ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Dec 2008
ตอบ: 28
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 26, 2026 16:12
ปัญหาระบบสาธารณสุข กับการแทรกแซงกลไกตลาด EP.3
ปัญหาระบบสาธารณสุข กับการแทรกแซงกลไกตลาด
EP.3 ปัญหาวัฒนธรรมองค์กรในระบบสาธารณสุข

ตอนเก่าๆ
EP 1 : https://api-soccersuck.com/boards/topic/2660824
EP 2 : https://api-soccersuck.com/boards/topic/2661953

ต่อจากปัญหาภาระงานที่เกินตัวบุคลากร
เงินที่ได้ไม่สัมพันธ์กับความเหนื่อยล้า ปริมาณคนไข้ที่ล้นโรงพยาบาล
และระบบที่พยายามทำให้การรักษาพยาบาลมีราคาถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้
ปัญหาทั้งหมดนี้ ไม่ได้จบแค่เรื่องเงินหรือภาระงาน
แต่มันลามมาถึง “วัฒนธรรมองค์กร”

ถ้าเปรียบกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าของบริษัท
โรงพยาบาลก็คือสาขาต่างๆ
แต่เป็นสาขาที่หลายแห่งมีเงินติดลบ เป็นหนี้หลักสิบล้าน เงินไม่พอจ่ายค่ายา ค่าวัสดุ ค่าเวร ค่าตอบแทนบุคลากร
พอโรงพยาบาลขาดทุน ผู้บริหารก็ต้องบริหารให้โรงพยาบาลอยู่รอด

วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ลดค่าใช้จ่าย
ลดค่ายา ลดการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ลดการใช้ทรัพยากร ลามมาถึงการลดเงินเวร ค้างจ่ายตกเบิก และลดงบสนับสนุนงานวิชาการ ลดงบอบรมสัมมนา ลดโอกาสเพิ่มพูนทักษะของเจ้าหน้าที่

สรุปคือ คนทำงานต้องทำงานหนักขึ้น
บางเดือนทำงานไปก่อน แต่เงินยังไม่มา ภาระงานล้น ค่าตอบแทนไม่สัมพันธ์กับความเสี่ยง แถมโอกาสเติบโตทางวิชาการก็ไม่มี องค์กรแบบนี้จะมีใครอยากทำงานหรือไม่

นอกจากลดค่าใช้จ่าย โรงพยาบาลก็ต้องเร่งหาเงินเข้าระบบ
โดยปกติ โรงพยาบาลได้เงินจาก สปสช. ซึ่งก็อย่างที่ทราบว่า สปสช. จ่ายให้ไม่เท่ากับที่ใช้จริง โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งจึงต้องพยายามหาเงินเพิ่ม เช่น เพิ่มยอด admit เพิ่ม productivity เพิ่มจำนวนบริการ เพิ่มการทำหัตถการ เพิ่มกิจกรรมที่ทำให้เบิกได้มากขึ้น

ถามว่างานลงที่ใคร ก็ลงที่เจ้าหน้าที่เหมือนเดิม
ยังไม่นับรวมตัวชี้วัดของกระทรวง และนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่หาแต่งานเพิ่มมาให้ แต่คนเท่าเดิม เงินเท่าเดิมและความเหนื่อยเพิ่มขึ้น
โรงพยาบาลเหมือนพยายามให้บุคลากร ช่วยกันหาเงินให้องค์กรแต่คนทำงานไม่ได้รู้สึกว่าเขาได้อะไรกลับมาอย่างเหมาะสม
เงินไม่เพิ่ม งานมากขึ้น เวลาพักน้อยลง ไม่มีเวลาพัฒนาตัวเอง และพอมีปัญหา ก็ถูกบอกให้เสียสละเพื่อระบบ
คำถามคือ ระบบที่เดินด้วยการให้คนเสียสละเรื่อย ๆ มันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

ทำให้ส่งผลให้เสียต่อวัฒนธรรมองค์กร ในเรื่องความรับผิดชอบ
เมื่อไม่มี reward/punishment ชัดเจน คนขยันจึงกลายเป็นคนแบก
ในระบบที่คนขาด งานเยอะ ภาระล้น และไม่มีระบบให้รางวัลหรือลงโทษที่ชัดเจน
จะเกิดปัญหาคลาสสิก คือ คนขยันแบก ส่วนคนที่ทำงานน้อย เลี่ยงงาน มาสาย ปัดความรับผิดชอบ ก็อยู่ได้แบบสบายกว่าคนอื่น

สุดท้ายองค์กรจะค่อย ๆ สอนคนทำงานว่า
ถ้าคุณขยัน คุณไม่ได้รางวัล
ถ้าคุณทำดี คุณอาจได้งานเพิ่ม
ถ้าคุณรับผิดชอบ คุณจะกลายเป็นคนที่ระบบใช้ซ้ำ ๆ
ส่วนคนที่ไม่ทำอะไร ก็เดินลอยหน้าลอยตาได้เหมือนเดิม

นี่คือจุดที่ทำให้คนดี ๆ เริ่มหมดไฟ
ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากทำงาน แต่เพราะเขาเริ่มรู้สึกว่า ระบบไม่ได้แยกคนทำงานกับคนไม่ทำงานออกจากกันเลย
สุดท้ายองค์กรณ์ก็จะเหลือแต่คนทำงานเช้าชามเย็นชาม

และเมื่อคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด กลับถูกจัดการยากที่สุด
บุคลากรในโรงพยาบาลที่เห็นผลชัดมากในเรื่องนี้ คือองค์กรแพทย์
ในวัฒนธรรมโรงพยาบาล บุคลากรส่วนอื่นมักให้เกียรติแพทย์มากที่สุดอยู่แล้ว

แต่ปัญหาคือ เมื่อหมอบางคนทำตัวขี้เกียจ
อู้งาน มาสาย ปัดเคส ไม่รับผิดชอบ ไม่ช่วยทีม หรือทำงานแบบให้พ้น ๆ ไป
คนอื่นแทบไม่มีอำนาจไปตักเตือน
คนที่พอจะจัดการได้คือผู้อำนวยการ
แต่ในความจริง หลายครั้งก็ทำได้แค่เรียกคุย ตักเตือนนิดหน่อย แล้วก็จบ
เพราะระบบราชการจัดการคนยากมาก ยิ่งถ้าไม่ได้ผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน ก็แทบทำอะไรไม่ได้

แต่ว่าหมอคนเดียวกันนี้แหละ ตอนมันไปรับงานโรงพยาบาลเอกชน มันขยันมาก ไม่เคยเกี่ยงงาน เพราะว่างานที่โรงพยาบาลเอกชนคือเงิน และ คนไข้ในระบบรัฐกลายเป็นภาระ

ในโรงพยาบาลเอกชน คนไข้คือลูกค้า
ลูกค้าจ่ายเงิน โรงพยาบาลรับเงิน 
แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ให้บริการ
นี่คือระบบตลาดปกติ

แต่ในโรงพยาบาลรัฐ มุมมองของผู้ให้บริการไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้
การตรวจคนไข้จำนวนมาก ไม่ได้เพิ่มค่าตอบแทนให้คนตรวจ
ตรวจ 30 คนก็ได้เงินเท่ากับคนตรวจ 80 คน
ตรวจดีมากก็แทบไม่ต่างจากตรวจให้ผ่าน ๆ
อธิบายละเอียดก็เสียเวลาเพิ่ม ตรวจเร็วก็อาจเคลียร์คนไข้ได้มากกว่า

เมื่อระบบไม่ได้ให้มูลค่ากับคุณภาพการบริการมากพอ
มุมมองของคนทำงานบางส่วนจึงเริ่มเปลี่ยน
จาก “คนไข้คือคนที่ต้องดูแล” กลายเป็น “คนไข้คือภาระที่ต้องเคลียร์ให้หมด”

เมื่อคนไข้เจอการปฏิบัติในรูปแบบที่เหมือนตัวเองเป็นภาระ
เขาก็ย่อมไม่พอใจ สุดท้ายกลายเป็นอารมณ์ลบ ๆ ต่อกัน
ทั้งที่จริงแล้วทั้งสองฝ่ายอาจเป็นเหยื่อของระบบเดียวกัน

ระบบแบบนี้ไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ก่อให้เกิดการพัฒนาได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการดูแล หรือพัฒนาศักยภาพบุคลากร การใช้บริการที่โรงพยาบาลของคนไข้ก็จะพบเจอแต่การบริการที่อิดโรยและไร้คุณภาพ โดยที่คนไข้ไม่สามารถปฏิเสธได้ ถ้าคุณเข้ามาใช้บริการโรงพยาบาลรัฐและคุณเจอการบริการที่ดีเยี่ยม ได้รับการพูดคุยจากเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรและมีความเอาใจใส่ ขอให้รู้ไว้ว่า วันนี้คุณแค่โชคดี

ฝากเพจเปิดใหม่หน่อยนะครับ
https://www.facebook.com/share/1DV5APZMbx/?mibextid=wwXIfr
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2008
ตอบ: 23915
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 26, 2026 16:38
[RE: ปัญหาระบบสาธารณสุข กับการแทรกแซงกลไกตลาด EP.3]
อยากให้แทรกแซงอีกเรื่องคือราคายา
ขายแพงมาก ตั้งราคาตามใจชอบ
ร้านยามีเยอะแยะ แต่มันไม่แข่งราคากันเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
AFC Wimbledon "The Real Dons"
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel