เนวิลล์ชี้ VAR ริบประตูเวสต์แฮมคือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
Sky Sports Football รายงานว่า แกรี่ เนวิลล์ ยกให้จังหวะ VAR ริบประตูตีเสมอของเวสต์แฮมในนาที 95 เกมแพ้อาร์เซน่อล 0-1 เป็น “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ VAR พรีเมียร์ลีก” หลังคัลลัม วิลสันยิงเข้าไปแล้ว แต่สุดท้ายถูกตัดสินว่า ปาโบลทำฟาวล์ดาบิด ราย่า
อาร์เซน่อลนำอยู่ 1-0 ก่อนที่วิลสันจะส่งบอลข้ามเส้นไปอย่างชัดเจน แม้เดแคลน ไรซ์พยายามสกัด และผู้ตัดสินคริส คาวานาห์ให้เป็นประตูในสนาม แต่ดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสิน VAR เรียกให้ไปดูจอมอนิเตอร์ข้างสนาม ก่อนใช้รีเพลย์ 17 ครั้ง กินเวลาหยุดเกม 4 นาที 17 วินาที แล้วกลับคำตัดสิน
เนวิลล์กล่าวระหว่างบรรยายเกมที่ลอนดอน สเตเดี้ยมว่า “นี่คือแผ่นดินไหว เป็นแรงสั่นสะเทือนของช่วงเวลาหนึ่ง แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปีของอาร์เซน่อลอาจขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ นี่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่อาร์เซน่อลอาจคิดว่าชื่อของพวกเขาอยู่บนถ้วยแล้ว”
เขายังชมความนิ่งของอิงแลนด์ว่า “ตอนแรกเราไม่รู้ว่าบอลข้ามเส้นหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าข้ามไปแล้ว และเดแคลน ไรซ์ก็อยู่หลังเส้นชัดเจน จากนั้น VAR ตรวจเรื่องฟาวล์ผู้รักษาประตู และผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ VAR พรีเมียร์ลีก”
“มีหลายคนที่ไม่ชอบ VAR และอาจมีเหตุผล แต่ครั้งนี้มันอาจทำให้อาร์เซน่อลเป็นแชมป์ และอาจทำให้การตัดสินที่ผิดกลายเป็นถูก ดาร์เรน อิงแลนด์มีความกล้า มีสติ เขาไล่ดูทุกอย่างอย่างถูกต้อง จังหวะที่ปาโบลเอาแขนค้างไว้และไม่ได้มองบอล เขาไม่ได้พยายามเล่นบอล แต่พยายามขวางผู้รักษาประตู พวกเขาจึงต้องเรียกฟาวล์”
ผลของคำตัดสินนี้ส่งผลอย่างมากทั้งหัวตารางและท้ายตาราง อาร์เซน่อลยังคุมชะตาของตัวเองไว้ได้ และต้องการชัยชนะอีกสองนัดเพื่อคว้าแชมป์ ขณะที่เวสต์แฮมแพ้เป็นนัดที่ 18 ของฤดูกาล ทำให้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และลีดส์รอดตกชั้นแล้ว ส่วนความหวังของเวสต์แฮมเหลือเพียงต้องลุ้นให้ท็อตแน่มที่นำพวกเขาอยู่หนึ่งแต้มหล่นลงมาแทน โดยสเปอร์สมีคิวพบลีดส์ใน Monday Night Football
รอย คีน เห็นด้วยกับการตัดสิน โดยกล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกเมื่อคุณขึ้นไปเล่นลูกแบบนั้นคือ VAR จะตรวจทุกอย่าง อย่าเอามือไปแตะผู้รักษาประตู โดยเฉพาะอย่าวางค้างไว้สามหรือสี่วินาที มีหลายอย่างเกิดขึ้น แต่เพราะผู้รักษาประตูมีส่วนสำคัญ ผมคิดว่านี่คือฟาวล์ มันเป็นความผิดพลาดที่โง่มากของเวสต์แฮม อย่าทำให้มันเป็นฟาวล์ที่ชัดขนาดนั้น เพราะพวกเขาจะตรวจแน่นอน”
เจมี่ เร้ดแนปป์มองว่าเป็น “การตัดสินของ VAR ที่กล้าหาญ แต่ถูกต้อง” ขณะที่เอียน ไรท์ อดีตกองหน้าทั้งอาร์เซน่อลและเวสต์แฮม ระบุว่าเป็นคำตัดสินที่ถูกต้อง “โดยไม่ต้องสงสัย” พร้อมเสริมว่า “ผมคิดว่าดาบิด ราย่ารับบอลนั้นได้ง่ายๆ ถ้าเขาไม่ถูกขัดขวาง คุณเห็นได้ชัดว่ามีการดึงเขา แล้วแขนก็พาดเข้ามา”
ฝั่งเวสต์แฮมไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ กล่าวว่า “จากสถานการณ์และวิธีที่มันจบลง เราทุกคนผิดหวัง มีผู้ตัดสินและ VAR แต่ในอดีตมีสถานการณ์ที่ถูกตัดสินต่างออกไป อย่าไปไกลกว่านั้นเลย ตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา มันเกิดขึ้นแบบนี้ แม้แต่ผู้ตัดสินเองก็ไม่รู้ว่าอะไรคือฟาวล์และอะไรไม่ใช่ฟาวล์ มันสร้างความสงสัย”
จาร์ร็อด โบเว่น กัปตันเวสต์แฮม เสริมว่า “ผู้รักษาประตูได้รับการปกป้องมากกว่าผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ และในเขตโทษก็มีการดึงกันเยอะมาก คุณจะไปดูทุกจังหวะแล้วให้จุดโทษหรือ? คุณล้มผู้รักษาประตูไม่ได้ก็จริง แต่ผู้รักษาประตูเข้ามาคว้าบอลและต้องคาดหวังการปะทะ นี่คือพรีเมียร์ลีก มันต้องมีการปะทะ”
ด้านมิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล ยกย่องทีมผู้ตัดสินว่า “ผมจะจำวันนี้ไว้อย่างแน่นอน มันเป็นรถไฟเหาะทางอารมณ์ เรารู้ว่ามันจะเป็นวันที่ยาก พวกเขากำลังสู้เพื่อชีวิต ส่วนเรากำลังพยายามคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อผมต้องวิจารณ์ ผมก็เคยทำ วันนี้ผมต้องแสดงความยินดีกับผู้ตัดสิน คุณต้องมีความกล้าและความเด็ดเดี่ยวมากในการให้ผู้ตัดสินมีโอกาสไปดูจังหวะนั้น เมื่อเห็นภาพแล้ว มันไม่มีคำถามเลยว่านั่นคือฟาวล์ชัดเจน พวกเขากล้าหาญมาก”