ฮาร์ทส์จ่อเขียนประวัติศาสตร์ ลุ้นแชมป์ลีกในรอบ 66 ปี
ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียน กำลังยืนอยู่หน้าประตูแห่งประวัติศาสตร์ เมื่อพวกเขามีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสกอตแลนด์ในวันพุธนี้ หลังรอคอยมานาน 66 ปี โดย BBC Sport รายงานว่า เงื่อนไขสำคัญคือ ฮาร์ทส์ต้องเปิดบ้านที่ไทน์คาสเซิลเอาชนะฟอลเคิร์กให้ได้ และต้องลุ้นให้เซลติกบุกแพ้มาเธอร์เวลล์ที่เฟอร์ พาร์ค
แม้หลายฝ่ายยังมองว่าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยาก แต่ฮาร์ทส์มีสถิติในบ้านที่แข็งแกร่ง ขณะที่มาเธอร์เวลล์เคยเอาชนะเซลติกมาแล้วในฤดูกาลนี้ เพียงแต่เวลานั้นยังเป็นยุคของวิลฟรีด น็องซี ก่อนที่มาร์ติน โอนีลจะเข้ามาช่วยพาเซลติกกลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์อีกครั้ง
ถึงตอนนี้ เซลติกยังตามหลังฮาร์ทส์ 1 คะแนน แต่ยังถูกมองจากบริษัทรับพนันว่าเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ อย่างไรก็ตาม ฮาร์ทส์ยังนำตาราง หลังผ่าน 36 นัด ตลอด 10 เดือนของฤดูกาล และยืนจ่าฝูงมาตั้งแต่เดือนกันยายน
นี่คือฤดูกาลลีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮาร์ทส์นับตั้งแต่พลาดแชมป์ในวันสุดท้ายเมื่อ 40 ปีก่อน พวกเขาเคยถูกตั้งคำถามตั้งแต่ต้นฤดูกาล หลังโทนี่ บลูมเข้ามามีส่วนร่วมกับสโมสรและพูดถึงความเป็นไปได้ในการแทรกกลางสองยักษ์ใหญ่โอลด์เฟิร์มภายในฤดูกาลเดียว จากนั้นยังมีช่วงสะดุดในเดือนธันวาคม รวมถึงปลายฤดูใบไม้ผลิที่แพ้ทีมกลุ่มล่างสองทีมและเสมอลิฟวิงสตัน ทีมบ๊วยของลีก
อาการบาดเจ็บรบกวนทีมมาตลอด เช่นเดียวกับตอนนี้ แต่ทีมของเดเร็ค แม็คอินเนสยังประคองเส้นทางลุ้นแชมป์ไว้ได้ โดยคำว่า “เชื่อ” กลายเป็นเหมือนหลักยึดของไทน์คาสเซิล
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลฮาร์ทส์ยังเต็มไปด้วยความกังวล เพราะอดีตเคยฝากบาดแผลไว้มากมาย โดยเฉพาะปี 1986 ที่ความฝันพังทลายในเกมสุดท้ายที่เดนส์ พาร์ก รวมถึงปี 1965 ที่พวกเขาพลาดแชมป์เช่นกัน แฟนบอลรายหนึ่งชื่อมาร์ก เล่าถึงปี 1986 ว่า “ผมไม่รู้เลยว่าหลังจากนั้นต้องทำตัวยังไง ผมจำประตูที่ทำให้เราแพ้ได้ และจำความรู้สึกที่อยากออกไปจากที่นั่นให้เร็วที่สุด ผมจำได้ว่าต้องเดินไกลมากเพื่อไปขึ้นรถบัส และตลอดทางผมเห็นผู้ใหญ่ร้องไห้ โดยมีลูกชายลูกสาวคอยปลอบใจ ภาพนั้นติดอยู่กับผม เด็กๆ เป็นฝ่ายปลอบพ่อ ไม่ใช่ในทางกลับกัน”
ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มขึ้นหลังเกมที่เฟอร์ พาร์ค เมื่อวันเสาร์ ขณะสกอร์ 1-1 อเล็กซานดรอส คิซิริดิส ล้มลงในเขตโทษจากจังหวะที่ดูเหมือนถูกทาวันดา มาสวานฮิเซทำฟาวล์ แต่ผู้ตัดสินสตีเวน แม็คลีนไม่ให้จุดโทษ แม้ VAR จะเรียกให้ไปดูจออีกครั้ง เขายังยืนยันคำตัดสินเดิม สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แฟนฮาร์ทส์ โดยแม็คอินเนสระบุว่าวิลลี คอลลัม หัวหน้าผู้ตัดสิน ยืนยันแล้วว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น
เส้นทางของฮาร์ทส์กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก จากเดิมที่มีเพียงสื่อในอังกฤษและไอร์แลนด์ติดตาม ก่อนขยายไปยังฝรั่งเศส เยอรมนี โปรตุเกส สเปน ออสเตรีย เบลเยียม กรีซ เนเธอร์แลนด์ สวีเดน ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก บราซิล ออสเตรเลีย ยูกันดา คาซัคสถาน และไนจีเรีย เพราะนี่คือเรื่องราวของทีมรองที่กำลังท้าทายระบบผูกขาดอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกฟุตบอล
ตัวเลขยิ่งสะท้อนความเหลื่อมล้ำ ฮาร์ทส์มีผู้ถือตั๋วปี 15,500 คน เทียบกับเรนเจอร์ส 45,000 คน และเซลติก 53,000 คน รายได้จากฟุตบอลยุโรปตลอดสองทศวรรษของเซลติกอยู่ราว 370-420 ล้านปอนด์ เรนเจอร์สอยู่ราว 235-270 ล้านปอนด์ ส่วนฮาร์ทส์อยู่ประมาณ 25 ล้านปอนด์ ขณะที่รายได้ล่าสุดของฮาร์ทส์อยู่ที่ 24 ล้านปอนด์ เทียบกับเรนเจอร์ส 94 ล้านปอนด์ และเซลติก 143 ล้านปอนด์
ก่อนเข้าสู่ 2 นัดสุดท้าย ฮาร์ทส์ยังนำเซลติก 1 คะแนน และมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า 3 ลูก พวกเขาเก็บไปแล้ว 77 คะแนน ซึ่งเป็นแต้มสูงสุดของทีมนอกกลุ่มโอลด์เฟิร์มในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ชิพ พร้อมผลงานชนะในนาที 86, 87, 88 และชนะหลังนาที 90 ถึง 3 ครั้ง รวมถึงชนะโอลด์เฟิร์ม 4 นัดติดต่อกัน และบุก-เหย้าชนะทั้งเซลติก, เรนเจอร์ส และฮิเบอร์เนียน
วันพุธนี้อาจเป็นคืนที่ฮาร์ทส์แตะความเป็นอมตะ หรืออาจต้องรอถึงวันเสาร์ หรืออาจไม่มีวันนั้นเลย แต่สิ่งหนึ่งชัดเจนแล้วคือ พวกเขาเดินทางมาไกลกว่าที่ใครเคยคิด และยังเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวจากการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฟุตบอลสกอตแลนด์.