10 ปี 20 ถ้วย เป๊ปคือโค้ชที่ครองยุคแบบที่ไม่มีใครเคยทำได้
มีโค้ชน้อยมากในประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่จะยืนระยะคว้าแชมป์ได้นานต่อเนื่องขนาดนี้ และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เพิ่งเพิ่มอีกหนึ่งสถิติให้ตัวเองในวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะเชลซี 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ คว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่สามในยุคของเขา และเป็นถ้วยใหญ่ใบที่ 20 ในเวลา 10 ปีที่คุมทีมเรือใบสีฟ้า ชายชาวสเปนวัย 55 ปีจากเมืองซานต์เปดอร์ที่เคยเป็นผู้เล่นในตำนานของบาร์เซโลนา กลายมาเป็นโค้ชที่นิยามคำว่า "ครองยุค" ใหม่ทั้งหมด
ถ้าดูตัวเลขตลอดอาชีพการเป็นโค้ชของเขา มันไม่ใช่แค่เก่งช่วงเดียว ที่บาร์เซโลนาตั้งแต่ปี 2008-2012 เขามีค่าเฉลี่ยคะแนนต่อเกม 2.36 ที่บาเยิร์น มิวนิก ระหว่างปี 2013-2016 ค่าเฉลี่ยสูงถึง 2.41 และที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน คุมไปแล้ว 591 นัด ค่าเฉลี่ย 2.28 ตลอด 10 ปี ฤดูกาลนี้คนเดียวคุม 58 นัด ชนะ 40 เสมอ 9 แพ้ 9 ค่าเฉลี่ย 2.22 ในรายการถ้วยอย่างคาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพ ชนะรวด 12 จาก 12 นัด ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือมาตรฐานที่เขาบังคับให้ตัวเองทำได้ทุกที่ที่ไป
เส้นทางสู่แชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาลนี้ยิ่งทำให้ความสำเร็จมีรสชาติพิเศษ ซิตี้ผ่านนิวคาสเซิลในรอบ 16 ทีม เขี่ยลิเวอร์พูลตกในรอบ 8 ทีม และเกือบเสียท่าเซาแธมป์ตันจากแชมเปียนชิพในรอบรองชนะเลิศ ต้องใช้สองประตูช่วงท้ายเกมจึงผ่านเข้าสู่รอบชิงได้ จากนั้นในเกมตัดสิน อองตวน เซเมนโย ตัดสินเกมด้วยลูกแตะสวยจากครอสของฮาลันด์ในนาทีที่ 70 และเมื่อบวกกับคาราบาว คัพ ที่เอาชนะอาร์เซนอลก่อนหน้านี้ ฤดูกาลนี้กวาร์ดิโอลาก็คว้าถ้วยไปแล้ว 2 ใบ และยังลุ้นพรีเมียร์ลีกอยู่อีก
สิ่งที่ทำให้กวาร์ดิโอลาพิเศษไม่ใช่แค่จำนวนถ้วย แต่คือความสม่ำเสมอในการชนะปีแล้วปีเล่า ทั้งที่ฟุตบอลปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทีมคู่แข่งพัฒนาขึ้นทุกฤดูกาล แต่เขายังหาวิธีที่จะนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้เสมอ คว้าแชมป์เปียนส์ลีก 3 ครั้ง แชมป์อังกฤษ 6 สมัย แชมป์เยอรมัน 3 สมัย แชมป์สเปน 3 สมัย และเคยได้รับเลือกเป็นโค้ชที่ดีที่สุดในโลกถึง 3 ครั้ง สัญญาของเขายังอยู่กับซิตี้ถึงปี 2027 และตราบใดที่เขายังนั่งอยู่บนเก้าอี้นั้น คำว่าจุดจบของยุคนี้ก็ยังไม่มีใครกล้าพูดถึง