ครั้งแรก! บอลโลก 2026 เปิดโผ 48 ทีมล่าแชมป์เดือด
ฟุตบอลโลก 2026 เตรียมเปิดฉากระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม โดยมี สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วม พร้อมประวัติศาสตร์หน้าใหม่เมื่อทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้เพิ่มทีมเข้าร่วมเป็น 48 ชาติจาก 6 สมาพันธ์
แต่ละทีมจะส่งรายชื่อได้ 26 คน และเส้นตายสุดท้ายในการยื่นขุมกำลังให้ฟีฟ่าคือวันที่ 2 มิถุนายน หากมีนักเตะเจ็บ ป่วย หรือไม่พร้อมลงเล่น สมาคมฟุตบอลสามารถเรียกตัวแทนได้จนถึง 24 ชั่วโมงก่อนเกมแรกของทีมนั้น โดยต้องเป็นแข้งที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นเท่านั้น
บรรดาชาติยักษ์ใหญ่เริ่มเปิดโผกันคึกคัก แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ยืนยันทีมชุดสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม โดย ลิโอเนล เมสซี่ ยังนำทัพ "ฟ้าขาว" ออกล่าแชมป์โลกอีกครั้ง ร่วมกับแกนหลักจากชุดแชมป์ปี 2022 อย่าง เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ, นิโกลัส โอตาเมนดี้ และ โรดริโก้ เด ปอล แต่ไม่มีชื่อ อเลฮานโดร การ์นาโช่, เอมิเลียโน่ บวนเดีย และ มาร์โก เซเนซี่
บราซิลของ คาร์โล อันเชลอตติ ประกาศ 26 คนตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม โดย เนย์มาร์ ยังหนีบติดทีม เช่นเดียวกับ วินิซิอุส จูเนียร์ และ ราฟินญ่า ที่ถูกคาดหวังให้พา "แซมบ้า" สร้างประวัติศาสตร์เพิ่ม ขณะที่ เจา เปโดร กองหน้าเชลซี หลุดโผไปแบบน่าเสียดาย
ฝั่งยุโรปก็เดือดไม่แพ้กัน อังกฤษภายใต้ โธมัส ทูเคิล เปิดชื่อเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นำโดย จู๊ด เบลลิ่งแฮม, แฮร์รี่ เคน และ บูกาโย่ ซาก้า โดย "สิงโตคำราม" ตั้งเป้าคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในรอบ 60 ปี แม้จะมีชื่อดังอย่าง ฟิล โฟเด้น, โคล พาลเมอร์ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถูกหั่นชื่อออกจากทีม
สเปนประกาศทีมเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พร้อมแกนหลักอย่าง ลามีน ยามาล, โรดรี้ และ เปดรี้ ทำให้ "กระทิงดุ" ถูกมองเป็นหนึ่งในตัวเต็ง ส่วน เยอรมนีของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ใส่ชื่อ มานูเอล นอยเออร์, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โยชัว คิมมิช และ จามาล มูเซียล่า แต่ไม่มี มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น, แซร์จ กนาบรี้ และ คาริม อเดเยมี่
อีกหลายชาติยืนยันทีมเรียบร้อยแล้วทั้ง ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สกอตแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, สวีเดน, ตูนิเซีย, ไอวอรี่ โคสต์, เฮติ, นิวซีแลนด์, เคปเวิร์ด และโครเอเชีย ขณะที่บางทีมอย่าง เม็กซิโก, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิหร่าน, อิรัก, แอลจีเรีย, กานา และอุรุกวัย ยังรอเคาะชื่อสุดท้ายก่อนเส้นตาย
ฟุตบอลโลกหนนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีรวมซูเปอร์สตาร์ แต่ยังเป็นสนามวัดใจของกุนซือทุกชาติว่าใครจะเลือกขุมกำลังได้เฉียบที่สุดก่อนศึกใหญ่ที่อเมริกาเหนือจะเริ่มขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport