แมนฯ ซิตี้คืนบัลลังก์ WSL รอบ 10 ปี
ฤดูกาล 2025-26 ของวีเมนส์ ซูเปอร์ลีกปิดฉากลงด้วยภาพใหญ่ที่ชัดเจน แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 10 ปี ขณะที่เลสเตอร์ ซิตี้ต้องตกชั้น หลังแพ้ชาร์ลตัน แอธเลติกในเพลย์ออฟหนแรกของการแข่งขัน
ซิตี้ทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบภายใต้กุนซืออันดรี เยกลาร์ตซ์ ตั้งแต่ฤดูกาลแรกของเขา โดยไม่มีภาระยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกมารบกวน และเดินหน้าชนะ 13 นัดติดต่อกันระหว่างเดือนกันยายนถึงกุมภาพันธ์ จุดสำคัญคือการรักษาความฟิตของคาดิชา ชอว์กับวิเวียน มีเดมา ซึ่งช่วยกันยิงรวม 31 ประตู หรือครึ่งหนึ่งของจำนวนประตูทั้งทีม
อาร์เซนอลจบอันดับ 2 หลังเริ่มต้นด้วยความคาดหวังสูงจากการเป็นแชมป์ยุโรปปีก่อน แต่ปัญหาบาดเจ็บและฟอร์มสะดุดบางช่วงทำให้ไล่ล่าแชมป์ไม่ทัน ส่วนเชลซี แชมป์เก่า 6 สมัยติดต่อกัน หล่นมาอันดับ 3 แม้ได้แชมป์ลีก คัพ แต่เจอปัญหานักเตะเกมรุกบาดเจ็บและความเปลี่ยนแปลงหลังฉาก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจบอันดับ 4 พร้อมประสบการณ์ครั้งแรกในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้ แต่ฟอร์มลีกสะดุดในช่วงเข้ารอบน็อกเอาต์ และการขาดเอลลา ทูนเป็นเวลานานส่งผลชัดเจน อีกประเด็นที่ยังต้องแก้คือการสู้กับสามทีมใหญ่ให้สูสีกว่านี้
ทีมเซอร์ไพรส์ที่สุดคือท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่จบอันดับ 5 ทั้งที่ถูกคาดว่าจะหนีตกชั้น มาร์ติน โฮเข้ามายกระดับทีมจากรองบ๊วยซีซั่นก่อนให้กลายเป็นทีมที่แข่งขันได้จริง ขณะที่ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสส์ น้องใหม่ของลีกจบอันดับ 6 ถือเป็นผลงานเปิดตัวที่น่าพอใจ แม้การปลดโจเซลิน เปรเชอร์กลางฤดูกาลจะยังถูกมองว่าน่ากังขา
ด้านเลสเตอร์จบอันดับสุดท้ายและตกชั้น หลังฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยปลดอามันดีน มิเกลก่อนเปิดซีซั่นเพียง 10 วัน ทีมยิงได้แค่ 11 ประตู น้อยสุดในลีก และแพ้รวด 13 นัดในปี 2026 ก่อนพลาดเอาตัวรอดในเกมเพลย์ออฟกับชาร์ลตัน ทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่ใน WSL 2 ฤดูกาลหน้า
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
BBC Sport