6 จุดเดือดชิงยุโรป! 'ปืน' เกมรับเหล็กชนเปแอสเชแชมป์เก่า
นัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก วันเสาร์นี้ที่กรุงบูดาเปสต์ คือเกมคนละขั้วแบบแท้จริง เมื่ออาร์เซน่อล เจ้าของเกมรับดีที่สุดของรายการ เสียเพียง 6 ประตูและเก็บ 9 คลีนชีต ต้องชนกับเปแอสเช แชมป์เก่าที่กดไปแล้ว 44 ลูกบนเส้นทางสู่ปุสกัส อารีน่า
“ปืนใหญ่” ยังไม่แพ้ใครในแชมเปียนส์ ลีก ซีซั่นนี้ แถมเพิ่งปลดล็อกแชมป์ลีกในรอบ 22 ปี ทำให้ความกดดันเบาลงพอสมควร แต่ฝั่งยอดทีมปารีสมีดีกรีแชมป์เก่า และเคยรื้อแนวรับอินเตอร์ มิลาน ในรอบชิงปีก่อนมาแล้ว
จุดแรกอยู่ที่ บูกาโย่ ซาก้า กับ นูโน่ เมนเดส ปีกอังกฤษอาจมีซีซั่นที่ไม่สุดเพราะอาการเจ็บ แต่ยามฟิตเต็มถัง เขาคือคนที่ทำให้อาร์เซน่อลมีมิติรุกต่างไปทันที อย่างไรก็ตาม เมนเดสถูกมองเป็นแบ็กซ้ายเบอร์ต้นของโลก และเคยเอา ไมเคิ่ล โอลิเซ่ อยู่หมัดในรอบรองฯ กับบาเยิร์น หากเขาปิดซาก้าได้อีก “เดอะ กันเนอร์ส” จะเจาะยากขึ้นมาก
อีกฝั่งคือปัญหาแบ็กขวาของอาร์เซน่อล เมื่อ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ยังต้องลุ้นความฟิต ส่วน เบน ไวท์ เจ็บแน่นอน นั่นทำให้การรับมือ ควิชา ควารัตสเคเลีย กลายเป็นงานหนักสุด ๆ แข้งจอร์เจียรายนี้มีส่วนร่วมกับประตูในรอบน็อกเอาต์ 7 นัดติด และกำลังฟอร์มแรงจนใครก็เอาไม่อยู่
"ควารัตสเคเลียเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมได้เห็นมานานมาก ดังนั้นมันน่าสนใจว่า อาร์เตต้า จะทำอะไรตรงแบ็กขวา ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่นั่นจะเป็นเรื่องที่เขากังวลที่สุดแน่นอน" เรย์ พาร์เลอร์ เริ่มกล่าว
ฝั่งเปแอสเชก็มีจุดต้องเช็กเช่นกัน เมื่อ อัชราฟ ฮาคิมี่ ยังเจ็บแฮมสตริงและส่อชวดออกสตาร์ต หาก วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่ ต้องถอยไปเล่นแบ็กขวาอีกครั้ง เลอันโดร ทรอสซาร์ คงยิ้มกว้าง เพราะการเจอมิดฟิลด์วัย 20 ปี ย่อมต่างจากการดวลฟูลแบ็กระดับท็อปของโลก
ตำแหน่งผู้รักษาประตูก็อาจตัดสินเกม ดาบิด รายา ทำผลงานแทบไร้ที่ติในหลายช่วงของซีซั่น ขณะที่ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ ยังถูกมองเป็นจุดอ่อนของเปแอสเช โดยเฉพาะลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นอาวุธที่อาร์เซน่อลใช้เล่นงานคู่แข่งได้เสมอ
แนวรับคู่ วิลเลียม ซาลิบา กับ กาเบรียล มากัลเญส จะต้องรับมือ อุสมาน เดมเบเล่ ตัวแปรสำคัญในเกมรุกของแชมป์เก่า ดาวเตะฝรั่งเศสเคยยิงและแอสซิสต์ใส่อาร์เซน่อลในรอบรองฯ ซีซั่นก่อน และมั่นใจว่าจะพร้อมเต็มร้อยสำหรับนัดชิง
"ผมสบายดี ผมแค่ตกใจเล็กน้อยในเกมกับ ปารีส เอฟซี แต่ตอนนี้โอเคแล้ว ตลอดอาชีพผมเจอทั้งสัญญาณเตือนเล็ก ๆ และอาการเจ็บหนักมาเยอะ ดังนั้นผมเลยเลือกหยุดไว้ก่อน และไม่เสี่ยงอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อมีนัดชิงรออยู่" เดมเบเล่ กล่าว
สุดท้ายคือแดนกลาง ดีแคลน ไรซ์ ต้องงัดพลังทั้งหมดไปวัดกับ วิตินญ่า, เจา เนเวส และ ฟาเบียน รุยซ์ โดยเฉพาะวิตินญ่าที่คุมจังหวะและจ่ายบอลได้เหนือชั้น หากไรซ์ไม่มีแรงหนุนจาก โอเดการ์ด และเพื่อนร่วมทีมมากพอ ศึกกลางสนามอาจเป็นจุดที่เปแอสเชใช้ปิดบัญชีแชมป์ยุโรปสมัยสอง หรือเปิดทางให้อาร์เซน่อลเถลิงแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Goal