นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
จิ้งจกเสพความเหงา

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Feb 2021
ตอบ: 13988
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 31, 2026 08:01
[RE]สรุปว่าเรากินอะไรได้มั้ง
ตั้งแต่อายุ19มา ช่วงเรียนมหาลัย ผมจะทำbefor afterให้ชีวิตเสมอ เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงชีวิต ว่ามันดีขึ้น เสมอตัว หรือแย่ลง
ช่วง 25 > 30 > 35 > …. อีก4ปี อายุ40ละ
สิ่งที่ผมโฟกัสหนักๆ คือ สุขภาพ > งาน > ครอบครัว > การลงทุน
ผมไม่ชอบอยู่ในสภาวะทำอะไรจวนตัว คำว่า รู้งี้ แทบไม่มีในชีวิตตอนนี้แล้ว
ผมจะทำสิ่งสำคัญในวันที่ยังไม่จำเป็น ทุกเรื่องเลย
เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสที่มันไม่เคยมาบอกเราล่วงหน้า วินัย คำสั้นๆ แต่คุมทุกเรื่องในชีวิต
ถ้างานพัง รถเสีย บ้านชำรุด มันมีทางแก้ไข
แต่ถ้าสุขภาพพัง อย่างอื่นมันล้มหมดจริงๆ มันหมดแรงจูงใจ ความฝันพัง แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตมันดับสูญ
ร่างกายมีแต่จะไหลลงไปสู่ความเสื่อม ไม่มีดีขึ้น มีแต่เสมอตัว และดิ่งลง
สำหรับผม เรื่องอื่นสายกลางได้ แต่เรื่องกินต้องstrick. เพราะว่าอาหาร น้ำดื่มที่เรากินไป
เนื้อเยื่อ อวัยวะ เซลด์ต่างๆ มันไม่รับรู้ความรู้สึกเป็นกลางเหมือนสมองที่เราคิดปรุงแต่งครับ
มันทำงานตามคุณภาพอาหารที่เรายัดลงไป!
เรามักได้ยินคำว่า เนี่ยอยู่ดีๆก็เป็นๆๆ ทุกอย่างมันมีการสะสมมาเป็น10ปี จากสิ่งเล็กที่เรากินในวันนี้
อาหารมันคือตัวเร่งปฏิกิริยาความเสื่อมชั้นดีเลยล่ะ
ไหนจะcomboกับมลพิษทางอากาศ ความเครียดสูงอีก
คนบนโลกหลายคน มีความฝันอยากมี อยากได้ อยากเป็น สารพัดสิ่งที่ฝัน แต่สิ่งสำคัญที่สุด วันนี้
ตอนนี้ เราเริ่ม เราทำอะไรแล้วบ้าง
คิดเแล้วไม่ลงมือ=ฝันเปียก เพ้อเจ้อไปเรื่อย
เพราะสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงที่ผมทำมาอย่างยาวนาน มันทำให้ผมมีอาชีพที่มั่นคง และรายได้เลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้ โดยไม่ลำบากแล้ว
มีฐานลูกค้าแน่นๆ ไม่โดนดิสรัปจากAi และคู่แข่งเริ่มน้อยลง(ในระแวกทำเลที่ผมอยู่) เพราะปัญหาสุขภาพ
ผมไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียโอกาส เพื่อไปหาหมอ
สิ่งที่ผมสะท้อนมาทั้งหมด มันคือสิ่งที่ทำสะสมมาเป็นระยะเวลานาน กว่าจะออกผล มันใช้เวลา
(วางระบบรากฐาน > เรียนรู้ พัฒนา แก้ไข >เก็บเกี่ยว) ตอนนี้อยู่ในเฟสเก็บเกี่ยวแล้ว
ผมมีแผนใหญ่จริง แต่หั่นออกมา แล้วไล่เก็บทีละเควส มันไม่เหนื่อย ไม่ท้อครับ