พรีเมียร์ลีกถูกตั้งคำถาม หลังทีมอังกฤษครองยุโรปด้วยพลังเงิน
กระแสความได้เปรียบของสโมสรพรีเมียร์ลีกในเวทียุโรปถูกหยิบมาถกเถียงอีกครั้ง หลังทีมจากอังกฤษเข้าชิงครบทุกถ้วยยุโรป และฤดูกาลหน้ามีถึง 8 สโมสรเตรียมลงแข่งขันในรายการยุโรป
ประเด็นสำคัญคือช่องว่างทางการเงินที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้การแข่งขันถูกมองว่าไม่สมดุล ตัวอย่างเช่น แอสตัน วิลลา มีรายได้ 450.2 ล้านยูโร เทียบกับคู่แข่งอย่างไฟรบวร์กที่ 162.8 ล้านยูโร ซึ่งสะท้อนภาพรวมของความต่างด้านทรัพยากรอย่างชัดเจน
บทความตั้งคำถามว่า เมื่อทีมพรีเมียร์ลีกมีรายได้เหนือกว่าคู่แข่งยุโรปจำนวนมาก ชัยชนะในยูโรปา ลีก หรือยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ยังถือเป็นความสำเร็จในเชิงการแข่งขันเต็มรูปแบบหรือไม่ โดยเปรียบว่าหากทีมที่มีทรัพยากรมากกว่ามหาศาลชนะทีมที่เล็กกว่า ก็อาจไม่ต่างจากการแข่งที่ไม่ยุติธรรมนัก
คริสตัล พาเลซ ถูกยกเป็นอีกตัวอย่างในรอบชิงยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก กับราโย บาเยกาโน แม้ทั้งสองเป็นทีมลีกสูงสุดเหมือนกัน แต่พาเลซมีรายได้ 232.5 ล้านยูโร ขณะที่ราโยมี 60 ล้านยูโร ทำให้ถูกมองว่าอยู่กันคนละโลกทางการเงิน
ประเด็นนี้ยังโยงไปถึงข้อเสนอให้ยูฟ่าพิจารณาจัดระบบใหม่ อาจด้วยการวางอันดับหรือกันทีมที่ร่ำรวยที่สุด 30 สโมสรออกจากยูโรปา ลีก และยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก เพื่อเปิดทางให้การแข่งขันมีความสูสีมากขึ้น
บทความสรุปว่า ความมั่งคั่งของพรีเมียร์ลีกกำลังทำให้ฟุตบอลยุโรปเสียสมดุล และหากปล่อยให้ทีมอังกฤษใช้ข้อได้เปรียบทางการเงินครองถ้วยรองต่อเนื่อง ความหมายของการแข่งขันอาจถูกลดทอนลงเรื่อยๆ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Football365