สิ้นสุดยุคทอง! 'เรือ' ไม่หวั่นชีวิตหลังเป๊ป
งานอำลา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ ทั้งการกลับมาของตำนานสโมสรหลายราย ไปจนถึงข้อความจาก นีล วอร์น็อค และถูกมองว่าเป็นการส่งท้ายที่สมเกียรติหนึ่งในกุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีก
หลังริบบิ้นและธงฉลองถูกเก็บเข้าตู้ ประเด็นใหญ่ก็ขยับไปอยู่ที่ยุคหลัง เป๊ป ทันที โดย เอ็นโซ่ มาเรสก้า ถูกวางตัวให้เข้ามานั่งเก้าอี้นายใหญ่ในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อสานต่อความสำเร็จสุดโหดที่กุนซือชาวคาตาลันสร้างไว้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
แน่นอนว่าคู่แข่งของ "เรือใบสีฟ้า" ต่างแอบลุ้นให้ทีมเกิดอาการดร็อปแบบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ แต่โครงสร้างของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกมองว่าแข็งพอจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นง่าย ๆ แม้ภารกิจแทนคนที่พาทีมโกย 20 โทรฟี่ใน 10 ปี จะหนักเอาเรื่องก็ตาม
ในพอดแคสต์ Talking City ไซมอน บาจคอฟสกี้ นักเขียนสายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองว่าขุมกำลังชุดนี้ยังมีแรงกระตุ้นมากพอจะพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้พึ่งพา เป๊ป เพียงคนเดียวในการไล่ล่าความสำเร็จ
"ผมคิดว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ พูดในงานเลี้ยงหลังจบว่า 'เราต้องการคว้าแชมป์รายการใหญ่ที่สุด และปีนี้เราไม่ได้แชมป์เหล่านั้น เราอยากสู้เพื่อแชมป์เหล่านั้น' ดังนั้นนักเตะที่ยังอยู่ที่นี่จะมุ่งมั่นเพื่อทำให้ดีกว่าปีที่แล้ว" บาจคอฟสกี้ เริ่มกล่าว
"ทุกคนคิดว่าจะมีการดร็อปลงหลัง เป๊ป ซึ่งถ้าไม่มีเลยก็คงแปลก แต่คุณมี เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่กำลังเข้ามาและมุ่งมั่นว่าจะไม่ให้เป็นแบบนั้น รวมถึงนักเตะด้วย พวกเขาไม่อยากถูกมองว่าเป็นนักเตะที่ไร้ค่าเมื่อไม่มี เป๊ป" เขากล่าวต่อ
บาจคอฟสกี้ยังชี้ว่า แข้งหลายคนมีเป้าหมายกับทีมชาติ โดยเฉพาะฟุตบอลโลก แต่เมื่อกลับมาสู่สโมสร แรงผลักดันในทีมจะเปลี่ยนไปอีกระดับ นั่นทำให้ยุคใหม่ของ "เรือใบ" อาจไม่ใช่การเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด แต่เป็นบททดสอบว่ามรดกของ เป๊ป แข็งแรงแค่ไหน
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News