ซิตี้ครองบอลเหนือกว่า แต่เชลซียันอยู่ครึ่งแรกเอฟเอ คัพ
ศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ ระหว่าง เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คิกออฟเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดย The Guardian Sport รายงานบรรยากาศช่วงครึ่งแรกที่จบลงแบบยังไม่มีประตู แม้ซิตี้จะครองบอลมากกว่าและมีโอกาสเข้าทำชัดเจนกว่า
แมนฯ ซิตี้เริ่มเกมด้วยการถือบอลกดดันอย่างต่อเนื่อง มีช่วงหนึ่งสถิติครองบอลนำถึง 72 ต่อ 28 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เชลซีเลือกตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับ โดยมี เจา เปโดร เป็นตัวพักบอลแดนหน้าที่ทำได้โดดเด่น
นาทีที่ 27 ซิตี้ส่งบอลเข้าประตูได้จากจังหวะที่ เซเมนโย แทงให้ นูเนส หลุดไปถวายพานให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงโล่ง ๆ แต่ประตูถูกริบเพราะ นูเนส ออกสตาร์ตจากตำแหน่งล้ำหน้าอย่างชัดเจน
ช่วงท้ายครึ่งแรก เชลซีเริ่มเล่นได้ดีขึ้นและมีจังหวะน่าถกเถียงในช่วงทดเจ็บ เมื่อ เจา เปโดร พาบอลเข้าเขตโทษก่อนปะทะกับ คูซานอฟ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษ โดยมองว่าเป็นจังหวะปะทะกันมากกว่า
เกมยังมีจังหวะสำคัญจาก ฮาลันด์ ที่ยิงมุมแคบติดเซฟ โรเบิร์ต ซานเชซ ขณะที่ฝั่งเชลซีมีความกังวลเล็กน้อยเมื่อ มอยเซส ไกเซโด มีอาการเจ็บเข่า และ เจา เปโดร ต้องดูอาการที่ต้นขาซ้าย แต่ทั้งคู่ยังเล่นต่อได้
ก่อนเริ่มครึ่งหลัง เป๊ป กวาร์ดิโอลา ขยับแก้เกมทันทีด้วยการส่ง รายาน แชร์กี ลงแทน โอมาร์ มาร์มูช ทำให้ครึ่งหลังน่าจับตาว่าซิตี้จะเร่งจังหวะเพื่อเจาะแนวรับเชลซีได้หรือไม่ หลังครึ่งแรกเหนือกว่าแต่ยังเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้