เนวิลล์ชี้ VAR ริบประตูเวสต์แฮมคือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
แกรี่ เนวิลล์ มองว่าจังหวะ VAR ริบประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บของเวสต์แฮม ในเกมที่แพ้อาร์เซน่อล 0-1 คือ “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ VAR พรีเมียร์ลีก” หลังประตูของคัลลัม วิลสันถูกยกเลิกจากจังหวะฟาวล์ใส่ดาบิด ราย่า ตามรายงานของ Sky Sports Football
อาร์เซน่อลนำอยู่ 1-0 ก่อนที่วิลสันจะซัดตีเสมอในช่วงท้ายเกม โดยบอลข้ามเส้นไปแล้ว แม้เดแคลน ไรซ์จะพยายามเคลียร์ออกมา ผู้ตัดสินคริส คาวานาห์ให้เป็นประตูในสนาม แต่หลังจากดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสิน VAR ส่งให้ไปดูจอมอนิเตอร์ข้างสนาม และมีการดูภาพช้าถึง 17 ครั้ง ใช้เวลารวม 4 นาที 17 วินาที สุดท้ายคาวานาห์เปลี่ยนคำตัดสินเป็นฟาวล์ของปาโบลที่กระทำต่อราย่า
เนวิลล์กล่าวระหว่างบรรยายเกมที่ลอนดอน สเตเดี้ยมว่า “นี่คือแผ่นดินไหว เป็นช่วงเวลาที่สั่นสะเทือน แชมป์แรกในรอบ 22 ปีของอาร์เซน่อลอาจขึ้นอยู่กับจังหวะนี้ นี่คือช่วงเวลาที่อาร์เซน่อลอาจคิดว่าชื่อของพวกเขาอยู่บนถ้วยแล้ว”
เขาเสริมว่า “ผมต้องบอกว่ากองหน้าตัวใหญ่มีแขนพาดอยู่บนดาบิด ราย่า เขารบกวนราย่า ผมคิดว่ามันเป็นฟาวล์ แขนของเขาอยู่บนราย่าตลอดเวลา เขากอดผ่านคอและหน้าอก ผมคิดว่านี่คือฟาวล์ แต่ VAR จะมีความกล้า ความเด็ดขาดพอที่จะตัดสินหรือไม่ นี่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับวงการผู้ตัดสินในประเทศนี้ มันใหญ่เกินกว่าจะตัดสินผิด”
การถูกริบประตูครั้งนี้ส่งผลอย่างมากทั้งต่อการลุ้นแชมป์และการหนีตกชั้น อาร์เซน่อลยังคุมชะตาตัวเองไว้ได้ และเหลืออีกสองชัยชนะก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่เวสต์แฮมแพ้เป็นนัดที่ 18 ของฤดูกาล ทำให้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และลีดส์รอดตกชั้นแล้ว ส่วนความหวังของเวสต์แฮมเหลือเพียงการลุ้นให้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งมีแต้มมากกว่าพวกเขา 1 คะแนน หล่นมาอยู่ในโซนตกชั้น โดยสเปอร์สจะพบลีดส์ใน Monday Night Football
รอย คีน ให้ความเห็นหลังเกมว่า “สิ่งหนึ่งที่คุณต้องพูดตอนขึ้นไปเล่นลูกกลางอากาศคือ VAR จะตรวจทุกอย่าง อย่าเอามือไปโดนผู้รักษาประตู โดยเฉพาะอย่าวางค้างไว้สามหรือสี่วินาที มีหลายอย่างเกิดขึ้น แต่เพราะผู้รักษาประตูมีบทบาทสำคัญมาก ผมคิดว่านี่คือฟาวล์ มันเป็นความผิดพลาดที่โง่มากของเวสต์แฮม อย่าทำให้มันดูเป็นฟาวล์ชัดเจนแบบนั้น เพราะพวกเขาจะตรวจแน่นอน”
เจมี่ เรดแนปป์ เห็นด้วยกับคำตัดสิน โดยระบุว่า “เป็นการตัดสินของ VAR ที่กล้าหาญ แต่เป็นการตัดสินที่ถูกต้อง” ขณะที่เอียน ไรท์ อดีตกองหน้าของทั้งอาร์เซน่อลและเวสต์แฮม ยืนยันว่าเป็นคำตัดสินที่ถูก “โดยไม่ต้องสงสัย” พร้อมกล่าวว่า “ผมคิดว่าดาบิด ราย่า รับบอลนั้นได้ง่าย ๆ ถ้าเขาไม่ถูกขัดขวาง คุณเห็นได้ว่าเขาถูกดึงตรงนั้น แล้วแขนก็พาดเข้ามา”
ด้านนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ กุนซือเวสต์แฮม ยอมรับว่าทีมผิดหวังอย่างหนักกับเหตุการณ์ท้ายเกม โดยกล่าวว่า “ด้วยสถานการณ์และรูปแบบที่มันจบลง เราทุกคนผิดหวัง มีผู้ตัดสินและ VAR และมีเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกตัดสินต่างออกไป ผมจะไม่พูดไปไกลกว่านั้น จากช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แม้แต่ผู้ตัดสินเองก็ยังไม่รู้ว่าอะไรคือฟาวล์ อะไรไม่ใช่ฟาวล์ มันสร้างความสงสัย แต่ถ้ามองภาพรวมของเกม เราเล่นได้ดีมาก อาร์เซน่อลเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และเราแพ้เกมนี้”
จาร์ร็อด โบเว่น กัปตันทีมเวสต์แฮม มองว่าผู้รักษาประตูได้รับการปกป้องมากกว่านักเตะเอาต์ฟิลด์ พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานว่า “ผู้รักษาประตูได้รับการปกป้องมากกว่านักเตะเอาต์ฟิลด์ และในกรอบเขตโทษก็มีการดึงกันเยอะ คุณจะดูทุกจังหวะแบบนั้นแล้วให้จุดโทษทุกครั้งหรือ นั่นถึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง คุณไม่สามารถชนผู้รักษาประตูจนล้มได้ แต่ผู้รักษาประตูเข้ามาคว้าบอลก็ต้องคาดว่าจะมีการปะทะ นี่คือพรีเมียร์ลีก มันต้องมีการปะทะอยู่แล้ว ผมแค่คิดว่าถ้าคุณดูอะไรนานพอ คุณก็จะหาอะไรบางอย่างมาให้ได้”
มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล กล่าวชื่นชมทีมผู้ตัดสินหลังเกมว่า “ผมจะจำวันนี้ไว้แน่นอน มันเป็นรถไฟเหาะทางอารมณ์ เรารู้ว่ามันจะเป็นวันที่ยาก พวกเขากำลังสู้เพื่อชีวิต ส่วนเรากำลังพยายามคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อผมต้องวิจารณ์ ผมก็วิจารณ์ แต่วันนี้ผมต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขา คุณต้องมีความกล้าและความเด็ดเดี่ยวมากที่จะยืนหยัดและเปิดโอกาสให้ผู้ตัดสินได้ดูจังหวะนั้นอีกครั้ง เมื่อคุณเห็นภาพแล้ว ไม่มีข้อสงสัยเลยว่านั่นคือฟาวล์ชัดเจน พวกเขากล้ามาก”