ซินแคลร์เปิดใจชีวิตฝันร้ายกับแมนฯ ซิตี้ แต่ยืนยันไม่เสียใจ
สกอตต์ ซินแคลร์ อดีตแข้งพรีเมียร์ลีก ยืนยันว่าเขาไม่เสียใจกับการย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ช่วงเวลาที่เอติฮัดจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก และได้ลงเล่นให้ทีมเพียง 19 นัดเท่านั้น ตามรายงานจาก Manchester Evening News
แมนฯ ซิตี้ มีคิวเปิดบ้านรับมือคริสตัล พาเลซ ในวันพุธนี้ เพื่อพยายามรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป โดยซินแคลร์เป็นหนึ่งใน 23 นักเตะที่เคยลงเล่นให้ทั้งสองสโมสร หลังย้ายมาอยู่กับ “เรือใบสีฟ้า” ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์เมื่อปี 2012 ซึ่งเกิดขึ้น 4 ปีหลังจากเขาเคยมีช่วงเวลายืมตัวสั้น ๆ กับพาเลซ
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของซินแคลร์กับแมนฯ ซิตี้ไม่เคยเป็นไปตามที่หวัง และเขาเคยออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มองว่าเขาย้ายทีมเพราะเรื่องเงิน โดยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2016 หลังย้ายไปร่วมทีมเซลติกว่า “มันง่ายที่คนจะพูดว่า ‘เขาไปเพราะเงิน เขาได้สัญญาแล้วก็ไม่สนใจฟุตบอล’ แต่ใครที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมไม่ได้มีความสุขแค่เซ็นสัญญาแล้วนั่งพักเฉย ๆ”
เขากล่าวต่อว่า “เป้าหมายหลักของผมตอนย้ายมาเซลติกคือการกลับมามีความสุขอีกครั้ง กลับมาสนุกกับฟุตบอลอีกครั้ง เพราะตอนอยู่ซิตี้ ผมอยู่ในช่วงที่กลับบ้านทุกวันด้วยความโกรธ ผมหงุดหงิดตลอดเวลา ผมฉุนเฉียว ครอบครัวทุกคนเห็นว่าผมไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่คนจากข้างนอกจะพูดว่า ‘คุณก็สบายดีนี่ เพราะคุณได้สัญญาแล้ว’ แต่สำหรับผม ฟุตบอลมีความหมายมากกว่านั้น”
ซินแคลร์ยอมรับว่าการย้ายไปแมนฯ ซิตี้ในเวลานั้นเป็นโอกาสสำคัญ เพราะเขาต้องการทดสอบตัวเองกับนักเตะระดับสูงสุด “คนมักถามว่า ‘แล้วทำไมคุณถึงไปซิตี้ล่ะ?’ แต่ตอนนั้นมันเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม และเมื่อคุณอยากเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ คุณก็อยากเล่นอยู่ท่ามกลางคนที่ดีที่สุด”
หลังจากผ่านการถูกปล่อยยืมตัวสองครั้ง ซินแคลร์ย้ายไปแอสตัน วิลลาในปี 2015 แต่เจ้าตัวย้ำว่าไม่ได้มองการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นความผิดพลาด “นักฟุตบอลต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมที่ซิตี้ มันหนักมาก แต่ตอนนี้หวังว่าทุกอย่างจะเริ่มสดใสขึ้น เรื่องนั้นอยู่ข้างหลังผมแล้ว และผมมองมันเป็นประสบการณ์ ผมคงไม่บอกว่าผมเสียใจที่ย้ายไปซิตี้ เพราะบางครั้งคนเราย้ายทีมแล้วมันได้ผล และนั่นคือสิ่งที่ผมหวังไว้ เพียงแต่มันไม่เกิดขึ้นกับผม”
อดีตปีกชาวอังกฤษยังเล่าถึงการพูดคุยกับโรแบร์โต มันชินีในเวลานั้นว่า “ผมเจอมันชินีและถามเขาตลอดว่าทำไมผมไม่ได้ลงเล่น แต่เขามักพูดว่า ‘มันเป็นเพราะผม ไม่ใช่คุณ’ เขาจะบอกว่า ‘คุณซ้อมได้ดี มันเป็นเพราะผม’ แต่ผมคิดว่าเขาเองก็มีแรงกดดันอื่น ๆ กับตัวเขา”
สำหรับแมนฯ ซิตี้ พวกเขาตามหลังอาร์เซนอล 5 คะแนน โดยหากเอาชนะคริสตัล พาเลซได้ จะลดช่องว่างเหลือเพียง 2 คะแนน แต่หากแพ้ทีมของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ จะเปิดโอกาสให้ “ปืนใหญ่” มีลุ้นคว้าแชมป์ด้วยชัยชนะเหนือเบิร์นลีย์ในสัปดาห์ถัดไป.