12 ยักษ์อกหัก! ทีมใหญ่ยุโรปยังไร้มงกุฎแชมเปียนส์ ลีก
ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คือเวทีสูงสุดของฟุตบอลสโมสรยุโรป ใครได้ชูถ้วยก็ถูกจารึกยาว ๆ แต่ฝั่งที่พ่ายในนัดชิงหรือไปไม่ถึงฝัน ก็กลายเป็นแผลใจที่แฟนบอลจำกันไม่ลืม
นับตั้งแต่รายการนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 1955 ในชื่อเดิมยูโรเปียน คัพ มีเพียง 23 สโมสรเท่านั้นที่เคยผงาดแชมป์ โดยเรอัล มาดริด หรือ “ราชันชุดขาว” ครองสถิติสูงสุด 14 สมัย ทว่ายังมีบรรดาทีมใหญ่หลายเจ้า ที่ชื่อชั้นไม่ธรรมดาแต่ยังไม่เคยแตะถ้วยใบนี้
เรนเจอร์ส คือหนึ่งในทีมที่แฟนบอลคลั่งไคล้ที่สุดของยุโรป แต่ “เดอะ เท็ดดี้ แบร์ส” ยังไม่เคยไปไกลเกินรอบรองชนะเลิศ แม้เคยซิวคัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1972 แต่พวกเขาอกหักในนัดชิงยูฟ่า คัพ ปี 2008 และยูโรป้าลีก ปี 2022
โอลิมเปียกอส เป็นขาประจำของรายการ แต่ “ยอดทีมกรีซ” ไปไกลสุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 1998-99 ก่อนโดนยูเวนตุส หรือ “ม้าลาย” เขี่ยร่วง อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมีแชมป์ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก ปี 2024 เป็นเกียรติประวัติยุโรปติดมือ
ดินาโม เคียฟ ไม่เคยหายไปจากฟุตบอลยุโรปเลยตั้งแต่ปี 1990 และเคยลิ่วถึงรอบรองชนะเลิศ 3 ครั้งในปี 1977, 1987 และ 1999 สโมสรยูเครนแห่งนี้ยังเคยมีตำนานอย่าง อันเดร เชฟเชนโก้ ผ่านมา ส่วน เซอร์เก เรบรอฟ คือดาวยิงสูงสุดของทีมในรายการนี้ด้วยผลงาน 31 ประตู
กาลาตาซาราย ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสุดเดือดในบ้าน แต่ “ยอดทีมตุรกี” ยังทำได้ดีที่สุดเพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ แม้เคยคว้ายูฟ่า คัพ และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ในปี 2000 แต่ถ้วยใหญ่สุดของยุโรปยังคงรอพวกเขาอยู่
ชาลเก้ 04 หรือ “ราชันสีน้ำเงิน” เป็นหนึ่งในสโมสรเก่าแก่ของเยอรมนี และเคยเป็นทีมเยอรมันทีมแรกที่คว้าดับเบิลแชมป์เมื่อปี 1937 แต่ในยุโรปมีเพียงยูฟ่า คัพ 1 สมัย กับอินเตอร์โตโต้ คัพ 2 สมัยเท่านั้น แถมการตกชั้นจากบุนเดสลีกาในฤดูกาล 2022-23 ยิ่งทำให้ภาพทีมใหญ่รายนี้ดูเจ็บหนักกว่าเดิม
บาเลนเซีย เคยเข้าชิงแชมเปียนส์ ลีก 2 ครั้งติด แต่ “ไอ้ค้างคาว” พ่ายเรอัล มาดริด 0-3 ในปี 2000 ก่อนแพ้บาเยิร์น มิวนิค หรือ “เสือใต้” ด้วยการดวลจุดโทษ 4-5 ในปี 2001 ทั้งที่ ไกซก้า เมนดิเอต้า ยิงนำตั้งแต่นาทีที่ 3
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มีแผลใหญ่จากปี 2002 เมื่อ “ห้างขายยา” แพ้เรอัล มาดริด 1-2 ในนัดชิง จากประตูสุดคลาสสิกของ ซีเนดีน ซีดาน และยังกลายเป็นทีมที่จบรองแชมป์ทั้งแชมเปียนส์ ลีก, ลีก และบอลถ้วยในฤดูกาลเดียวกัน
ลียง เคยเข้าใกล้ด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศ 2 ครั้ง แต่ดันเจอบาเยิร์น มิวนิคขวางทางทั้งปี 2010 และ 2020 โดยครั้งหลังถูกถล่ม 3-0 ในเกมนัดเดียวที่โปรตุเกสช่วงโควิด-19
โรม่า หรือ “หมาป่ากรุงโรม” เคยเข้าชิงปี 1984 ในบ้านตัวเองที่สตาดิโอ โอลิมปิโก แต่แพ้ลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษหลังเสมอ 1-1 ก่อนมาโดน “หงส์แดง” หยุดเส้นทางอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศปี 2018 ด้วยสกอร์รวมสุดมัน 7-6
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มีค่ำคืนที่แฟน “ไก่เดือยทอง” ไม่มีวันลืมในปี 2019 หลังโค่นดอร์ทมุนด์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาแจ็กซ์ จนเข้าชิง แต่สุดท้ายแพ้ลิเวอร์พูล 0-2 จากจุดโทษต้นเกมของ โม ซาลาห์ และประตูปิดกล่องของ ดิว็อค โอริกี้ ทำให้การรอคอยแชมป์ใหญ่ยังยืดต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport