ลิเวอร์พูล-แมนยูแตะ 68 ถ้วย ศึกศักดิ์ศรีสโมสรแชมป์มากสุดยังเดือด
GiveMeSport เปิดประเด็นจัดอันดับสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยชี้ว่าความยิ่งใหญ่ของแต่ละทีมไม่ได้วัดแค่จำนวนถ้วยรางวัล แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ แฟนบอล และช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมสโมสร
หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งต่างมี 68 โทรฟี่ในประวัติศาสตร์ โดย “หงส์แดง” ถูกยกให้เหนือกว่าเล็กน้อยในแง่เกียรติยศสำคัญของอังกฤษ หลังกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งในยุคของ อาร์เนอ สล็อต จากผลงานของแข้งอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์
ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นสโมสรที่มีภาพจำระดับตำนาน ทั้ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด, “บัสบี เบบส์” และยุค “คลาส ออฟ 92” แม้ช่วงหลังไม่ได้ครองความยิ่งใหญ่เหมือนยุค 1990s และ 2000s แต่พวกเขายังมี ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 3 สมัย และล่าสุดเพิ่งคว้า เอฟเอ คัพ จากชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1
ในระดับยุโรปตะวันออก ดินาโม ซาเกร็บ ถูกระบุว่ามี 68 ถ้วยเท่ากับสองยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ พร้อมสถานะสโมสรโครเอเชียเพียงทีมเดียวที่เคยได้แชมป์ระดับทวีป จากถ้วย อินเตอร์-ซิตีส์ แฟร์ส คัพ ฤดูกาล 1966-67
รายงานยังกล่าวถึง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรอายุน้อยที่ก่อตั้งในปี 1970 แต่ขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมใหญ่ของโลก หลังฤดูกาล 2024/25 คว้า 4 แชมป์ รวมถึง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัยแรก และยังเริ่มซีซั่นใหม่ด้วย โทรเฟ เดส์ ช็องปิยงส์
นอกจากนี้ยังมีชื่อของ กาลาตาซาราย และ อันเดอร์เลชท์ ที่มี 64 ถ้วย, FCSB หรือ สเตอัว บูคาเรสต์ 62 ถ้วย, โบคา จูเนียร์ส 61 ถ้วย, ซามาเล็ค 58 ถ้วย และ ซีเอสเคเอ โซเฟีย 57 ถ้วย สะท้อนว่าความสำเร็จในฟุตบอลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลีกใหญ่ยุโรปเท่านั้น แต่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก