แพงจนกร่อย! แฟนเจ้าภาพพ้อบอลโลกเอื้อคนรวย
ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่ทันเปิดฉาก แต่กระแสจากแฟนบอลในสหรัฐฯ, เม็กซิโก และแคนาดา กลับไม่ได้มีแต่ความคึกคัก หลังหลายเสียงพ้อเรื่องราคาตั๋วสุดโหด, วิธีขายที่ยุ่งยาก, ความกังวลด้านการเมือง และการจัดการที่ดูเหมือนคิดถึงแฟนบอลน้อยกว่ารายได้
ทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้จะมีทั้งหมด 104 นัด กระจายแข่งใน 16 เมือง ตั้งแต่แวนคูเวอร์, เม็กซิโก ซิตี้, ซานฟรานซิสโก ไปจนถึงบอสตัน แต่แฟนเจ้าถิ่นจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกว่าโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตกำลังถูกตั้งราคาไกลเกินเอื้อม โดยเฉพาะครอบครัวธรรมดาที่อยากพาลูกไปสัมผัสบรรยากาศจริงในสนาม
"มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอีเวนต์สำหรับคนรวยไปแล้ว ถ้าผมจะไปดูเกมรอบแบ่งกลุ่มกับภรรยาและลูก 2 คน ต้องใช้เงิน 2,000 ดอลลาร์ เกมเหล่านั้นไม่มีนัดไหนคุ้มราคานั้นเลย" ไคล์ แฟนบอลในแอตแลนต้า เริ่มกล่าว
หลายเมืองยังเจอปัญหาความกระตือรือร้นที่แผ่วกว่าคาด ทั้งดัลลัส, ไมอามี่, นิวยอร์ก และฟิลาเดลเฟีย ซึ่งแฟนบางรายมองว่าทัวร์นาเมนต์แทบไม่ถูกพูดถึงในชีวิตประจำวัน ขณะที่บอสตันและลอสแอนเจลิสมีเสียงกังวลเรื่องการเดินทาง, ที่จอดรถ และระบบขนส่งไปสนาม ซึ่งอาจทำให้วันแข่งขันกลายเป็นความวุ่นวาย
ฝั่งเม็กซิโกเองก็มีเสียงเดือดไม่แพ้กัน หลังได้จัดเพียง 13 จาก 104 นัด ทั้งที่เป็นชาติคลั่งฟุตบอลและเคยจัดฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้ง แฟนบางรายมองว่าประเทศของพวกเขาถูกใช้เป็นส่วนเสริมให้บิดดูครอบคลุมขึ้น แต่สุดท้ายเวทีใหญ่เหมือนถูกสหรัฐฯ ครอบไว้แทบทั้งหมด
"ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้พาโลกมารวมกัน แต่มันพิสูจน์ว่าฟุตบอลติดหล่มวาระทางการเมือง และกลายเป็นเครื่องทำเงินที่เมินแฟนบอลตัวจริง" เฮเธอร์ แชมเบอร์ส กล่าวต่อ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเมืองจะมีแต่เสียงกร่อย ซีแอตเทิลและโตรอนโตยังเต็มไปด้วยความหวัง โดยแฟนเจ้าถิ่นเชื่อว่าเมืองของพวกเขาพร้อมต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลก ขณะที่แฟนบางส่วนยังอยากเห็นทีมชาติสหรัฐฯ หรือ "พญาอินทรี" ใช้เวทีนี้จุดกระแสฟุตบอลในประเทศอีกครั้ง
บทสรุปตอนนี้คือฟุตบอลโลก 2026 ยังมีเวลาพิสูจน์ตัวเอง แต่ก่อนบอลลูกแรกจะถูกเขี่ย แฟนบอลเจ้าภาพจำนวนไม่น้อยส่งสัญญาณชัดแล้วว่า ฟีฟ่าและผู้จัดต้องทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นของแฟนบอลจริง ๆ ไม่ใช่แค่เครื่องโกยเงินของคนมีตั๋วแพงในมือ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
The Guardian Sport