สรุปประวัติศาสตร์/ตำนานโลก "One Piece" ยุคโบราณ (ฉบับอัปเดต/ฉบับเต็ม)
ไม่นานมานี้ผมเพิ่งตั้งกระทู้ประมาณนี้ไป แต่จากการเปิดเผย "เทพ" ในมังงะตอนล่าสุด ทำให้ภาพมันดูชัดเจนขึ้น
เลยอยากรวบรวมข้อมูลที่เรารู้ตอนนี้ และนำมาตั้งกระทู้ใหม่อีกทีนึงครับ ในแบบที่น่าจะละเอียดครอบคลุมกว่าครั้งก่อน
***ในส่วนของยุค First World ข้อมูลที่มีคือการนำ "เศษข้อมูล" จากจุดต่างๆของเรื่อง มาปะติดปะต่อกันนะครับ เพราะฉะนั้นมันจะยังมีความกำกวมอยู่สูง ข้อมูลเต็มจริงๆคงต้องรอ อ. เฉลยในเนื้อเรื่อง
****ส่วนยุค Void Century ข้อมูลเปิดเผยในเนื้อเรื่องไปพอสมควรแล้ว ไทม์ไลน์เลยชัดเจนกว่า แต่ อ. ก็ยังไม่ได้เฉลยเต็มอยู่ดีนะ
ปล. ออกตัวว่าขออนุญาตช่วยกับ AI เขียนนะครับ เขียนเองคนเดียวไม่ไหว55555
แต่พยายามตรวจสอบแก้ไข และให้ข้อมูลเองครับ
First World / Pre-Void Century: อารยธรรมโบราณและภัยพิบัติครั้งแรก
ก่อนหน้ายุค 100 ปีแห่งความว่างเปล่า โลกของ One Piece ไม่ได้เริ่มต้นจากหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า แต่ก่อร่างขึ้นจากประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปี หนึ่งในร่องรอยอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เรื่องเปิดเผย คือ "อารยธรรมจันทรา" อันเป็นมาตุภูมิของเผ่าพันธุ์มีปีกอย่าง Birkans, Skypieans และ Shandia ก่อนที่พวกเขาจะละทิ้งนครที่ขาดแคลนทรัพยากร ลงมาหยั่งรากบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ร่องรอยนี้ปรากฏชัดผ่านภาพสลักและเรื่องราวของ Enel ซึ่งโยงต้นกำเนิดของชาวท้องฟ้าเข้ากับดวงจันทร์โดยตรง
ในโลกยุคบรรพกาลนี้ ความเข้าใจของผู้คนต่อธรรมชาติ อำนาจ และชะตากรรม ยังถูกอธิบายผ่านระบบความเชื่อเรื่องทวยเทพโบราณ เทพแห่งดวงอาทิตย์ เทพแห่งผืนดิน เทพแห่งสายฝน และเทพแห่งผืนป่า ซึ่งปรากฏในความเชื่อของชาว Shandia ผ่านพิธีกรรมบูชายัญต่อ Kashigami เทพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนิทาน หากยังทำหน้าที่เสมือนภาษาทางตำนานที่คนยุคเก่าใช้ตีความโครงสร้างของโลก ดวงอาทิตย์คือการปลดปล่อยและรุ่งอรุณ ผืนดินคือรากฐานและความตาย สายฝนคือการหล่อเลี้ยงและการฟื้นคืน ส่วนผืนป่าคือชีวิต การงอกงาม และวัฏจักรของธรรมชาติ
ในห้วงเวลาโบราณเดียวกัน โลกยังเต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์เก่าแก่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเผ่ายักษ์แห่ง Elbaph, เผ่าเงือก, Mink, Buccaneers และโดยเฉพาะเผ่า Lunaria ผู้ครอบครองพลังแห่งเพลิงและเคยพำนักอยู่บนยอด Red Line ในดินแดนที่ถูกเรียกว่า Land of Gods ยุคนี้จึงเป็นภาพของโลกเก่าที่ยังไม่ถูกผูกขาดโดยรัฐบาลโลก เป็นยุคที่เผ่าพันธุ์ ตำนาน และอารยธรรมต่างๆ ดำรงอยู่ท่ามกลางระเบียบโบราณของตนเอง
ทว่า ร่องรอยของกาลเวลาไม่ได้บันทึกไว้เพียงความรุ่งเรือง มันยังซุกซ่อนเค้าลางของ “การล่มสลายรอบแรก” เอาไว้ในคัมภีร์ Harley ของ Elbaph ซึ่งจำแนกหน้าประวัติศาสตร์ออกเป็น “สามโลก” ในนิทานปรัมปราของ First World ปรากฏภาพของมนุษยชาติที่พ่ายแพ้ต่อกิเลสและแตะต้อง “ดวงอาทิตย์ต้องห้าม” เสียงเพรียกของเหล่าทาสทำให้เทพแห่งดวงอาทิตย์ปรากฏ ขณะที่เทพแห่งผืนดินพิโรธและนำพาความตายกับความมืดมิดมาปกคลุมโลก
คัมภีร์ Harley จึงกลายเป็นเบาะแสสำคัญว่า ก่อนจะถึง Void Century โลกอาจเคยเผชิญภัยพิบัติระดับล้างโลกมาแล้วคราหนึ่ง ไม่ว่ามันจะเกิดจากสงครามโบราณ พลังงานต้องห้าม หรืออาวุธยุคบุกเบิกที่ฉีกกระชากระเบียบโลกเดิมจนแหลกสลายก็ตาม
นัยของเรื่องเล่านี้ทำให้ระบบเทพโบราณไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อที่ลอยตัวอยู่นอกประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นเงาสะท้อนของแรงปะทะในโลกยุคแรกเริ่ม ระหว่างพลังแห่งการปลดปล่อยกับอำนาจแห่งการลงทัณฑ์ ระหว่างดวงอาทิตย์ที่มอบความหวังแก่ผู้ถูกกดขี่ กับผืนดินที่กลืนกินทุกชีวิตกลับคืนสู่ความมืด ขณะเดียวกัน การปรากฏของเทพแห่งป่าและเทพแห่งทะเลในคัมภีร์ Harley ยังชี้ให้เห็นว่า แต่ละอารยธรรมอาจสืบทอดภาพจำของ “เทพดั้งเดิม” ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป โดย Shandia จดจำระบบเทพผ่าน Sun, Rain, Forest และ Earth ส่วน Elbaph เก็บรักษาร่องรอยอีกชุดหนึ่งผ่าน Sun, Earth, Forest และ Sea
บทสรุป: First World / Pre-Void Century คือเส้นทางวิวัฒนาการอันยิ่งใหญ่ของโลกโบราณ เริ่มต้นจากอารยธรรมจันทรา การอพยพลงมาของเผ่าพันธุ์มีปีก ความเชื่อเรื่องทวยเทพดั้งเดิม การเรืองอำนาจของเผ่าเทพบน Red Line การดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์เก่าแก่ทั่วโลก และการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติครั้งแรกของมวลมนุษย์
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
Void Century: Great War, วิกฤตน้ำท่วมโลก และปฐมบทแห่งรัฐบาลโลก
Void Century (100 ปีแห่งความว่างเปล่า) คือหัวใจสำคัญของปริศนาทั้งมวลใน One Piece ช่วงเวลา 100 ปีนี้ไม่ได้เป็นเพียง “หน้ากระดาษที่หายไป” แต่คือยุคสมัยแห่ง Great War มหาสงครามที่กำหนดชะตากรรมว่าใครคือผู้กุมสิทธิ์ในการจารึกกฎเกณฑ์ของโลกใบใหม่
ฝ่ายหนึ่ง: คือ Great Kingdom อาณาจักรที่ครอบครองวิทยาการล้ำยุค โดยมี Joy Boy โจรสลัดคนแรกของโลกผู้ถือครองพลังแห่ง Nika (เทพแห่งดวงอาทิตย์) เป็นศูนย์กลางสำคัญ
อีกฝ่าย: คือ Twenty Kingdoms พันธมิตร 20 อาณาจักรที่รวมตัวกันเพื่อบดขยี้ Great Kingdom ซึ่งต่อมาได้พัฒนากลายเป็น First Twenty รากฐานของรัฐบาลโลกและเผ่ามังกรฟ้า (Celestial Dragons) ในปัจจุบัน
มหาสงครามครั้งนี้ก้าวข้ามขอบเขตของการแย่งชิงดินแดนทั่วไป เพราะมันเต็มไปด้วยการขับเคลื่อนขุมพลังระดับทำลายล้างโลกอย่าง Ancient Weapons ทั้งสาม Pluton, Poseidon และ Uranus ผลพวงจากการปะทะนี้ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นถึงราว 200 เมตร กลืนกินทวีปและแผ่นดินใหญ่จำนวนมหาศาลลงสู่ก้นบึ้งมหาสมุทร หลงเหลือเพียงยอดเขาสูงตระหง่านที่กลายสภาพเป็นหมู่เกาะต่างๆ ในปัจจุบัน
สภาวะ “น้ำท่วมโลก” ใน One Piece ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่เป็นบาดแผลฉกรรจ์จาก Great War โลกทัศน์ที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะกระจัดกระจายที่เราเห็นกันทุกวันนี้ แท้จริงแล้วคือ “ซากปรักหักพัง” ของโลกเก่า และด้วยเหตุที่ Ancient Weapons ยังคงดำรงอยู่ Vegapunk จึงตั้งข้อสังเกตว่า มหาสงครามครั้งนั้นอาจยังไม่จบสิ้นลงอย่างแท้จริง
ในระหว่างไฟสงคราม Joy Boy ได้ให้พันธสัญญาสำคัญกับเจ้าหญิงเงือกผู้สืบทอดพลัง Poseidon ผ่าน Noah เรือขนาดยักษ์ที่ออกแบบมาให้ Sea Kings เป็นผู้ลากจูง แต่เมื่อภารกิจล้มเหลว Joy Boy จึงสลักคำขอโทษทิ้งไว้บน Poneglyph ณ เกาะเงือก พันธสัญญานี้ได้กลายเป็นเจตนารมณ์ที่ถูกส่งผ่านกาลเวลามาจนถึงยุคของ Shirahoshi และ Luffy
ในขณะเดียวกัน ดินแดน Wano ก็มีบทบาทเป็นฟันเฟืองสำคัญ ตระกูล Kozuki คือผู้แกะสลัก Poneglyphs เพื่อเก็บรักษาสัจธรรมทางประวัติศาสตร์ และ Wano ยังเป็นสถานที่ซ่อนเร้นของ Pluton อาวุธโบราณที่รอวันตื่นขึ้นเมื่อพรมแดนประเทศเปิดออกอีกครั้ง ส่วนทางด้าน Nefertari D. Lili เธอคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากฝั่งผู้ชนะ แม้จะเป็นหนึ่งใน First Twenty แต่เธอปฏิเสธที่จะย้ายไปประทับที่ Mary Geoise และมีส่วนสำคัญในการกระจาย Poneglyphs ไปทั่วโลก ก่อนจะหายสาบสูญไประหว่างการเดินทางกลับ Alabasta
บทสรุปของยุค Void Century:
- Joy Boy และ Great Kingdom เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
- Twenty Kingdoms เป็นผู้ชนะและสถาปนารัฐบาลโลก
- Imu ก้าวขึ้นประทับบน Empty Throne จากเงามืด
- ประวัติศาสตร์เดิมถูกลบเลือนจนสิ้นซาก
- Poneglyphs ถูกกระจัดกระจายเพื่อเก็บงำความจริง
- แผ่นดินโลกถูกน้ำทะเลกลืนกิน
- คำสัญญาของ Joy Boy ยังคงไม่บรรลุผล
จุดจบของ Void Century คือการจัดระเบียบโลกใหม่บนซากศพของอารยธรรมเดิม รัฐบาลโลกไม่ได้รบชนะด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาชนะด้วยการยึดครอง “ความทรงจำ” ของมนุษยชาติเบ็ดเสร็จ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เหตุการณ์ 200 ปีก่อน: Emet สั่นคลอน Mary Geoise
เมื่อราว 2 ศตวรรษก่อน หุ่นเหล็กยักษ์โบราณ Emet ผู้เป็นหนึ่งในสหายคนสำคัญของ Joy Boy ในสมัยที่เขายังมีชีวิต ได้ปีนข้าม Red Line เข้าจู่โจม Mary Geoise ทว่าพลังงานกลับเหือดแห้งไปเสียก่อนที่จะสร้างความพินาศ แม้รัฐบาลโลกจะสั่งทำลายทิ้ง แต่ท้ายที่สุด Emet ก็ตกไปอยู่ในการวิจัยของ Vegapunk การตื่นขึ้นของหุ่นเหล็กตัวนี้คือหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า เศษซากจากยุคของ Joy Boy ยังคงตอบสนองต่อ “บางสิ่ง” แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 600 ปีหลังสิ้นสุด Void Century
ที่น่าสนใจคือ ในห้วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาณาจักรเงือก (Ryugu Kingdom) ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับรัฐบาลโลกและได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมสภา Levely การตื่นของ Emet ที่สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของเผ่าเงือก ดูราวกับเป็น “เสียงสะท้อน” แรกแห่งคำสัญญาระหว่าง Joy Boy, Poseidon และเรือ Noah ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แม้เรื่องราวจะยังไม่เปิดเผยเหตุผลที่แท้จริง แต่ชัดเจนว่านี่คือรอยปริร้าวแรกๆ ที่ทำให้อดีตอันมืดมิดแทรกซึมกลับเข้าสู่ Mary Geoise
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
God Valley: ภาพจำลองของ Void Century ในยุคสมัยใหม่
เหตุการณ์ God Valley เมื่อ 38 ปีก่อน ไม่ใช่แค่ตำนานการต่อสู้ของ Garp, Roger และ Rocks แต่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของ Void Century ในยุคปัจจุบัน
God Valley คือเกาะที่รัฐบาลโลกตั้งใจ “ลบ” ออกจากแผนที่โลก เฉกเช่นเดียวกับที่ลบประวัติศาสตร์ 100 ปี จุดเริ่มต้นมาจาก Native Hunting Competition หรือเกมนักล่ามนุษย์ของเผ่ามังกรฟ้า ซึ่งเป็นการสังหารหมู่เผ่าพันธุ์พื้นเมือง โดยมีนัยยะแอบแฝงถึงการกวาดล้างสายเลือดที่เป็นภัยต่อรัฐบาลโลก เช่น ตระกูล Davy
ท้ายที่สุด เกาะ God Valley ก็จมหายและถูกลบจากแผนที่ ร่องรอยถูกเซ็นเซอร์จนเหลือเพียงตำนานที่ถูกบิดเบือนว่า Garp และ Roger จับมือกันโค่นล้ม Rocks นัยยะของเหตุการณ์นี้คือการตอกย้ำว่า God Valley คือ Void Century ขนาดย่อม ที่มีทั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, สายเลือดต้องห้าม, การท้าทายจากเจตนารมณ์แห่ง D., การบิดเบือนประวัติศาสตร์โดยรัฐบาลโลก, เกาะที่จมสู่ก้นทะเล, และผู้รอดชีวิตที่กลายมาเป็นชนวนเร่งปฏิกิริยาของยุคสมัยใหม่ วิธีการของรัฐบาลโลกไม่เคยแปรเปลี่ยนเลยตลอด 800 ปี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
Gol D. Roger: ชายผู้ค้นพบความจริง แต่ยังไม่อาจเปลี่ยนโลก
หลังเหตุการณ์ God Valley เส้นทางการผจญภัยของ Gol D. Roger ได้ผลักดันให้โลกเข้าใกล้ความจริงระดับรากฐานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขาและลูกเรือรวบรวม Road Poneglyphs จนสามารถเดินทางไปถึงเกาะสุดท้าย ค้นพบสมบัติที่ Joy Boy ทิ้งไว้ พวกเขาหัวเราะออกมา และ Roger ได้ขนานนามเกาะแห่งนั้นว่า Laugh Tale
แต่ Roger กลับเลือกที่จะไม่เปิดเผยความจริงสู่สาธารณะ เพราะเขาตระหนักดีว่าพวกเขา “มาถึงเร็วเกินไป” องค์ประกอบของโลกยังไม่สมบูรณ์: Poseidon รุ่นใหม่ยังไม่จุติ, Joy Boy คนใหม่ยังไม่ปรากฏตัว, และจิ๊กซอว์แห่งอาวุธ คำสัญญา และผู้สืบทอดเจตนารมณ์ยังไม่เคลื่อนมาบรรจบกัน
สิ่งที่ Roger ทำจึงไม่ใช่การ “ปิดฉาก” ประวัติศาสตร์ แต่เป็นการ “ลั่นไก” เพื่อให้ฟันเฟืองของประวัติศาสตร์เดินหน้าต่อไป ก่อนวาระสุดท้าย เขาได้ประกาศถึงสมบัติ One Piece ต่อหน้าคนทั้งโลก วาทกรรมนั้นคือประกายไฟที่จุดชนวนให้ผู้คนแห่แหนออกสู่ท้องทะเล และเปิดม่าน Great Pirate Era (ยุคโจรสลัดอันยิ่งใหญ่) อย่างเป็นทางการ ความตายของ Roger จึงเป็นเสมือนการส่งมอบคบเพลิงจากชายผู้ที่ “รู้ความจริงแต่ยังลงมือทำไม่ได้” ไปสู่คนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะ “ทำให้ความจริงนั้นปรากฏผล” ในอนาคต
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
สรุปข้อมูลทุกสิ่งที่เชื่อมโยงกับ 100 ปีแห่งความว่างเปล่า (Void Century) และโลกยุคโบราณ
บุคคล ตัวตน และผู้เล่นหลัก
Joy Boy: กุญแจสำคัญที่สุดแห่งปริศนา 100 ปีที่ว่างเปล่า เขามาจากมหาอาณาจักร (Great Kingdom) และได้รับการขนานนามว่าเป็นโจรสลัดคนแรกของโลก ผู้ถือครองพลังแห่งการปลดปล่อย เขาได้ทำสัญญากับเจ้าหญิงเงือกผู้เป็น Poseidon และมีความเชื่อมโยงกับ Noah, Zunesha รวมถึง Emet ก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อ 20 อาณาจักร (Twenty Kingdoms) และทิ้งสมบัติที่ภายหลังถูกเรียกว่า "One Piece" ไว้ที่ Laugh Tale
Nerona Imu: หนึ่งใน 20 กษัตริย์ผู้ก่อตั้ง (First Twenty) และเป็นตัวตนที่ประทับอยู่เหนือบัลลังก์ว่างเปล่า (Empty Throne) ในยุคปัจจุบัน Imu คือหลักฐานมีชีวิตของฝ่ายผู้ชนะในสงครามยุคโบราณ มีส่วนโดยตรงในการโค่นล้มมหาอาณาจักร อีกทั้งยังรู้จักทั้ง Joy Boy และ Davy D. Jones ในระดับที่อดีตของบุคคลเหล่านี้ยังคงตามหลอกหลอนตนอยู่
Nefertari D. Lili: ราชินีแห่ง Alabasta ในยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า และเป็นหนึ่งใน First Twenty ทว่าแตกต่างจากผู้ก่อตั้งคนอื่นตรงที่เธอปฏิเสธการย้ายขึ้นไปพำนักบน Mary Geoise ก่อนจะหายสาบสูญไประหว่างการเดินทางกลับ เธอมีบทบาทสำคัญในการกระจาย Poneglyphs ไปทั่วโลก และได้ทิ้งจดหมายที่เชื่อมโยงถึงการปกป้องประวัติศาสตร์ที่แท้จริงและการชูธงแห่งรุ่งอรุณ
Davy D. Jones: โจรสลัดระดับตำนานที่มีชีวิตอยู่เมื่อกว่า 800 ปีก่อน เป็นต้นกำเนิดของตระกูล Davy และแนวคิด Davy Back Fight ความสำคัญของเขาถูกยกระดับขึ้นเมื่อ Imu เอ่ยชื่อของเขาคู่กับ Joy Boy ในฐานะตัวตนที่ยังคงสร้างความกังวลใจให้ตน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Davy อาจไม่ใช่เพียงตำนานแห่งท้องทะเล แต่เป็นอีกหนึ่งแกนกลางสำคัญของประวัติศาสตร์โลกยุคโบราณ
Zunesha: ช้างยักษ์โบราณผู้เป็นสหายโดยตรงของ Joy Boy เมื่อ 800 ปีก่อน Zunesha ถูกลงโทษให้เดินท่องทะเลไปชั่วกัปชั่วกัลป์จาก "อาชญากรรม" บางอย่างที่ยังไม่ถูกเปิดเผย การดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบันทำให้ Zunesha เป็นประจักษ์พยานมีชีวิตของยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า
Emet: หุ่นเหล็กยักษ์โบราณที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว 900 ปีก่อน เป็นสหายของ Joy Boy และเคยถูกผนึกฮาคิ (Haki) ของ Joy Boy ไว้ภายในเพื่อรอเวลาใช้งานในอนาคต Emet จึงเป็นทั้งเศษซากเทคโนโลยีชั้นสูงจากโลกเก่าและภาชนะรองรับเจตจำนงที่ถูกส่งต่อข้ามยุคสมัย
Amatsuki/Kozuki Toki: หนึ่งในบุคคลเพียงไม่กี่คนที่ถือกำเนิดในยุค 100 ปีที่ว่างเปล่าโดยตรง ก่อนจะใช้พลังของผล Toki Toki เดินทางข้ามเวลามาสู่ยุคสมัยใหม่
เจ้าหญิงเงือกผู้เป็น Poseidon (ยุค Joy Boy): ผู้ถือครองพลัง Poseidon รุ่นดั้งเดิมที่มีความสามารถในการสื่อสารและควบคุม Sea Kings เธอทำสนธิสัญญากับ Joy Boy เพื่อยกเรือ Noah ขึ้นสู่ผิวน้ำ ทว่าภารกิจนั้นไม่สำเร็จ จึงกลายเป็นคำสัญญาที่ยังคงค้างคามาจนถึงยุคปัจจุบัน
Warrior God: เทพนักรบในตำนานของ Elbaph ผู้เคยครอบครองพลัง Nidhöggr และใช้ Ragnir เป็นอาวุธ มีตำนานเล่าขานว่าเคยปะทะกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ (Sun God) สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเส้นเรื่องของ Elbaph ไม่ใช่เพียงนิทานพื้นบ้านที่แยกขาดจาก 100 ปีที่ว่างเปล่า แต่เป็นอีกหนึ่งมิติของความขัดแย้งจากโลกยุคโบราณ
สายเลือด ตระกูล และเผ่าพันธุ์
Clan of D.: กลุ่มผู้สืบทอดตัวอักษร "D." ในชื่อ ถูกนิยามว่าเป็น "ศัตรูตามธรรมชาติของพระเจ้า" หรือขั้วตรงข้ามของฝ่ายปกครองโลกในปัจจุบัน มีนัยสำคัญที่บ่งชี้ว่านี่คือสายเลือดแห่งเจตจำนงที่เชื่อมโยงกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโลกมาตั้งแต่สงครามในอดีตกาล
ตระกูล Davy: สายเลือดที่สืบทอดจาก Davy D. Jones ซึ่งถูกรัฐบาลโลกไล่ล่าหรือกดดันมาอย่างยาวนาน มีความเชื่อมโยงกับบุคคลอย่าง Rocks D. Xebec และ Marshall D. Teach ทำให้ตระกูลนี้เป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญของกลุ่ม D. ที่อาจมีบทบาทเฉพาะตัวในประวัติศาสตร์โลกเก่า
ตระกูล Nerona: ตระกูลของ Imu และเป็นหนึ่งในสายเลือดผู้ก่อตั้งรัฐบาลโลก ความสำคัญของตระกูลนี้เหนือกว่าเผ่ามังกรฟ้าทั่วไป เนื่องจากมี Imu เป็นผู้ปกครองโลกที่แท้จริงซึ่งชักใยอยู่เบื้องหลัง Empty Throne
ตระกูล Nefertari: ตระกูลจาก First Twenty ที่ปฏิเสธการเป็นเผ่ามังกรฟ้า และมีความลับของตัวอักษร "D." ซ่อนอยู่ในสายเลือด เป็นตระกูลที่สืบทอดเจตจำนงผ่านจดหมายของ Lili และมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับ Alabasta, Poneglyphs, Vivi รวมถึงความลับของ Empty Throne
ตระกูล Donquixote: อดีตราชวงศ์แห่ง Dressrosa และหนึ่งในตระกูลผู้ก่อตั้งรัฐบาลโลก หลังจากย้ายขึ้นไปบน Mary Geoise สายเลือดนี้ได้กลายเป็นเผ่ามังกรฟ้า และมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการกดขี่เผ่า Tontatta ในอดีต
ตระกูล World Noble อื่นๆ จาก First Twenty: ได้แก่ Figarland, Manmayer, Jaygarcia, Marcus, Topman, Ethanbaron, Shepherd, Rimoshifu, Bavette, Satchels, Rosward และสายเลือดอื่นๆ ที่สืบทอดสถานะผู้ชนะจากยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า ตระกูลเหล่านี้เปรียบเสมือนโครงสร้างทางสายเลือดของระเบียบโลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นหลังการล่มสลายของมหาอาณาจักร
ตระกูล Kozuki: ตระกูลช่างสลักหินแห่ง Wano ผู้สร้าง Poneglyphs เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ที่แท้จริง เป็นตระกูลที่มีความสำคัญสูงสุดในฐานะผู้พิทักษ์ความทรงจำของยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับ Wano, Pluton, Road Poneglyphs และพันธกิจในการเปิดประเทศเพื่อรับมือกับมหาสงครามในอนาคต
ตระกูล Amatsuki: ตระกูลต้นกำเนิดของ Toki ซึ่งมีรากเหง้าเชื่อมโยงกับ Wano และยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า แม้บทบาทของตระกูลนี้จะยังไม่เด่นชัดเท่า Kozuki แต่การที่ Toki ถือกำเนิดในยุคนั้น ทำให้ Amatsuki เป็นอีกหนึ่งสายเลือดที่ต้องจับตามอง
เผ่าคนยักษ์/คนยักษ์โบราณ: เผ่าพันธุ์ที่เชื่อมโยงกับอาณาจักร Elbaph, คัมภีร์ Harley, ภาพจิตรกรรมฝาผนังบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ Adam, Nidhöggr, Ragnir, Warrior God และความเชื่อเรื่องเทพแห่งดวงอาทิตย์ คนยักษ์ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่สามารถเก็บรักษาความทรงจำของโลกยุคโบราณไว้ได้มากที่สุด
เผ่าเงือก: มีความเชื่อมโยงผ่านเจ้าหญิงเงือกผู้เป็น Poseidon, เรือ Noah, คำสัญญาของ Joy Boy, เกาะเงือก และความใฝ่ฝันที่จะได้ขึ้นไปใช้ชีวิตใต้แสงตะวันบนผิวน้ำ เผ่าพันธุ์นี้จึงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากพันธะสัญญาที่ยังไม่บรรลุผลตั้งแต่ยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า
เผ่า Buccaneers: เผ่าพันธุ์ผู้สืบทอดตำนานเทพแห่งดวงอาทิตย์มาหลายชั่วอายุคน พวกเขาถูกรัฐบาลโลกตีตราว่าต้องแบกรับ "อาชญากรรมโบราณ" การถูกไล่ล่าจนเกือบสูญพันธุ์สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาน่าจะกุมความลับหรือความจริงบางอย่างที่รัฐบาลโลกต้องการลบให้หายไป
เผ่า Lunaria: เผ่าพันธุ์โบราณที่เคยตั้งถิ่นฐานอยู่บนยอด Red Line ก่อนที่ Mary Geoise จะถูกสถาปนาเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลโลก การถูกแย่งชิงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทำให้ Lunarians เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่น่าตั้งข้อสังเกตมากที่สุดว่า พวกเขาคือเหยื่อหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญกับโลกก่อนยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า
เผ่า Mink: เผ่าพันธุ์ที่มีความเชื่อมโยงกับ Zunesha, พันธสัญญาโบราณกับตระกูล Kouzuki, การพิทักษ์ Road Poneglyph บนเกาะ Zou และอุดมการณ์แห่ง "รุ่งอรุณของโลก" ที่พวกเขาเฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน
ชนเผ่า Tontatta: เผ่าคนแคระที่เคยตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของตระกูล Donquixote ใน Dressrosa ตั้งแต่ช่วงก่อน 100 ปีแห่งความว่างเปล่า เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของเผ่าพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจของสายเลือดผู้ก่อตั้งรัฐบาลโลก
ชนเผ่าท้องฟ้า: ครอบคลุมถึงเผ่า Skypieans, Birkans และ Shandia แม้ต้นกำเนิดของพวกเขาจะเก่าแก่กว่ายุค 100 ปีที่ว่างเปล่าเนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับดวงจันทร์ แต่ชาว Shandia มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงผ่านการล่มสลายของนคร Shandora และภารกิจในการปกป้อง Poneglyph มาตลอด 800 ปี
สิ่งของ อาวุธ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์
One Piece: มหาสมบัติที่ Joy Boy ทิ้งไว้บนเกาะ Laugh Tale และเป็นจุดศูนย์รวมของความจริงจากยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า เชื่อมโยงกับมหาอาณาจักร, อาวุธโบราณ, คำสัญญาที่ยังไม่บรรลุผล และเจตจำนงแห่งรุ่งอรุณ กลุ่มโจรสลัดโรเจอร์เคยไปถึงและรับรู้ความจริงทั้งหมด สิ่งนี้คือสิ่งที่รัฐบาลโลกหวาดกลัวที่สุด
Ancient Weapons (อาวุธโบราณ): อาวุธทำลายล้างระดับโลก 3 ชนิด ได้แก่ Pluton, Poseidon และ Uranus ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับมหาสงคราม (Great War) และอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภูมิศาสตร์ของโลกเปลี่ยนแปลงไป ตราบใดที่อาวุธเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่ สงครามจากยุค 100 ปีที่ว่างเปล่าก็อาจยังไม่สิ้นสุดลงอย่างแท้จริง
Poneglyphs: ศิลาจารึกที่สร้างจากวัสดุที่แทบไม่สามารถทำลายได้ ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเก็บรักษาประวัติศาสตร์ที่แท้จริง, ข้อมูลของอาวุธโบราณ และพิกัดเส้นทางสู่ Laugh Tale การกระจายตัวของ Poneglyphs มีความเชื่อมโยงกับ Lili และถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่รอดพ้นจากการถูกล้างประวัติศาสตร์
Noah: เรือขนาดยักษ์โบราณที่จอดนิ่งอยู่ใต้ทะเลลึกใกล้เกาะเงือก เป็นสัญลักษณ์ของคำสัญญาระหว่าง Joy Boy และเจ้าหญิงเงือก (Poseidon) ในยุคโบราณ เดิมทีเรือลำนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นเพื่ออพยพชาวเผ่าเงือกขึ้นสู่ผิวน้ำ ทว่าภารกิจล้มเหลว ส่งผลให้ Joy Boy ต้องสลักคำขอโทษทิ้งไว้บน Poneglyph
คัมภีร์ Harley และภาพจิตรกรรมฝาผนัง: คัมภีร์โบราณและภาพสลักแห่ง Elbaph ที่ทำหน้าที่เสมือนหอจดหมายเหตุของโลกยุคเก่า คัมภีร์ Harley ถ่ายทอดเรื่องราวของหลากหลายยุคสมัยหรือ "โลก" ผ่านภาษาเชิงตำนาน ในขณะที่ภาพจิตรกรรมบนต้น Adam บอกเล่าภาพของสงคราม, เผ่าพันธุ์ต่างๆ, สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ และทวยเทพโบราณ เชื่อมโยงถึง Joy Boy, เทพแห่งดวงอาทิตย์, หายนะของโลกเก่า และปริศนา 100 ปีที่ว่างเปล่า
Ragnir: ค้อนยักษ์มีชีวิตแห่ง Elbaph ที่เกิดจากการผสานเข้ากับผลปีศาจ Risu Risu สายพันธุ์จำลอง: Ratatoskr ทำให้มันมีสติสัมปชัญญะและพลังของกระรอกน้ำแข็ง เดิมทีมีหน้าที่พิทักษ์ผล Nidhöggr มาหลายศตวรรษ และเป็นอาวุธคู่กายที่สอดประสานกับพลังของ Warrior God
ทวยเทพ ตำนาน และจักรวาลวิทยาโลกโบราณ
Four Gods (ทวยเทพทั้ง 4): ระบบเทพเจ้าโบราณที่ประกอบไปด้วย เทพแห่งดวงอาทิตย์ Nika (Sun God), เทพแห่งฝน Zaza (Rain God), เทพแห่งป่า (Forest God - ยังไม่ทราบนาม) และ เทพแห่งผืนดิน (Earth God - ยังไม่ทราบนาม) กลุ่มเทพเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างความเชื่อของโลกเก่าเข้ากับเผ่า Shandia, Elbaph, Mary Geoise และความหวาดกลัวของเผ่ามังกรฟ้า
Nidhöggr: มังกรทมิฬในตำนานของ Elbaph และเป็นพลังของผลปีศาจสายโซออนมายา (Mythical Zoan) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการครอบครองของ Loki ในอดีตเคยเป็นพลังของ Warrior God และมีตำนานเล่าขานถึงการปะทะกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ การที่ Imu รู้จัก Nidhöggr ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยง Elbaph, ทวยเทพโบราณ และมหาสงครามยุคเก่าเข้าด้วยกัน
Ratatoskr: สิ่งมีชีวิตในตำนานที่มีความเชื่อมโยงกับ Ragnir และ Warrior God ปัจจุบันปรากฏในรูปแบบของพลังผลปีศาจที่มอบชีวิตให้กับค้อน Ragnir บทบาทของ Ratatoskr ช่วยตอกย้ำสมมติฐานที่ว่า อาวุธและสัตว์วิเศษในตำนานของ Elbaph อาจมีรากฐานมาจากยุค 100 ปีที่ว่างเปล่า หรืออาจจะเก่าแก่ยิ่งกว่านั้น
ดวงจันทร์ / Fairy Vearth / อารยธรรมจันทรา: ดวงจันทร์คือระบบจักรวาลวิทยาที่มีความเก่าแก่ยิ่งกว่ายุค 100 ปีที่ว่างเปล่า และอาจเป็นต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์มีปีกทั้งหมด (Skypieans, Shandia และ Birkans) ร่องรอยของนครโบราณบนดวงจันทร์และภาพสลักที่ Enel ค้นพบ เป็นเครื่องยืนยันว่าดวงจันทร์ไม่ใช่เพียงสถานที่ลึกลับ แต่เป็นหลักฐานที่ตั้งของอารยธรรมที่รุ่งเรืองก่อนโลกยุคปัจจุบัน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------