ผ่าแผนปฏิวัติแดนกลางปีศาจแดง
ผ่าแผนปฏิวัติแดนกลางปีศาจแดง: จากยุทธศาสตร์ 3 ระดับ สู่มหากาพย์การคว้าตัวตนที่ใช่ "ซานโดร โทนาลี"
ที่มา :
https://shorturl.asia/VO4xo
การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของ ไมเคิล คาร์ริก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในตลาดซื้อขายรอบนี้ นั่นคือการชำระล้างและปฏิวัติโครงสร้างแผงมิดฟิลด์ใหม่ทั้งหมด
หลังจากที่สโมสรเตรียมปิดฉากยุคสมัยของ คาเซมิโร่ รวมถึงการจ่ออำลาทีมค่อนข้างแน่ของ มานูเอล อูการ์เต้ ผู้ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์การทำเกมในระบบแกะเพรสซิ่งที่ยืดหยุ่นได้
บอร์ดบริหารเรดเดวิลส์จึงได้คลอด "ยุทธศาสตร์ 3 เกรด 3 ระดับราคา" ขึ้นมาเพื่อเป็นไพ่ตายในการยกเครื่องแดนกลางให้สมบูรณ์แบบและพร้อมที่สุดสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
สโมสรไม่ได้มองหาแค่ 'นักเตะเก่ง' แต่อยากได้ 'จิ๊กซอว์ที่เข้าล็อค' โดยแบ่งงบประมาณและบทบาทออกเป็น 3 ระดับอย่างเป็นระบบ
เริ่มจาก เกรด 1 (The Elite Core) งบประมาณ 70-100 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสหรือกลุ่ม Tier S ที่เข้ามาแล้วต้องยกระดับทีมได้ทันที เป็นหัวใจหลักในการบัญชาเกมทั้งรุกและรับ
ถัดมาคือ เกรด 2 (The Tactical Engine) งบประมาณ 40-50 ล้านปอนด์ มิดฟิลด์สายพลังงาน คุณภาพสูง อายุอยู่ในช่วงพีค ตอบโจทย์ยุทธวิธีขยับขับเคลื่อนเกมและเพิ่มมิติเชิงลึก
และสุดท้ายคือ เกรด 3 (The Future Prospect) งบประมาณ 15-20 ล้านปอนด์ ดาวรุ่งศักยภาพสูงเพื่อนำมาเจียระไนต่อ คอยซัพพอร์ตทีมในฐานะอะไหล่ระยะยาว
ในระดับเกรดรองลงมา
ข่าวสารล่าสุดยืนยันตรงกันว่า ดีลของ เอแดร์สัน ห้องเครื่องพันธุ์ดุจากอตาลันต้า เดินหน้าไปไกลถึงขั้นใกล้ปิดดีลเต็มแก่แล้ว โดยมีโครงสร้างค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ราว 41.5 ล้านปอนด์ และบวกรวมโบนัสแอดออนอีกประมาณ 4.3 ล้านปอนด์ เบ็ดเสร็จจะจบอยู่ที่ราวๆ 45.8 ล้านปอนด์
ซึ่งทางแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอสัญญาส่วนตัวล่อใจด้วยค่าเหนื่อยหลังหักภาษีที่ 3.9 ล้านปอนด์ต่อปี หรือหากคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ก่อนหักภาษีตามโครงสร้างของพรีเมียร์ลีกจะตกอยู่ที่ประมาณ 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง แอตเลติโก มาดริด อย่างชัดเจน
ในเชิงโครงสร้างแล้ว เอแดร์สัน ถูกวางไว้ในตำแหน่งมิดฟิลด์เกรดที่ 2 หน้าที่ของเขาคือการเป็นตัวทำลายเกมสวนกลับ ครองบอลเหนียวแน่น และเพิ่มความดุดันในแดนกลาง
ทว่าแหล่งข่าววงในระบุว่า คาร์ริก ยังไม่หยุดแค่นี้ เพราะเขายังต้องการ "สมองและหัวใจ" ในระดับเกรด 1 เข้ามาเติมเต็ม และเป้าหมายสูงสุดคนนั้นคือคนที่เรากำลังจะพูดถึง
เมื่อมองหาคนที่จะมาเป็นเบอร์หนึ่งในแผงมิดฟิลด์ ชื่อของ ซานโดร โทนาลี ถูกปักหมุดไว้เป็นอันดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย
สถานการณ์ล่าสุดในปีกของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เริ่มเปิดทางเนื่องจากข้อตกลงแบบสุภาพบุรุษที่ระบุว่าหาก "สาลิกาดง" พลาดตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก นักเตะสามารถย้ายทีมได้
ประกอบกับเงื่อนไขที่นิวคาสเซิลต้องรักษากฎการเงินอย่างเคร่งครัด ทำให้ราคาคาดการณ์ของโทนาลีจะเริ่มต้นที่ 80 ล้านปอนด์ และมีโอกาสขยับตัวเลขขึ้นไปสูงถึง 100 ล้านปอนด์ ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อปิดดีลนี้ให้ได้
หากวิเคราะห์เจาะลึกสไตล์การเล่น โทนาลี ไม่ใช่มิดฟิลด์ตัวรับโบราณที่ปักหลักตัดเกมอย่างเดียว แต่เขาคือ Hybrid มิดฟิลด์ (Regista + Mezzala) ที่มีส่วนผสมอันลงตัวระหว่างความดุดันแบบ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ และวิสัยทัศน์การวางบอลแบบ อันเดรีย ปีร์โล่
บ่อยครั้งที่เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับอดีตมิดฟิลด์เชิงสูงอย่าง ดานิเอเล่ เด รอสซี่ เนื่องจากมีคาแรคเตอร์ดุดัน เข้าบอลหนักหน่วง แต่มีเทคนิคการออกบอลสั้น-ยาวที่ประณีตและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อกางสถิติขั้นสูงในตำแหน่งมิดฟิลด์ โทนาลี โดดเด่นเป็นสง่าในเรื่อง การสร้างสรรค์โอกาสที่พุ่งสูงไปอยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 86 เหนือกว่ามิดฟิลด์ส่วนใหญ่ในยุโรปชัดเจน
ขณะที่การจ่ายบอลไปข้างหน้า อยู่ในระดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 89 สะท้อนให้เห็นว่าทุกลูกที่ออกจากเท้าของเขาคือการขับเคลื่อนเกมรุก ไม่ใช่การเคาะบอลขวางสนามไปมา
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความเร็วสูงสุดแตะระดับ 33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยิ่งทำให้เขาสามารถไล่กวดคู่แข่งและเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็วเป็นกรด
มุมมองจากเหล่านักวิเคราะห์และกูรูฟุตบอลระดับทวีปต่างยกย่องว่า โทนาลี ได้ก้าวข้ามคำว่าดาวรุ่งไปสู่ "มิดฟิลด์ระดับเวิลด์คลาส" เรียบร้อยแล้ว
จุดเด่นที่สุดที่สายสเกาต์หลงรัก คือความฉลาดทางยุทธวิธี เขารู้ว่าตอนไหนควรชะลอเกม ตอนไหนควรเร่ง และมีจุดเด่นในการเล่นภายใต้ความกดดันสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไปนับตั้งแต่หมดตัว ไมเคิล คาร์ริก ในยุคค้าแข้ง
และหากดีลนี้เสร็จสิ้นลงล็อก นี่คือระบบแดนกลางในฝันที่จะยกระดับทีมไปอีกขั้นอย่างสิ้นเชิง
โดยคาร์ริกจะสามารถเซ็ตอัพแผนการเล่นในฝันด้วยการจับคู่กันระหว่าง โทนาลี ในบทบาท Deep-Lying Playmaker และ ค็อบบี้ เมนู ในบทบาท Box-to-Box (No.8)
ที่ผ่านมา เมนู ต้องพะวงกับเกมรับและพื้นที่ด้านหลังบ่อยครั้งเนื่องจากคู่หูเชื่องช้า แต่เมื่อมีโทนาลีเข้ามา เมนู จะสามารถขยับขึ้นไปเล่นเกมรุกได้เต็มตัว มีอิสระในการลากเลื้อย พลิกบอล และสอดเข้าเขตโทษ
โดยมี โทนาลี ยืนปักหลักต่ำคอยคุมจังหวะเกม คอยบดขยี้แผงรุกคู่แข่งด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง และใช้สายตาอันเฉียบคมวางบอลยาวเปิดซ้ายย้ายขวาฉีกไลน์กองหลังฝั่งตรงข้าม
ทั้งคู่มีเบสิคฟุตบอลที่แน่น เอาตัวรอดจากการโดนรุมเพรสซิ่งได้ดีเยี่ยม ทำให้แดนกลางของแมนฯ ยูไนเต็ด จะกลายเป็นหนึ่งในแผงมิดฟิลด์ที่แกะเพรสซิ่งและเซ็ตเกมจากแดนหลังได้เนียนตาที่สุดในยุโรป
การปิดดีลเอแดร์สันคือการเสริมรากฐานที่มั่นคง แต่การได้ ซานโดร โทนาลี คือการประกาศศักดาว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่
นี่ไม่ใช่แค่การซื้อเพื่อทดแทน... แต่มันคือการ "ปฏิวัติเพื่อไปเป็นแชมป์" อย่างแท้จริง!
#Marcustino24
#MUFC #ManchesterUnited #ManUtd #SandroTonali #Ederson #MichaelCarrick #KobbieMainoo #TransferNews #OldTrafford