ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
10 May 2026 22:26 by ssadmin
ไวท์คืนคู่ซาก้า! สถิติชี้ปลุกเกมรุกอาร์เซน่อลชัดเจน
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email: sale@soccersuck.com โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)


Sky Sports Football วิเคราะห์ว่า การกลับมาประสานงานกันของ เบน ไวท์ และ บูกาโย ซาก้า กลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยปลุกเกมรุกฝั่งขวาของ อาร์เซน่อล ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังทั้งคู่ได้ออกสตาร์ตร่วมกันในเกมพรีเมียร์ลีกกับ ฟูแล่ม เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม



จังหวะเด่นเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกของเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อ ไวท์ และ ซาก้า ต่อบอลกันอย่างรวดเร็วในพื้นที่แคบทางฝั่งขวา ทำให้แนวรับฟูแล่มหลายคนไล่ไม่ทัน และเรียกเสียงปรบมือจากแฟนบอลเจ้าถิ่นได้อย่างชัดเจน จังหวะนั้นสะท้อนเคมีที่ทั้งคู่มีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่อาร์เซน่อลขาดหายไปไม่น้อยตลอดช่วงที่อาการบาดเจ็บทำให้พวกเขาแทบไม่ได้เล่นร่วมกัน

การกลับมาของ ไวท์ ยังช่วยอธิบายฟอร์มที่ดีขึ้นของ ซาก้า ได้เช่นกัน หลังดาวเตะวัย 24 ปี ทำได้ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ในเกมกับฟูแล่ม ก่อนจะยิงประตูชัยพาอาร์เซน่อลผ่าน แอตเลติโก มาดริด เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยมี ไวท์ ลงเล่นอยู่ด้านหลังเขาอีกครั้ง

ในเกมกับฟูแล่ม ซาก้า ถูกเปลี่ยนออกตอนพักครึ่ง แต่ตลอด 45 นาทีแรก เขาแลกบอลกับ ไวท์ ถึง 14 ครั้ง ขณะที่ ไวท์ จ่ายให้ ซาก้า 9 ครั้ง มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดในเกมนั้น และน้อยกว่ายอดรวมที่ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ จ่ายให้ ซาก้า จากการออกสตาร์ต 3 นัดก่อนบาดเจ็บเมื่อเดือนมีนาคมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

จากนั้นในเกมกับแอตเลติโก มาดริด ภาพเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยก่อนถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 58 ไวท์ เป็นผู้เล่นที่จ่ายบอลให้ ซาก้า มากที่สุดอีกครั้ง ด้วยจำนวน 8 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจระหว่างทั้งคู่อย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 ซึ่ง ไวท์ ขยับจากเซ็นเตอร์แบ็กมาเล่นแบ็กขวา เขากับ ซาก้า แลกบอลกันเฉลี่ย 19.6 ครั้งต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่ ทิมเบอร์ กับ ซาก้า ซึ่งอยู่ที่ 12.4 ครั้งต่อ 90 นาทีอย่างชัดเจน

ไวท์ เคยพูดถึงความเข้าใจนี้ไว้เมื่อปี 2023 ว่า “เราก็แค่รู้กัน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่พอผมเงยหน้าขึ้นมา ผมรู้ว่าเขาจะทำอะไร หรือเขาจะอยู่ตรงไหน”

ด้าน มิเกล อาร์เตต้า กล่าวถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่เมื่อวันศุกร์ว่า “พวกเขามีการเชื่อมต่อและความเข้าใจกันที่ดีมาก พวกเขาเล่นด้วยกันมาหลายปี และคุณสัมผัสได้ รวมถึงเห็นได้อย่างชัดเจนในทางที่ดีมาก”

นอกจากความคุ้นเคยแล้ว สไตล์การเล่นของ ไวท์ ยังช่วยส่งเสริม ซาก้า โดยตรง เขามีส่วนร่วมในเกมสร้างสรรค์มากกว่า ทิมเบอร์ ทั้งจำนวนการสัมผัสบอลและการผ่านบอล อีกทั้งยังกล้าจ่ายบอลขึ้นหน้ามากกว่า โดยหลังย้ายมาเล่นแบ็กขวาตั้งแต่ซีซั่น 2022/23 ไวท์ มีเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลไปข้างหน้า 38.9 เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในบรรดาผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ของอาร์เซน่อลในช่วงเวลาดังกล่าว

ไวท์ ยังเติมเกมโอเวอร์แลปบ่อยกว่า ซึ่งช่วยดึงกองหลังคู่แข่งออกไป และเปิดพื้นที่ให้ ซาก้า ได้ดวลตัวต่อตัวมากขึ้น เขาเคยอธิบายบทบาทของตัวเองไว้ว่า “นั่นคือสิ่งที่ผมอยู่ตรงนั้นเพื่อทำ ผมอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยให้เขาเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เขาสามารถทำในสิ่งที่เขาถนัดได้”

ตัวเลขสะท้อนผลลัพธ์ชัดเจน ตลอด 4 ฤดูกาลหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ซาก้า มีค่าเฉลี่ยประตูและแอสซิสต์รวมกันเมื่อออกสตาร์ตร่วมกับ ไวท์ อยู่ที่ 0.67 ครั้งต่อ 90 นาที สูงกว่าตอนออกสตาร์ตร่วมกับ ทิมเบอร์ ซึ่งอยู่ที่ 0.57 ครั้งต่อ 90 นาที หรือมากกว่าเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ทิมเบอร์ ก็ยังมีจุดแข็งสำคัญของตัวเอง ทั้งความแข็งแกร่งในการดวลตัวต่อตัว เกมรับที่แน่นอน และภัยคุกคามจากลูกตั้งเตะ ซึ่งอาจทำให้เขามีภาษีในเกมที่ต้องรับมือ ควิชา ควารัตสเคเลีย ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก

แต่หากโจทย์ของ อาร์เตต้า คือการดึงศักยภาพสูงสุดของ ซาก้า ออกมาให้ได้มากที่สุด ตัวเลือกที่มีน้ำหนักมากที่สุดยังคงเป็นคู่หูเก่าอย่าง เบน ไวท์.
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel