เรือ' กลืนยาขม! มาเรสก้าเห็นช่องกู้หน้าเวทียุโรปซีซั่นหน้า
ไม่ว่าทีมใดจะชูถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศวันเสาร์นี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็คงรู้สึกเหมือนโดนสะกิดแผลเก่าอีกครั้ง หลังฤดูกาลยุโรปของพวกเขาจบลงเร็วกว่าที่หวัง ทั้งที่เคยเดินทางไปมาดริดด้วยความมั่นใจ ก่อนพ่าย 0-3 และต้องตกรอบแบบเจ็บๆ
ตลอดยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ความสำเร็จในอังกฤษของ “เรือใบสีฟ้า” นั้นอลังการแบบแทบหาคนเทียบยาก รวมถึงค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่อิสตันบูลเมื่อปี 2023 แต่ในเวทียุโรป ซิตี้กลับมีหลายปีที่ถูกมองว่าสอบตก ทั้งการพังใส่ ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในปี 2018 และ 2019 รวมถึงโอกาสที่พวกเขาเชื่อว่าควรไปได้ไกลกว่านี้ในปี 2022 และ 2024
เป๊ปเคยสะท้อนในบทสัมภาษณ์สุดท้ายฐานะกุนซือว่า ซิตี้ยังต้องรู้จักเล่นแบบปฏิบัตินิยมมากขึ้นในยุโรป และบางครั้งปรัชญาเกมรุกของเขาไม่จำเป็นต้องเร่งใส่คู่แข่งตลอดเวลา เมื่อย้อนดูทีมที่เลือกลงสนามในมาดริด ผลลัพธ์ 0-3 จึงถูกมองเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่หลุดมือ
ภาพที่ยิ่งทำให้ “เรือใบ” กลืนยาขมคือรอบชิงที่บูดาเปสต์ หาก อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า คว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกได้สำเร็จ ก็จะยิ่งเติมความมั่นใจให้ “ปืนใหญ่” หรือถ้า เปแอสเช ป้องกันแชมป์ได้ ก็เท่ากับพวกเขาตอกย้ำสถานะบนเวทียุโรปในแบบที่ซิตี้เคยหวังจะทำให้ได้
สำหรับเจ้าของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาเคยต้องการต่อยอดแชมป์ปี 2023 ให้กลายเป็นความสม่ำเสมอในยุโรป เหมือนที่ทีมทำได้ในอังกฤษ แต่สุดสัปดาห์นี้อย่างน้อยหนึ่งคู่แข่งสำคัญจะขยับหนีไปอีกขั้น แม้ทั้ง อาร์เตต้า และ หลุยส์ เอ็นริเก้ ต่างเป็นคนใกล้ชิดและได้รับอิทธิพลจากเป๊ปก็ตาม
ฤดูกาลหน้า ซิตี้จะเริ่มต้นใหม่พร้อมภารกิจเปลี่ยนเรื่องเล่า และนี่อาจเป็นพื้นที่ที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า มีช่องให้โชว์ของมากที่สุด การไล่ตามมาตรฐานแชมป์ลีก 4 สมัยติดแทบเป็นงานหิน แต่ในแชมเปียนส์ ลีก ยังมีพื้นที่ให้ปรับและยกระดับชัดเจนกว่า
มาเรสก้าเองมีเครดิตยุโรปติดมือ จากการพา เชลซี ซิวแชมป์ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก ปี 2025 ก่อนวางหมากในนัดชิงฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกจนถล่ม เปแอสเช 3-0 อีกทั้งยังเคยพา “สิงห์บลูส์” จบอันดับ 6 ในตารางแชมเปียนส์ ลีก คะแนนเท่าซิตี้แต่ประตูได้เสียดีกว่า ก่อนที่ เลียม โรซีเนียร์ จะเข้ามาคุมทีมในช่วงที่โดน เปแอสเช ยำในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เมื่อรอบชิงยุโรปผ่านหน้าไปอีกครั้งโดยไม่มีชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาเรสก้าจึงรู้ดีว่า ฤดูกาลหน้าที่เอติฮัด เขามีโอกาสชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งรายการในการกู้หน้าให้ “เรือใบสีฟ้า” กลับมายืนตัวตรงบนเวทียุโรปอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News