โครเอนเก้ชี้ยุคโควิดช่วยอาร์เตต้าปลุกยักษ์หลับอาร์เซน่อล
จอช โครเอนเก้ ประธานร่วมอาร์เซน่อล ยอมรับว่าช่วงฟุตบอลเตะแบบไม่มีแฟนบอลในสนามระหว่างการระบาดของโควิด-19 อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า มี “พื้นที่” ในการสร้างทีม จนพา “ปืนใหญ่” กลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี
อาร์เตต้าเข้ารับงานเมื่อปี 2019 หลังยุคของ อูไน เอเมรี่ โดยเป็นงานผู้จัดการทีมชุดใหญ่ครั้งแรกของเขา แม้จะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2020 ได้ แต่การจบอันดับ 8 สองฤดูกาลติดก็ทำให้เกิดคำถามว่าเขาเหมาะกับงานนี้หรือไม่
โครเอนเก้กล่าวว่า “มันมีบางอย่างเกี่ยวกับการที่มิเกลมีพื้นที่เล็กน้อยในช่วงโควิด ตอนที่ไม่มีแฟนบอลอยู่รอบๆ มีช่วงเจ็บปวดในการเติบโตระหว่างเกมหลายครั้ง และการไม่มีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแฟนบอลในช่วงเวลานั้น อาจเป็นสิ่งที่เรามองย้อนกลับไปแล้วพูดได้ว่า บางทีมันเป็นประโยชน์เล็กน้อย”
เจ้าของสโมสรยังยอมรับว่าช่วงเปลี่ยนผ่านหลังยุค อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นเรื่องยากมาก ทั้งการเปลี่ยนโครงสร้างสโมสร การเข้าถือหุ้นเต็มรูปแบบของครอบครัวโครเอนเก้ และการอำลาตำแหน่งของ อีวาน กาซิดิส ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปในเวลาอันสั้น
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่โครเอนเก้พูดถึงคือความพ่ายแพ้ต่อเชลซี 1-4 ในนัดชิงยูโรปา ลีก ปี 2019 ที่บากู ซึ่งทำให้เขากับสแตน โครเอนเก้ ต้องยอมรับสถานะจริงของทีม ก่อนเริ่มวางรากฐานใหม่ รวมถึงการคว้าตัว วิลเลียม ซาลิบา ซึ่งต่อมากลายเป็นกำลังหลักของทีมชุดแชมป์
แม้อาร์เซน่อลกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว โครเอนเก้ย้ำว่าสโมสรยังต้องเดินหน้าพัฒนา โดยเฉพาะเมื่อมีเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงรออยู่ เขาระบุว่าทีมจะต้องเสริมความแข็งแกร่งต่อไป เพราะหากไม่พัฒนา ก็เท่ากับยืนอยู่กับที่
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
BBC Sport