขาได้อยู่ในพื้นที่ที่ถูกต้อง เพื่อยิงประตูและสร้างอันตราย" โซลบัคเค่น กล่าว
แม้นอร์เวย์จะเจองานหินในกลุ่มที่มีฝรั่งเศส, เซเนกัล และอิรัก แต่ด้วยตัวสนับสนุนอย่างโอเดการ์ด, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น, อันโตนิโอ นูซ่า, ซานเดอร์ เบิร์ก และออสการ์ บ็อบบ์ ทำให้ “ไวกิ้ง” ถูกมองเป็นม้ามืดได้ไม่ยาก
ฮาแลนด์เคยบอกว่าอยากพัฒนาทั้งระบบฟุตบอลนอร์เวย์ให้กลายเป็นชาติใหญ่ของวงการ และตอนนี้เวทีฟุตบอลโลกคือสนามพิสูจน์ชั้นดีว่าเขาไม่ได้มาแค่ยิงตุง แต่พร้อมแบกความฝันของทั้งประเทศไปด้วย
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Goal