โดกูร้อนแรง! เป๊ปยกจิตใจแข้งใหญ่ พาแมนฯ ซิตี้ยื้อเส้นทางลุ้นแชมป์
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
เฌเรมี โดกู กลายเป็นตัวแปรสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นอีกครั้งในเกมเปิดบ้านชนะเบรนท์ฟอร์ด 3-0 โดย BBC Sport รายงานว่า ปีกทีมชาติเบลเยียมเป็นคนยิงประตูปลดล็อกให้ทีม ด้วยการตัดเข้าในแล้วปั่นบอลเสียบอย่างสวยงาม คล้ายกับจังหวะที่เขาช่วยทีมไล่ตีเสมอเอฟเวอร์ตันแบบสุดดราม่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ดาวเตะวัย 23 ปี ทำไปแล้ว 4 ประตูสำคัญจาก 3 นัดหลังสุด ทั้งประตูในเกมพบเบรนท์ฟอร์ด, 2 ประตูในเกมเยือนเอฟเวอร์ตัน และประตูในเกมชนะเซาแธมป์ตันที่ช่วยพาแมนฯ ซิตี้ เข้าชิงเอฟเอ คัพ โดยรวมแล้วเขามีส่วนร่วมกับ 7 ประตูจาก 6 นัดหลังสุด แบ่งเป็น 5 ประตู 2 แอสซิสต์ เท่ากับผลงานตลอด 24 นัดก่อนหน้านั้นรวมกัน
เป๊ป กวาร์ดิโอลา กล่าวถึงพัฒนาการของลูกทีมว่า “ถ้าคุณอยากเป็นนักเตะที่ดีขึ้น คุณต้องชนะเกมด้วยตัวเองให้ได้ แค่ครอสบอลดี ๆ ให้คนอื่นมันไม่พอ คุณต้องชนะเกมและยิงประตูได้ ที่เอฟเวอร์ตัน ประตูตีเสมอ 3-3 มาจากเท้าขวา แต่ประตูแรกมาจากเท้าซ้าย เขาก้าวขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อในแง่นั้น เหมือนบอกว่า ‘ผมคือเฌเรมี โดกู ผมจะเป็นคนชนะเกม’ นักเตะระดับใหญ่มีความคิดแบบนั้นเสมอ”
ด้านโดกูให้สัมภาษณ์กับ Match of the Day ว่า “ผมเป็นนักเตะที่เล่นตามสัญชาตญาณ วันนี้มันออกมาดี ผมยิงได้หลายประตู ผมเล่นด้วยสัญชาตญาณมาตลอด แต่ตอนนี้ประตูเริ่มมาแล้ว ผมไม่ได้กลายเป็นนักเตะคนละคน”
ฟอร์มของโดกูในเกมนี้ได้รับคำชมอย่างกว้างขวาง โดยแอชลีย์ วิลเลียมส์ อดีตกองหลังทีมชาติเวลส์ มองว่านี่คือ “ฟอร์มที่ดีที่สุดที่เราเคยเห็นจากเฌเรมี โดกู” พร้อมเสริมว่าในมุมของกองหลัง เขาไม่แน่ใจว่าจะหยุดปีกรายนี้อย่างไร เพราะมีทั้งความแข็งแกร่ง ไปได้ทั้งซ้ายและขวา เร่งความเร็วจัด และยังชะลอจังหวะจนทำให้คู่แข่งเสียหลักได้
แดเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้าแมนฯ ซิตี้ กล่าวกับ Sky Sports ว่า “เขายอดเยี่ยมมาก ประตูที่เขายิงในเกมนี้สวยงามจริง ๆ เป็นการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม ตอนนี้มันกลายเป็นท่าประจำของเขาแล้ว การซ้อมซ้ำ ๆ กำลังเห็นผล เกมของเขากำลังพัฒนา เขาเด็ดขาดขึ้นในจังหวะแบบนั้น”
เกมนี้โดกูยังสร้างสถิติเป็นเพียงนักเตะคนที่สามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่สร้างโอกาสได้อย่างน้อย 6 ครั้ง และเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้อย่างน้อย 6 ครั้งในเกมเดียว ต่อจากบูกาโย่ ซาก้า และเอลเลียต แอนเดอร์สัน ขณะที่คีธ แอนดรูว์ส กุนซือเบรนท์ฟอร์ด ยอมรับว่า “เขาเป็นนักเตะระดับท็อป ถ้าไม่ใช่โดกู ก็จะมีคนอื่นก้าวขึ้นมา นั่นคือความหรูหราที่เป๊ปมี นักเตะพรสวรรค์สูงมากมาย ตัวเปลี่ยนเกมที่ตัดสินเกมได้ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับประตูแรก”
หลังยิงประตูได้ โดกูอุทิศประตูนี้ให้คุณพ่อซึ่งอายุครบ 60 ปีในวันเดียวกัน โดยกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันเกิดของเขา ผมกำลังจะเป็นพ่อคน และเขาเสียสละชีวิตเพื่อผมมาตลอด พาผมไปสโมสรโดยไม่รู้เลยว่าผมจะกลายเป็นอย่างทุกวันนี้ สำหรับผมนั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก เขาอายุครบ 60 ปี ผมรู้สึกขอบคุณ และนั่นคือเหตุผลที่ผมอยากมอบประตูนี้ให้เขา การมีเขาอยู่ข้าง ๆ เป็นพรอย่างหนึ่ง”
ชัยชนะเหนือเบรนท์ฟอร์ดทำให้แมนฯ ซิตี้ ขยับตามหลังอาร์เซน่อลจ่าฝูงเหลือ 2 คะแนน โดยสถานการณ์ลุ้นแชมป์ถูกจับตาไปที่เกมของอาร์เซน่อลกับเวสต์แฮม หากทีมของมิเกล อาร์เตต้า ชนะ โอกาสคว้าแชมป์จะอยู่ในมือพวกเขากับอีก 2 นัดที่เหลือ แต่หากเสมอหรือแพ้ ประตูแห่งความหวังของซิตี้จะเปิดอีกครั้ง
เออร์ลิง ฮาลันด์ ซึ่งเพิ่มสถิติยิงรวมให้สโมสรและทีมชาติเป็น 50 ประตู กล่าวว่า นักเตะแมนฯ ซิตี้ “คิดถึงการลุ้นแชมป์ไม่ได้” แต่เขาจะเปิดการแจ้งเตือนในโทรศัพท์เพื่อติดตามผลอาร์เซน่อลพบเวสต์แฮม ส่วนกวาร์ดิโอลาปิดท้ายงานแถลงข่าวหลังเกมด้วยคำว่า “เอาเลย ขุนค้อน” พร้อมทำท่าค้อนด้วยแขนเหนือศีรษะ ชัดเจนว่าแมนฯ ซิตี้ยังต้องการแรงช่วยจากเวสต์แฮมเพื่อยื้อความหวังไปจนถึงที่สุด.