นักเตะหมู่บ้าน
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Mar 2020
ตอบ: 335
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jun 04, 2026 10:57
คดีที่กำลังเดือดสุด ๆ ในอังกฤษตอนนี้
#JusticeForHenryNowak
เด็กหนุ่มชาวซิกข์ กับโลกที่เติบโตมาพร้อมมีด
1- “วิกรม” (Vickrum Digwa) อายุ 23 ปี เกิดที่เมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ พ่อแม่ของเขามาจากอินเดีย แม่คลอดวิกรมกับพี่ชายที่อังกฤษ ทำให้สองพี่น้องถือสัญชาติอังกฤษโดยกำเนิด แต่แม่ยังคงถือสัญชาติอินเดีย
2- เซาแธมป์ตันเป็นเมืองที่มีชุมชนชาวซิกข์ขนาดใหญ่และเก่าแก่ ส่วนใหญ่อพยพมาจากรัฐปัญจาบ ประเทศอินเดีย พวกเขารวมตัวกันเหนียวแน่น และยังคงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับครอบครัวของวิกรม
3- พอวิกรมอายุ 10 ขวบ ก็ถูกส่งไปเรียนศิลปะป้องกันตัวและการใช้อาวุธโบราณของชาวซิกข์ เขาจึงเติบโตมาด้วยความหลงใหลในด้านนี้ ในห้องนอนของเขามีอาวุธซิกข์โบราณมากกว่า 20 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นมีดและดาบ
“กิรปาน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออาวุธ?
4- ชาวซิกข์จะพกสิ่งมงคล 5 อย่างติดตัวตลอดเวลา เรียกว่า 5K เพราะทั้งหมดขึ้นต้นด้วยตัวอักษร K ในภาษาปัญจาบ ได้แก่
◾ เกศา คือการไว้ผมและหนวดเคราโดยไม่ตัดไม่โกนตลอดชีวิต
◾ หวีไม้ ซึ่งเก็บไว้ในมวยผม
◾ กำไลเหล็ก สวมไว้ที่ข้อมือขวา
◾ กางเกงชั้นในขาสั้นแบบดั้งเดิม
◾ มีดกิรปาน
5- “กิรปาน” (Kirpan) เป็นมีดพิธีกรรม ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาที่ต้องพกติดตัวไปทุกที่ แต่เมื่อชาวซิกข์อพยพไปอยู่อเมริกาเหนือและยุโรป สังคมก็ตื่นตระหนกที่เห็นพวกเขาพกมีด ทำให้เกิดข้อพิพาทอยู่หลายครั้ง
6- หนึ่งในคดีสำคัญเกิดขึ้นที่แคนาดาในปี 2006 เมื่อเด็กชายชาวซิกข์วัย 13 ปี ทำมีดกิรปานหล่นในโรงเรียน สร้างความแตกตื่นให้กับครูและนักเรียน โรงเรียนจึงสั่งห้ามไม่ให้เขาพกกิรปานมาอีก แต่ผู้ปกครองไม่ยอมและฟ้องโรงเรียน คดีนี้ต่อสู้กันนานถึง 5 ปี
7- สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินว่า การพกมีดกิรปานถือเป็นเสรีภาพทางศาสนา การที่โรงเรียนสั่งห้ามเด็กถือเป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาอย่างร้ายแรง คดีนี้กลายเป็นบรรทัดฐานให้โรงเรียนในแคนาดาต้องอนุญาตให้เด็กชาวซิกข์พกกิรปานไปโรงเรียนได้ โดยเก็บหุ้มให้มิดชิด
8- ประเทศที่มีชาวซิกข์อาศัยอยู่จำนวนมาก มักออกกฎหมายพิเศษเพื่อรับรองให้พกมีดกิรปาน เช่น ประเทศอังกฤษ อนุญาตให้ชาวซิกข์พกกิรปานในที่สาธารณะได้ โดยไม่ถือเป็นความผิดฐานพกอาวุธ แต่ต้องเก็บไว้ในฝักหรือในเสื้อผ้า หรือที่แคนาดาให้พกขึ้นเครื่องบินได้ แต่ความยาวของใบมีดต้องไม่เกิน 6 ซม.
นักรบนิฮังในเซาแธมป์ตัน
9- นอกจากวิกรมจะฝึกศิลปะการต่อสู้แบบซิกข์แล้ว เขายังเป็นสมาชิกของกลุ่ม “นิฮัง” (Nihang) ด้วย นิฮังคือนักรบโบราณของซิกข์ ที่คอยปกป้องศาสนาและชุมชนชาวซิกข์จากภัยคุกคามต่าง ๆ ได้รับการยกย่องเรื่องความกล้าหาญและความเชี่ยวชาญในการใช้มีด-ดาบ
10- ดังนั้นวิกรมจึงมักพกมีด 2 เล่มติดตัวเสมอ โดยอ้างว่าเป็นประเพณีของนิฮัง เล่มหนึ่งคือมีดกิรปานที่ซ่อนไว้ในเสื้อ อีกเล่มเป็นมีดขนาดใหญ่ห้อยไว้ที่เอวบ้าง สะพายไหล่บ้าง และเคยมีคลิปที่เขาพกดาบเล่มยาวข่มขู่คนอื่นด้วย
11- ในด้านการงาน เดิมทีวิกรมและพี่ชายขับรถส่งอาหาร ต่อมากลางปี 2025 วิกรมได้งานประจำในสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าทำตำแหน่งอะไร
เด็กหนุ่มผู้มีอนาคตไกล
12- ตัดภาพมาที่ “เฮนรี่” (Henry Nowak) เด็กหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ-โปแลนด์วัย 18 ปี เดิมทีเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวที่มณฑลเอสเซ็กซ์ ซึ่งห่างจากเซาแธมป์ตันราว 130 กม.
13- ต่อมาเฮนรี่เรียนจบ ม.ปลาย และสอบเข้าได้ที่มหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน สาขาบัญชีและการเงิน เขาจึงย้ายมาอยู่หอพักมหาวิทยาลัยในเมืองเซาแธมป์ตัน
14- นิสัยส่วนตัวของเฮนรี่ (อ้างอิงจากเอกสารในศาล) เขาเป็นเด็กใจดี อบอุ่น ขยันเรียน รักครอบครัว ชอบเล่นฟุตบอล ในขณะเดียวกันก็เป็นคนยึดมั่นในหลักการ เห็นอะไรไม่ถูกต้องก็มักจะพูดออกมาตรง ๆ
ชนวนเหตุกลางดึกกับความจริงที่ถูกบิดเบือน
15- วันที่ 3 ธันวาคม 2025 เฮนรี่ไปกินเลี้ยงกับเพื่อน ๆ ในทีมฟุตบอล เวลาราว 5 ทุ่มครึ่งเขาเดินกลับที่พักตามลำพังและเดินชนกับวิกรม นำไปสู่การมีปากเสียงกัน วิกรมใช้มีดเล่มที่สองของเขาซึ่งยาว 8 นิ้ว แทงเฮนรี่ 5 ครั้ง จนบาดเจ็บสาหัส
16- พ่อ แม่ และพี่ชายของวิกรมมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว แม่ของเขารีบนำมีดไปซ่อน จากนั้นพี่ชายของวิกรมก็โทรแจ้งตำรวจว่า “พวกเราตกเป็นเหยื่อโจมตีจากการเหยียดเชื้อชาติ โดยผู้ชายผิวขาว”
17- วิกรมบอกตำรวจว่า เฮนรี่ซึ่งเมาจนคุมตัวเองไม่ได้จงใจเดินชนเขา เรียกเขาว่า “ปากี” แล้วชกหน้าและกระชากผ้าโพกหัวของเขาทิ้ง
18- ในประเทศอังกฤษ คำว่า “ปากี” (Paki) เป็นคำเหยียดเชื้อชาติที่ใช้เรียกคนเชื้อสายเอเชียใต้ (ปากีสถาน, อินเดีย, บังกลาเทศ) มีนัยของการเหยียดว่าพวกเขาต่ำต้อยกว่าคนขาว และไม่ใช่คนอังกฤษแท้แม้จะเกิดที่นี่
19- นอกจากนี้คำว่า “ปากี” ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ความรุนแรง การกลั่นแกล้ง กีดกัน และการทำร้ายร่างกายชาวเอเชียใต้ในอังกฤษมานานหลายทศวรรษ คำนี้จึงกลายเป็นคำต้องห้ามในอังกฤษ (คล้ายการเรียกคนผิวดำด้วย N-word)
20- ส่วนการกระชากผ้าโพกหัวก็ถือเป็นการดูหมิ่นศาสนาและศักดิ์ศรีที่ชาวซิกข์เคยถูกกระทำมาแล้วหลายครั้ง ด้วยเหตุนี้ตำรวจจึงเชื่อวิกรมกับครอบครัว และตรงเข้าไปจับเฮนรี่ใส่กุญแจมือ แล้วกดให้เขานอนคว่ำหน้าลงกับพื้น
“ผมหายใจไม่ออก” เสียงร้องขอชีวิตที่ตำรวจเมิน
21- เฮนรี่บอกตำรวจว่า “ผมถูกแทง” และ “ผมหายใจไม่ออก” หลายครั้ง แต่ตำรวจ 4 นาย ซึ่งมีทั้งชายและหญิงไม่เชื่อคำพูดของเขา และยังบอกว่า “หยุดโวยวาย ฉันไม่คิดว่านายจะถูกแทงนะเพื่อน”
22- ภายหลังตำรวจอ้างว่าเป็นเพราะความมืดและเฮนรี่สวมเสื้อสีเข้ม จึงมองไม่เห็นเลือด และบางครั้งคนที่ถูกสวมกุญแจมือมักแกล้งบาดเจ็บเพื่อให้ปล่อยตัว ประกอบกับครอบครัวของวิกรมก็ช่วยกันโกหกว่าไม่มีการแทงกัน ทำให้ตำรวจไม่เชื่อเฮนรี่
23- แต่เมื่อเห็นอาการของเฮนรี่ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ตำรวจจึงทำ CPR ให้เขา และพบว่ามีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอกจริง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทุกอย่างสายเกินไป เฮนรี่เสียชีวิตแล้ว
24- ครอบครัวของวิกรมถูกรวบตัวทั้งหมด
◾ วิกรมถูกจับข้อหาฆาตกรรม
◾ แม่ถูกจับข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำผิด ด้วยการเอามีดไปซ่อน
◾ พ่อกับพี่ชายเกือบรอดแล้วเชียว แต่พอตำรวจไปค้นบ้าน พบอาวุธเพียบ ทั้งมีด ดาบ ขวาน ปืน พร้า กำปั้นเหล็ก ฯลฯ เลยถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธต้องห้าม
Justice for Henry Nowak
25- แม้จะเป็นคดีสะเทือนขวัญ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากสื่อมากนัก ทำให้ชาวอังกฤษมองว่าสื่อสองมาตรฐาน ถ้าเคสนี้สลับกันเป็นคนขาวก่อเหตุ สื่อคงประโคมข่าวรัว ๆ จึงเกิดการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมจนเกิดเทรนด์ #JusticeForHenryNowak ขึ้นในอังกฤษ
26- เสียงวิจารณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเปรียบเทียบกับกรณีของ “จอร์จ ฟลอยด์” (George Floyd) ซึ่งคำพูด “ผมหายใจไม่ออก” ของเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องความยุติธรรมทั่วโลก ขณะที่เฮนรี่พูดประโยคเดียวกันถึง 9 ครั้ง แต่ไม่มีใครสนใจ
27- ตำรวจถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าอ่อนไหวกับการเหยียดเชื้อชาติมากกว่าชีวิตคน แรงกดดันจากสาธารณชนส่งผลให้สำนักงานตำรวจต้องแถลงขอโทษครอบครัวของเฮนรี่ และหนึ่งในตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นตัดสินใจลาออก
28- ขณะเดียวกัน การตรวจสอบหลักฐานก็เริ่มเผยให้เห็นว่าวิกรมปั้นน้ำเป็นตัวทั้งหมด เมื่อตำรวจกู้คืนไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ในมือถือของเฮนรี่ได้ พบว่าไม่มีคำเหยียดเชื้อชาติหลุดออกจากปากของเขาแม้แต่คำเดียว
29- ส่วนที่วิกรมบอกว่าเฮนรี่เมาจนขาดสติก็สวนทางกับผลตรวจแอลกอฮอล์ ซึ่งพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าระดับที่กฎหมายกำหนดให้ขับรถได้เสียอีก
ไทม์ไลน์แห่งความจริง
30- คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? และนี่คือไทม์ไลน์จากเอกสารในชั้นศาลค่ะ... คืนนั้นเฮนรี่เดินกลับที่พัก และถ่ายคลิป Snapchat ในมือถือมาตลอดทางเพื่อส่งให้เพื่อน ในคลิปพบว่าเฮนรี่เดินร้องเพลง และทักทายรถที่ขับผ่านมาว่า “Hello car”
31- จากนั้นเขาเดินผ่านย่านที่วิกรมกับครอบครัวอาศัยอยู่ และชนกับวิกรมตรงทางเท้าโดยบังเอิญ เฮนรี่เห็นวิกรมห้อยมีดขนาดใหญ่ไว้ที่เอวก็ตกใจที่มีคนพกมีดเล่มใหญ่เดินไปมาในที่สาธารณะเช่นนี้
32- เฮนรี่ถามวิกรมว่า “Are you a bad man?” และยังคงถ่าย Snapchat ไปด้วย ซึ่งศาลระบุว่าเขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ ก้าวร้าว หรือยั่วยุแต่อย่างใด
33- วิกรมซึ่งพกมีดเดินไปมาในเมืองนี้มานานโดยไม่เคยมีใครตั้งคำถาม รู้สึกว่าตนกำลังถูกก่อกวนและดูหมิ่น จึงเข้าไปประชิดตัวเฮนรี่พร้อมตอบว่า “Yes, I’m a bad man” ก่อนจะแย่งมือถือของเขามา
34- เฮนรี่พยายามแย่งมือถือคืน (ศาลเชื่อว่า เฮนรี่คิดว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายมีอาวุธที่ต้องการปล้นทรัพย์) นำไปสู่การโต้เถียงและชกต่อยกัน ระหว่างความชุลมุนนั้นผ้าโพกหัวของวิกรมหลุดออก ทำให้เขายิ่งโกรธจัด
35- วิกรมชักมีดออกจากฝักแล้วแทงเฮนรี่ที่หน้าอก ท้อง และต้นขารวม 5 ครั้ง แผลที่หน้าอกทะลุปอด โดยเฮนรี่อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ (นอกจากนี้ยังพบรอยมีดกรีดบนใบหน้าเฮนรี่ด้วย แต่ศาลไม่แน่ใจว่าตั้งใจกรีดหรือเกิดจากความชุลมุน)
36- ครอบครัวของวิกรมซึ่งอยู่แถวนั้นมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว แม่ของเขาเอามีดไปซ่อน และชิงโทรแจ้งตำรวจ เล่นบทเหยื่อ โดยหงายการ์ดโดนเหยียดเชื้อชาติ
37- ก่อนตำรวจมาถึง วิกรมยังถ่ายคลิปเฮนรี่หลังถูกแทงและพยายามดิ้นรนหนีอย่างสุดชีวิตด้วย เด็กหนุ่มกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะล้มลงบนพื้น
คำพิพากษาและความโกรธของสังคม
38- วันที่ 2 มิถุนายน 2026 ศาลพิพากษาจำคุกวิกรมตลอดชีวิต แต่ให้มีสิทธิ์ขอพักโทษได้หลังติดคุกครบ 21 ปี ส่วนจะได้รับการพักโทษหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการอีกที
39- ส่วนพ่อและพี่ชายได้รับการประกันตัว รอขึ้นศาลอีกครั้งวันที่ 9 กรกฎาคม ส่วนแม่ยังอยู่คุกเพราะศาลไม่ให้ประกันตัว นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 17 กรกฎาคม 2026
40- แม้ศาลจะมีคำตัดสินแล้ว แต่การประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้เฮนรี่ยังไม่จบลง และดูจะลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจปราบจลาจล
41- การกระทำของวิกรมยังทำให้ชุมชนชาวซิกข์ถูกเกลียดชัง คนอังกฤษถกเถียงกันเรื่องกิรปานอย่างดุเดือด หลายฝ่ายเรียกร้องให้แบนกิรปาน แต่ชาวซิกข์ก็ขอว่า อย่าลิดรอนเสรีภาพของคนทั้งศาสนาจากการกระทำของคนเพียงคนเดียวเลย อีกทั้งปัจจุบันชาวซิกซ์จำนวนมากก็เลี่ยงมาใช้สัญลักษณ์แทน เช่น กิรปานขนาดจิ๋ว หรือเครื่องประดับรูปกิรปาน เช่น จี้ เข็มกลัด
42- ที่ผ่านมามีคดีใช้มีดกิรปานทำร้ายคนอื่นอยู่บ้าง ทุกครั้งผู้นำชาวซิกข์จะไม่นิ่งเฉยและออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุทันที เพื่อให้สังคมเห็นว่าศาสนาไม่ได้สนับสนุนการกระทำนี้
43- ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผู้นำชาวซิกข์แถลงประณามวิกรม แต่ยืนยันว่ามีดที่ใช้ก่อเหตุไม่ใช่มีดกิรปานและไม่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งตรงข้ามกับที่สำนักงานอัยการสูงสุดระบุชัดเจนว่า มีดเล่มนั้นเป็น “มีดกิรปานเล่มที่ 2 ของวิกรม”
44- มีคนขุดรูปวิกรมสะพายมีดกิรปานไปทำงานที่สำนักงานบัญชีด้วย พร้อมตั้งคำถามว่า ถ้ามีผู้ชายผิวขาวพกมีดแบบนี้ไปออฟฟิศ จะมีคนโทรเรียกตำรวจมารวบตัวหรือไม่ พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเรียกร้องให้เนรเทศแม่ของวิกรมกลับอินเดีย
45- สำหรับครอบครัวของเฮนรี่ แม้คำตัดสินของศาลอาจปิดฉากกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายได้ แต่ไม่อาจนำเด็กหนุ่มผู้เป็นที่รักของครอบครัวกลับคืนมาได้อีกตลอดกาล
มีคลิปที่พี่สาวโพสต์อาลัยเฮนรี่ในคอมเมนต์
สรุปและเรียบเรียงจาก: Judiciary of England and Wales, The Guardian, BBC, The Independent, AP News, Euronews
แก้ไขล่าสุดโดย NTS เมื่อ Thu Jun 04, 2026 10:57, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ