ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
08 May 2026 17:37 by ssadmin
17 ปีคืนอัปยศ! เปิดชีวิต ทอม เฮนนิ่ง โอเวรโบ หลังเกมเชลซี-บาร์ซ่า
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email: sale@soccersuck.com โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)


วันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ครบรอบ 17 ปีเหตุการณ์ที่ ทอม เฮนนิ่ง โอเวรโบ กลายเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินที่แฟนบอลเชลซีไม่มีวันลืม จากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ฤดูกาล 2008-09 ระหว่าง เชลซี กับ บาร์เซโลนา ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตามรายงานของ GiveMeSport



คืนนั้น เชลซีออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม หลังไมเคิล เอสเซียง ยิงประตูสุดสวยตั้งแต่นาทีที่ 9 ทำให้ทีมของกุส ฮิดดิ้งค์ อยู่ในเส้นทางลุ้นเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่สองติดต่อกันกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เกมกลับถูกจดจำจากจังหวะปัญหาหลายครั้ง เมื่อโอเวรโบปฏิเสธการเรียกจุดโทษของเจ้าถิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บาร์เซโลนาต้องเหลือ 10 คนหลังเอริก อบิดัล โดนไล่ออกในช่วง 25 นาทีสุดท้าย แต่เชลซียังยิงประตูปิดเกมไม่ได้ ก่อนที่ความเดือดจะเพิ่มขึ้นเมื่อเคราร์ด ปิเก้ ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษอย่างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินยังไม่เป่าให้เป็นจุดโทษ

จากนั้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อันเดรส อิเนียสต้า ยิงประตูสุดโด่งดังจากการจ่ายของลิโอเนล เมสซี่ ส่งบาร์เซโลนาเข้ารอบ แต่ดราม่ายังไม่จบ เมื่อมิชาเอล บัลลัคยิงไปติดแขนซามูเอล เอโต้ในกรอบเขตโทษ และโอเวรโบยังคงปฏิเสธเสียงเรียกร้องของเชลซีอีกครั้ง

ภาพบัลลัควิ่งไล่ประท้วงผู้ตัดสิน และดิดิเยร์ ดร็อกบา ตะโกนใส่กล้องโทรทัศน์ว่า “มันเป็นเรื่องน่าอับอาย! มันโคตรเป็นเรื่องน่าอับอาย!” กลายเป็นหนึ่งในฉากที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฟุตบอลยุโรปยุคนั้น

หลังเกม ดร็อกบาถูกแบน 6 นัดจากการระเบิดอารมณ์ ส่วนโชเซ่ โบซิงวาโดนแบน 4 นัดหลังเรียกผู้ตัดสินว่า “โจร” ขณะที่เชลซีถูกปรับ 85,000 ปอนด์จากข้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเตะ และการขว้างสิ่งของของแฟนบอล

ฮิดดิ้งค์กล่าวหลังเกมว่าทีมของเขาถูก “ปล้น” และเรียกผลการแข่งขันว่าเป็น “ความอยุติธรรม” พร้อมระบุว่า “นักเตะทำผิดพลาดได้ โค้ชทำผิดพลาดได้ ผู้ตัดสินก็ทำผิดพลาดได้ นั่นคือเหตุผลที่เราพูดถึงการให้ประโยชน์แห่งความสงสัย แต่ถ้าคุณเห็นสามหรือสี่จังหวะถูกปฏิเสธไปแบบนั้น นั่นคือฟอร์มการตัดสินที่แย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น”

โอเวรโบให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Panenka ในอีก 10 ปีต่อมาว่า “ผมหวังว่าผมจะมี VAR ช่วยในวันนั้น หลังจบครึ่งแรก ผมกับผู้ช่วยรู้สึกว่าเราควบคุมเกมได้ แต่ตอนจบเกม ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้น พอเข้าห้องแต่งตัว ผมคิดว่า ‘โอเค ทอม เฮนนิ่ง คืนนี้ไม่ใช่คืนที่ดีที่สุดของนาย’”

เขายอมรับด้วยว่า “ภายในใจผมเดือดมาก มันเป็นในห้องแต่งตัวที่ผมตระหนักว่าทุกอย่างมันกลายเป็นประเด็นขนาดไหน ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ผมจากผู้ตัดสินที่ค่อนข้างได้รับความเคารพ กลายเป็นคนโง่ที่สุดในวงการฟุตบอลนานาชาติ พวกเขาต้องให้ตำรวจคุ้มกันเราจนกระทั่งขึ้นเครื่องบินกลับบ้านได้”

เมื่อพูดถึงคำขู่เอาชีวิต โอเวรโบกล่าวว่า “มันมาจากความหงุดหงิดที่ไม่ชนะเกมนั้นและจากฟอร์มการตัดสินของผม มากกว่าความต้องการจริง ๆ ที่จะฆ่าผมและครอบครัวของผม”

ในปี 2022 เขายังยอมรับกับ Daily Mail ว่า เชลซีควรได้จุดโทษอย่างน้อยหนึ่งครั้ง “ผมไม่คิดว่าแฟนเชลซีพูดถูกเวลาบอกว่าควรได้สี่หรือห้าจุดโทษ แต่ผมคิดว่าทุกคนที่รู้จักฟุตบอลและกฎของเกมรู้ว่าควรมีจุดโทษเกิดขึ้น”

โอเวรโบ ซึ่งเป็นผู้ตัดสินขึ้นทะเบียนของฟีฟ่าระหว่างปี 1994-2010 ยอมรับว่าเกมดังกล่าวมีส่วนทำให้ชื่อเสียงระดับสูงของเขาถดถอย หลังจากนั้นเขาไม่ได้รับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ในระดับเดิมอีก และแม้จะกลับมาได้เกมบาเยิร์น มิวนิค พบ ฟิออเรนตินา ในปี 2010 แต่ทีมงานของเขาพลาดจังหวะล้ำหน้าชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะไม่ได้ตัดสินในแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก

เขายังคงทำหน้าที่ในลีกนอร์เวย์ต่อไป แต่ได้รับบาดเจ็บในปี 2012 และพยายามกลับมา ก่อนต้องยุติเส้นทางผู้ตัดสินในปี 2013 ปัจจุบัน โอเวรโบทำงานเป็นนักจิตวิทยา หลังเคยศึกษาในสาขานี้ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย และทำงานที่ Norwegian School of Sports Sciences

แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักมานานหลายปี โอเวรโบยืนยันว่าเขายังมองย้อนกลับไปยังอาชีพผู้ตัดสินด้วยความทรงจำที่ดี “คติประจำชีวิตของผมคือ การถูกล้อเลียนยังดีกว่าถูกผู้คนลืม ดังนั้นแฟนบอลจะล้อผมต่อไปก็ได้ สำหรับผมไม่มีปัญหา”

“ผมมองย้อนกลับไปยังเกมต่าง ๆ ของผมด้วยความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ไม่มีปัญหาถ้าผู้คนอยากใช้เกมนั้นเป็นตัวอย่างของการตัดสินที่แย่ สำหรับผม มันโอเค”
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 28878
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 08, 2026 18:44
[RE: 17 ปีคืนอัปยศ! เปิดชีวิต ทอม เฮนนิ่ง โอเวรโบ หลังเกมเชลซี-บาร์ซ่า]
ส่วนตัวว่าลูกปิเก้ น่าได้จุดโทษที่สุด ที่เหลือเฉยๆ

ส่วนเลคแรก อองรีก้ควรได้จุดโทษ กับใบเหลืองน่าจะซัก18ใบ กรรมการก้เข้าข้างเชลซีพอกัน ไม่งั้นถ้าบาซ่านำก่อน น่าจะเปิดเกมรับเชลซีได้บานเลย
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status: ChelSea!!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jul 2020
ตอบ: 6466
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 08, 2026 22:41
17 ปีคืนอัปยศ! เปิดชีวิต ทอม เฮนนิ่ง โอเวรโบ หลังเกมเชลซี-บาร์ซ่า
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
ส่วนตัวว่าลูกปิเก้ น่าได้จุดโทษที่สุด ที่เหลือเฉยๆ

ส่วนเลคแรก อองรีก้ควรได้จุดโทษ กับใบเหลืองน่าจะซัก18ใบ กรรมการก้เข้าข้างเชลซีพอกัน ไม่งั้นถ้าบาซ่านำก่อน น่าจะเปิดเกมรับเชลซีได้บานเลย  


ลูกเดียวเองเหรอ

เคยมีฝรั่งเอามาทำว่าถ้ามี VAR เชลซีจะได้จุดโทษอย่างน้อยๆ 3 ครั้ง

ส่วนนัดแรกมันก็เล่นแรงตามเกมส์นั่นละ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ChelSEA!!!!
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 28878
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 08, 2026 23:04
[RE: 17 ปีคืนอัปยศ! เปิดชีวิต ทอม เฮนนิ่ง โอเวรโบ หลังเกมเชลซี-บาร์ซ่า]
MooHiMs พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
ส่วนตัวว่าลูกปิเก้ น่าได้จุดโทษที่สุด ที่เหลือเฉยๆ

ส่วนเลคแรก อองรีก้ควรได้จุดโทษ กับใบเหลืองน่าจะซัก18ใบ กรรมการก้เข้าข้างเชลซีพอกัน ไม่งั้นถ้าบาซ่านำก่อน น่าจะเปิดเกมรับเชลซีได้บานเลย  


ลูกเดียวเองเหรอ

เคยมีฝรั่งเอามาทำว่าถ้ามี VAR เชลซีจะได้จุดโทษอย่างน้อยๆ 3 ครั้ง

ส่วนนัดแรกมันก็เล่นแรงตามเกมส์นั่นละ  


ไม่อะ ส่วนตัวให้ 1 ลูกคือปิเก้


ส่วนเกมแรกไม่ตามเกมแน่ๆอะ ถ้าโดนเหลืองแต่ต้นเกม บัลลัคโดนแดง จุดโทษอองรี ไม่เล่นง่ายงี้ชัวๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel