วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เวลา 04.10 น.
เมื่อเวลาประมาณ ตี 4:10 นาที ในวันที่ 15 พ.ค. 2569
อยู่ดีๆผมได้ยินเสียงเหมือนคนล้มตึงดังมาก และพัดลมล้มลงมา แน่นอนว่าผมสะดุ้งตื่นทันที และรีบหันไปมองที่เตียงของแม่ผม แม่ผมไม่อยู่ที่เตียง แต่แม่ผมล้มอยู่ที่พื้นข้างๆเตียงผม แม่ผมล้มหัวฟาดพื้น และมีเลือดออกที่หัวเยอะมากๆ
ผมตั้งสติ รีบหยิบมือถือโทรหาเบอร์ 1669 ทันที พอเจ้าหน้าที่รับ แจ้งข้อมูลที่อยู่ของผม และรอรถกู้ภัยมารับไปโรงพยาบาล
***คำเตือน รูปนี้มีเลือด ใครที่ไม่สามารถดูได้อย่าดู
ประมาณ ตี 4.20 นาที เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงแล้ว มาทำแผลให้แม่ผมเบื้องต้น แม่ผมตอนล้มยังมีสติอยู่ ลืมตา ไม่ได้ล้มแล้วสลบทันที หลังจากทำแผลเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่เอาแม่ผมขึ้นรถส่งโรงพยาบาลทันทีครับ ตัวผมอยู่กาญจนบุรี รพ.ที่ใกล้สุดคือ รพ.มะการักษ์ครับ
ก่อนไปผมรีบถ่ายรูปกองเลือดแล้วก็พวกก้อนๆทันที ผมถ่ายไปทำไม ยังมีอารมณ์มาถ่ายรูปอีกเหรอ แม่ตัวเองล้มขนาดนี้ ผมถ่ายเพื่อเอาไปถามหมอครับว่า ก้อนเลือดบนพื้นมันหมายความว่ายังไง เลือดออกปริมาณนี้ มันเยอะหรืออันตรายมากไหม ผมกลัวบอกไม่ถูก ผมถ่ายตอนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเสร็จแล้วนะครับ
พอมาถึงที่โรงพยาบาลแล้ว ผมก็ได้แต่นั่งรอว่าเป็นยังไง พอสักพัก เจ้าหน้าที่เรียกผมเข้ามาและบอกกับผมว่า
พยาบาล : "เลือดในออคซิเจนต่ำ และดูซึมค่อนข้างมาก ไม่ทราบว่าถ้าต้องปั้มหัวใจ ให้ปั้มไหม ?"
ผมช็อคทันที ผมจำได้ว่า ผมเคยโดนคำถามนี้ตอนพ่อผมเสียไป ผมรีบตอบทันทีว่าปั้มครับ และคุณพยาบาลก็บอกให้เราไปรอข้างนอก
พอสักพัก จำเวลาไม่ได้ว่าเป็นชั่วโมงไหม เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกผมเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ผมพูดตรงๆว่ากลัวมาก ไม่พร้อมจะรับผล พอเข้าไปแล้ว พยาบาลก็บอกว่า
พยาบาล : "ตอนนี้คุณแม่ฟื้นตัวแล้วนะคะ แล้วก็สแกนสมองเบื้องต้นแล้ว ไม่มีเลือดออกในสมอง ตอนนี้ลองแวะไปคุยกับแม่ได้นะ"
ผมรีบไปหาแม่ทันที แม่ผมยังลืมตาอยู่ครับ ผมก็บอกว่าหนูยังอยู่นี้นะ
ต้องย้อนนิดหนึ่งครับ แม่ผมตอนนี้ แกซึมๆเป็นปกติอยู่แล้ว คือป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เส้นเลือดในสมองตีบด้วยครับ
แล้วพยาบาลก็ยื่นเอกสารให้ทำเรื่องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลครับ ผมก็ทำเรื่องไป แล้วย้ายมาอยู่ที่นี้ครับ หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง
เนื่องจากแม่ผมดื้อมากกกก ชอบซนจับโน้นนี้นั้น คุณพยาบาลเลยเอากระบอกใส่มือแม่ผม ไม่ให้ถอดหรือจับพวกสายต่างๆครับ ตอนนอนพักฟื้น แม่ผมแกดึงสายน้ำเกลือเฉยเลยครับ พยาบาบเลยต้องเอากระบอกมาใส่ในมือแม่ผมครับ
ส่วนเรื่องกิน แม่ผมยังพอกินได้อยู่ครับ อันนี้คือปริมาณก่อนและหลังกินเสร็จครับ
การนอนเฝ้า เป็นอะไรที่ทรมารผมมาก เนื่องจากมันร้อนจริงๆ ผมไม่ได้เอาพัดลมมาด้วย คือนอนไม่หลับเลย และตามที่ผมบอกข้างต้น แม่ผมดื้อสุดๆครับ แกยื่นมือให้ผมถอดกระบอกออกตลอด หรือไม่แกก็ดึงออกเอง โดยเอาขาหนีบแล้วดึงครับ แม่ผมเวลาแกอยากทำอะไร แรงแกโคตรเยอะเลย
พอผ่านไปคืนหนึ่ง วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 12 พฤษภาคม ตัวผมก็มีนัดหาหมอของตัวเอง ผมเลยบอกพยาบาลว่า ผมต้องไปหาหมอก่อนนะ หมอในโรงพยาบาลนี้นั้นแหละครับ หรือว่าให้ผมรอฟังผลของแม่ก่อน แล้วผมค่อยไปหาหมอ ทางพยาบาลบอกว่า ให้ผมไปหาหมอก่อนได้เลย
ช่วงที่กำลังรอหาหมอ วันนั้นมีกิจกรรมที่โรงพยาบาลด้วย วันพยาบาลโลก ตอนแรกผมจะบริจาคเลือด แต่บริจาคไม่ได้คร้บ เพราะเพิ่งฉีดวัคซีนมาไม่นานนี้เอง เจ้าหน้าที่เลยให้ของปลอบใจมาชิ้นหนึ่งครับ
พอผมหาหมอผมเสร็จแล้ว ผมขึ้นไปด้านบนไปเฝ้าแม่ต่อ คุณพยาบาลบอกว่า เดี๋ยววันนี้กลับบ้านได้เลยนะ ให้ทำเรื่องเอายาไปกิน
และนัดแนะบอกว่าให้เราล้างแผลทุกวันหรือวันเว้นวันที่อนามัยแถวบ้าน และมีนัดตัดไหมวันที่ 19 พฤษภาคมนี่ครับ และเย็บแผลที่หัวไปทั้งหมด 3 เข็มครับ
ผมเลยรีบโทรให้คนมารับครับ พร้อมกลับบ้านแล้วครับ ก่อนกลับ ผมแวะไปซื้อก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นแถวโรงพยาบาลก่อนกลับครับ เพราะสัญญากับแม่ค้าว่าจะไปกินตอนดึกๆ แต่วันนี้หมอบอกให้ผมกลับบ้านได้ ตอนแรกนึกว่าต้อฝค้างหลายคืน เลยต้องไปซื้อกินหน่อยครับ ก่อนกลับ
พอกลับบ้านแล้ว แม่ผมนี้โหดจริงๆครับ ยังนอนไม่ถึง 5 นาที แม่ผมลุกอีกแล้วครับ จะเดินไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะกล่อมแกได้สักพักเลย วันนั้นที่ออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมห่างแม่ไม่ได้เลย ขนาดสั่งเดลิเวอรี่ที่เซเว่น ผมต้องรีบวิ่งไปเอาหน้าบ้าน ประมาณไม่เกิน 10 วินาทีครับ เพราะแม่ผมแกตั้งเป้าจะทำอะไร แกจะต้องทำให้ได้ครับ หยุดแกยากมากๆ
แล้วผมมานั่งคิดนะ ทำยังไงไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ผมดันเพิ่งมาคิดได้ ตั้งนานหลายปี ทำไมคิดไม่ออก นั้นก็คือนอนขวางทางแม่ครับ เตียงผมติดกำแพงใช่ไหมครับ ผมให้แม่นอนริมสุดเลย และผมนอนข้างๆแม่ แม่ผมยังไงๆก็ออกไม่ได้ ติดกำแพง ติดผม ต่อมให้แกจะออกมาเดิน ติดผม ผมก็สะดุ้งตื่นและห้ามทันอยู่ดี ผมโทษตัวเองหนักมากว่า เรื่องง่ายๆแค่นี้ ทำไมดันคิดไม่ออก มาคิดออกตอนแม่ผมล้มขึ้นมา นี่ผมทำมา 2-3 คืนละ ได้ผลจริงๆ คือตัดปัญหาเรื่องแกลุกตอนกลางคืนได้เลย ถึงแม้ผมจะนอนไม่เต็มอิ่มก็ตาม
และแม่ผมมีนิสัยเสียอีกคือ ตั้งแต่แกเป็นโรคนี้มา ตอนกลางคืน,เช้าตรู่ หรือตอนผมหลับ เวลาแกจะลุกไปไหน แกจะไม่เคยปลุกหรือบอกผมเลยครับ แกจะไปคนเดียวเสมอ ทำให้ผมไม่รู้เลยว่าแกไปไหน และพร้อมเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันทุกเมื่อ
พอวันถัดไป ผมไปล้างแผลให้แม่ครับ ที่อนามัยแถวบ้านผม ทางเจ้าหน้าที่และหมอเขาก็ตกใจจริงๆว่า เลือดออกเยอะมาก เพราะผมยื่นรูปให้เขาดูด้วยครับ
พอล้างแผลอะไรเสร็จแล้ว ผมเลยทำเรื่องขอรถนั่งด้วยเลย ซึ่งไม่เสียเงินสักบาทครับ และยืมได้ไม่จำกัดจำนวนวันครับ แต่ค่าล้างแผลเสียเงินนะครับ ยังเบิกไม่ได้ 70 บาทครับ
จากนี้ก็ไปล้างแผลเรื่อยๆ และรอวันที่ 19 พฤษภาคม เอาไหมออกครับ
ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านครับ