ว่างงานมานาน ได้งานที่ใหม่ เดินทางไกล 100-120 กม. / วัน แต่...
เหมือนกระทู้ผมจะมีแต่เรื่องงานนะ 5555 อยากหาเรื่องอื่นมาตั้งกระทู้เหมือนกัน แต่ช่วงนี้เครียดมากครับไม่รู้จะคุยตรงไหนกับใคร อาจจะยาวหน่อย แต่ช่วยผมคิดหน่อยครับว่าควรทำยังไงได้บ้าง มีจุดต้องการคำปรึกษาและพิจารณาครับ **
เรื่องของเรื่องคือ หลังจากผมผ่านออฟฟิศ "ไม่มืออาชีพ" ในสิ้นเดือนที่ผ่านมา แบบไม่มีงานรองรับ ไม่มีเงินสำรอง มีเงินพอใช้ถึงสิ้นเดือน ผมได้รับโทรศัพท์จากบริษัทนึง บริษัทอยู่พระประแดง ซึ่งผมอยู่ คูคต ลำลูกกา !! (ซึ่งมันไกลมากกกกกก) โดยเมื่อต้นปีผมเคยปฏิเสธเขาเรื่องการเดินทางไป-กลับ กว่า 100-120 กม. นี่แหละ แต่รอบนี้ไม่เหมือนเดิม หลังจากเขาทราบที่อยู่ผมแล้ว ปลายสายเขาบอกว่าเขาดูโปรไฟล์ผมแล้วเขาถูกใจมากๆ อยากให้ผมลองมาฟังโปรเจ็คที่เขากำลังจะทำก่อน (ตอนแรกเข้าใจว่าเป็น HR โทรมาทั่วไป แต่..)
ด้วยความที่ที่ว่า ผมส่งใบสมัครไปกว่า 20 ที่ ตั้งแต่ต้นเดือน และยังไม่มีใครตอบกลับ และผมต้องได้งานจริงๆ เลยตัดสินใจว่า "ลองไปคุยดูไม่เสียหายอะไร" ก็เลยตกลงนัดวันเข้าไปคุยกัน
ซึ่งตอนแรกคิดว่าสัมภาษณ์กับ HR และ Senior Marketing เพียงเท่านั้น (มารู้ทีหลังว่า GM เป็นคนโทรมาเองแต่แรก และมาสัมภาษณ์เองกับ Senior) และเขาจะให้สัมภาษณ์กับ MD ต่อเลยด้วย กับโปรเจ็คทีมที่เขากำลังสร้างใหม่ตอนนี้และจะดึงผมไปช่วยทีม เพราะเห็นศักยภาพจากโปรไฟล์ (ผมจบออกแบบสายเป็ด Pro Max ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่เก่งสักอย่าง) ซึ่งมีสัมภาษณ์สองรอบในบ่ายวันนั้นเลย ผมก็สัมภาษณ์ทั้งสองรอบ ผ่านไปได้ด้วยดี (โดย MD ให้เลขามาสัมภาษณ์แทน) โดยผมเรียกเงินเดือน คุยกับเขาตรงๆ แบบว่า ถ้าต่ำกว่านี้ก็อยู่ไม่ได้ (เพิ่มจากฐานเดิม 30% เป็นค่าเดินทางล้วนๆ) กะว่าเรียกสูงให้อยู่ได้ ดีกว่าเรียกต่ำแล้วอยู่ไม่ได้ทีหลัง
พอวันต่อมาเขาก็โทรมาคอนเฟิร์มเริ่มงานทันที เงินเดือนให้ตามที่ขอ ผมก็โอเค ไกลหน่อย แต่ไปก็ไปแหละ ซึ่งตามความเข้าใจ *"ผมเริ่มงานกลางเดือน ก็จะได้รับค่าจ้างเป็นรายวันไปก่อนในเดือนแรก (ทำงาน 10 วัน) และจะได้เต็มเดือนในเดือนที่สอง ซึ่งผมพอจะสามารถจัดการชีวิตให้พออยู่ จนถึงเดือนหน้าได้"
**ตรงนี้จุดคิดหนักของทั้งหมด เพราะไม่ได้ถูกแจ้งล่วงหน้ามาก่อน **
HR มาแจ้งผมว่า เนื่องจากรอบเงินเดือนจะตัดทุกวันที่ 20 และผมเริ่มมาทำงานวันที่ 18 ทำให้เดือนนี้ผมจะได้ค่าแรง "แค่ 3 วัน" ผมเลยสอบถามว่า "ปกติจะคิดเป็นรายวันในเดือนแรกไม่ใช่เหรอครับ" ซึ่ง HR ก็บอกเพียงแค่ว่า "ระบบมันเป็นแบบนี้ ไม่สามารถแก้ไขได้ อาจจะต้องหาเงินสำรองมาก่อน ทุกคนก็เป็นแบบนี้กันหมด" ในใจผมคือคิดหนักตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะผมไม่มีเงินสำรองพอที่จะใช้ชีวิตและเดินทางมาทำงาน จนถึงเดือนหน้าได้แน่ๆ (กว่าจะได้เงินเดือนเต็มๆก็อีกเกือบ 40 วัน) ผมพิจารณาตอนกำลังจะเซ็นสัญญาอยู่สักพัก และได้บอกข้อกังวลนี้ไปกับทาง HR แต่เขาก็ยังยืนยันว่าไม่สามารถทำจ่ายแบบที่ผมคิดได้ เพราะทำเป็นระบบเหมือนกันทั้งโรงงาน สุดท้ายผมก็เลยเซ็นสัญญาไปก่อน และลองไปดูที่ทำงาน ทีมงาน และสิ่งที่ผมต้องไปทำ
โดยรวมผมโอเคกับทีม และเนื้องานที่ผมต้องไปทำนะ ถึงแม้จะรวมทีมใหม่ ทำบริษัทใหม่ แต่ค่อนข้างเป็นทีมที่ดี น่าร่วมงานเลยทีเดียว แต่ปัญหาเรื่องเงินทำให้ผมต้องพิจารณาหนักพอสมควร เพราะไม่สามารถมีเงินมาสำรองจ่ายได้ขนาดนั้นแน่นอน (ผมมีหนี้ต้องจัดการรายเดือนอยู่ที่ 15k) ผมเลยจะลองไปคุยกับ GM ที่ดึงผมมาโดยตรงว่า เขาพอจะมีทางช่วยเหลือหรือแก้ไขให้ผมอย่างไรได้บ้าง เพราะถ้าแก้ไขไม่ได้ หรือผมต้องหาเงินมาสำรองจริงๆ ผมอาจจะไม่ไหว จนต้องยอมแพ้จริงๆ ถึงแม้หลายๆอย่างจะดี แต่การที่ต้องเดินทางไปทำงานวันละ 100-120 กม. ทุกวัน ค่าทางด่วนค่าน้ำมันค่ากินค่าอยู่ แต่เงินจะเข้าเต็มๆอีก 40 วันข้างหน้า ผมไม่สามารถใช้ชีวิตได้จริงๆครับ
สรุปสถาณการณ์ตอนนี้
- ผมมีเงินพอไปทำงานและใช้ชีวิตถึงแค่สิ้นเดือน "ไม่มีเงินสำรองอีกแล้วครับ"
- รายจ่าย fixed cost 15k เป็นไฟแนนซ์รถ ผ่อนคอนโด หนี้บัตรเครดิต พยายามจัดการอยู่ทุกเดือนครับ เลื่อนจนสุดเพดานก็แล้วเช่นกัน
- ผมไม่มีทรัพย์สินเปลี่ยนเป็นเงิน และไม่สามารถกู้ยืมใครรอบตัวได้เลยเช่นกันครับ
- การที่ไม่ได้เงินเดือนแรกแบบที่ผมคิด (ซึ่งปกติทุกที่ที่ผมเคยทำก็คำนวนแบบนี้) ผมไม่แน่ใจว่าการไปพูดคุยตรงๆมันดูไม่ดีขนาดนั้นเลยไหมครับ เพราะผมคิดว่าการที่เราตรงไปตรงมากับความคิดมันอาจจะดีกว่า เพราะถ้าเขาแจ้งผมก่อนผมอาจจะปฏิเสธแต่แรกเลยก็ได้
ถ้าไม่มีทางแก้ปัญหาให้ผมได้จริงๆ ผมอาจจะต้องยอมแพ้และถอยออกมา หางานรายวันทำประคองชีวิตไปก่อน
ให้พอมีชีวิตรอดผ่านไป ยังสู้ชีวิตอยู่ ขอกำลังใจหรือคำแนะนำหรือความเข้าใจผมผิดยังไง ยินดีรับฟังทุกท่านครับ
คือผมพยายามจัดการชีวิตอย่างที่สุดแล้วครับ จัดการได้มา 4-5 ปี มาพังปีนี้ปีเดียวเป็นโดมิโน่ยาวๆ