บร็อบบีย์ดวลทีมในฝัน แมนยูเคยสนก่อนเลือกเซิร์กซี
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ไบรอัน บร็อบบีย์ กองหน้าซันเดอร์แลนด์ เตรียมนำทีมลงดวล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เขาเคยยอมรับว่าเป็น “ทีมในฝัน” หลังเพิ่งกลายเป็นฮีโร่จากการยิงประตูชัยในดาร์บี้แมตช์กับนิวคาสเซิลที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก ตามรายงานของ Manchester Evening News
บร็อบบีย์เป็นหนึ่งในอดีตเด็กอาแจ็กซ์ที่ไม่ได้เดินตามเส้นทางของ เอริก เทน ฮาก มายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่างจากหลายรายที่เคยย้ายมาเกี่ยวข้องกับยูไนเต็ดในช่วงหลัง ทั้ง ลิซานโดร มาร์ติเนซ, แอนโทนี, อ็องเดร โอนาน่า, มัทไธส์ เดอ ลิกต์ และ นุสแซร์ มาซราวี รวมถึงนักเตะที่มีสายสัมพันธ์กับฟุตบอลดัตช์อย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น, ไทเรลล์ มาลาเซีย และ โจชัว เซิร์กซี
ยูไนเต็ดเคยให้ความสนใจบร็อบบีย์ในช่วงซัมเมอร์แรกของเทน ฮาก เมื่อเขาย้ายกลับอาแจ็กซ์จาก แอร์เบ ไลป์ซิก และกลับมามีชื่ออีกครั้งในปี 2024 ก่อนที่สุดท้ายสโมสรจะเลือกเดินหน้าคว้าเซิร์กซีแทน แหล่งข่าวของยูไนเต็ดยืนยันว่า ดีลของบร็อบบีย์ไม่ได้ใกล้เคียงกับการเกิดขึ้นจริงในทั้งสองครั้ง แต่มีความสนใจอยู่จริง
บร็อบบีย์เคยพูดเมื่อเดือนกันยายน 2022 ว่า “ทีมในฝัน? แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอริกส่งข้อความมาหาผมจริง เพื่อแสดงความยินดีกับผม และบอกว่าเขาอยากได้ผมไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจที่อาแจ็กซ์ ผมอยากแสดงอะไรบางอย่างที่นี่ก่อน”
เขายังกล่าวต่อว่า “ผมอยากไปอาแจ็กซ์อย่างแน่นอน เอริกก็อยากร่วมงานกับผม เขาเคยส่งข้อความมาถามว่าผมเปิดรับไหม แต่ผมก็ปฏิเสธเขาไปอย่างสุภาพ”
ฤดูกาล 2023/24 เป็นปีที่ดีที่สุดของบร็อบบีย์กับอาแจ็กซ์ หลังยิงได้ 22 ประตูจาก 43 นัด แต่ฤดูกาลถัดมาเขาทำได้เพียง 8 ประตูจาก 44 นัด ก่อนย้ายมาอยู่ซันเดอร์แลนด์ด้วยค่าตัวราว 17 ล้านปอนด์ ฤดูกาลแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกถือว่าน่าพอใจ ยิงไปแล้ว 6 ประตูจาก 28 นัด และประตูชัยเหนือ นิวคาสเซิล ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนบอลไปเรียบร้อย
ขณะเดียวกัน ยูไนเต็ดเองยังคงตามหาคำตอบในตำแหน่งกองหน้า หลังการลงทุน 72 ล้านปอนด์กับ ราสมุส ฮอยลุนด์ และ 36.5 ล้านปอนด์กับ เซิร์กซี ยังไม่ใช่ทางออกที่ชัดเจน แต่ เบนยามิน เชชโก้ ซึ่งย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ กำลังแสดงให้เห็นอนาคตที่สดใส
เชชโก้ยิงไปแล้ว 11 ประตูจาก 30 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก เฉลี่ยหนึ่งประตูทุก 149 นาที ทำให้ยูไนเต็ดอาจเริ่มเห็นคำตอบของตำแหน่งกองหน้าที่ตามหามานาน ขณะที่บร็อบบีย์จะได้เผชิญหน้ากับสโมสรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความฝันของเขาเอง.