แม็คกินน์ปลุกวิลล่าเลิกเป็น “เกือบแชมป์” ล่าตำนานที่อิสตันบูล
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
จอห์น แม็คกินน์ กัปตันทีมแอสตัน วิลล่า กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้ก้าวข้ามสถานะ “เกือบทำได้” และสร้างตำนานบทใหม่ให้สโมสร หลังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ด้วยชัยชนะเหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4-0 ที่วิลล่า พาร์ค รวมสองนัดชนะ 4-1 ตามรายงานจาก Sky Sports Football
วิลล่าได้ประตูจาก โอลลี่ วัตกินส์ และ เอมิ บูเอนเดีย ก่อนที่แม็คกินน์จะเหมาสองประตู ปิดฉากค่ำคืนสำคัญที่ส่งทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปรายการใหญ่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สโมสรคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ เมื่อปี 1982 โดยพวกเขาจะไปพบ ไฟร์บวร์ก ทีมจากบุนเดสลีกา ที่อิสตันบูล วันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อลุ้นแชมป์เมเจอร์รายการแรกนับตั้งแต่ลีก คัพ ปี 1996
แม็คกินน์กล่าวหลังเกมว่า “นี่เป็นสโมสรที่มีความต้องการสูงในการลงเล่นให้ แต่เมื่อมันเป็นแบบนี้ วิลล่า พาร์ค คือสนามที่เร้าใจมาก ไม่มีที่ไหนดีกว่านี้สำหรับการเล่นฟุตบอลทุกสองสัปดาห์ หรือเล่นฟุตบอลยุโรป”
“สิ่งที่เราทำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องยอดเยี่ยมมาก รายละเอียดมันเล็กน้อยมาก ถ้าเราแพ้คืนนี้ เราก็จะเป็นทีมที่เกือบทำได้ เมื่อเราไปอิสตันบูลในอีก 10 วัน เราต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะไม่ใช่ทีมที่เกือบทำได้”
กัปตันวิลล่าย้ำว่าทีมชุดนี้ต้องรับมือกับความกดดันให้ได้ หากต้องการถูกจดจำในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร “มันคือการโอบรับความกดดัน และพยายามเป็นตำนาน คุณเห็นคนจากปี 1982 คุณเห็นทีมแชมป์บอลถ้วยในยุค 90 นี่คือสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ และมันนานมากแล้วที่ไม่มีความสำเร็จ”
“มีช่วงเวลาตกต่ำครั้งใหญ่ เช่น การตกชั้น และสโมสรก็สร้างตัวเองกลับขึ้นมาได้ นี่คือสโมสรฟุตบอลที่น่าภูมิใจมาก สมควรได้รับความสำเร็จ และหวังว่าเราจะเป็นกลุ่มคนที่ทำมันได้”
ก่อนเกมนี้ วิลล่าอยู่ภายใต้แรงกดดันหนัก หลังแพ้ 3 นัดติดให้ ฟูแล่ม, ฟอเรสต์ และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จนทั้งนักเตะและ อูไน เอเมรี่ ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง แต่ในเกมที่ถูกมองว่าสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เอเมรี่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2022 พวกเขากลับตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แม็คกินน์ยอมรับว่า “ปกติผมค่อนข้างนิ่งก่อนเกม แต่วันนี้ความกดดันมันรุนแรงมาก นักเตะกลุ่มนี้สมควรไปให้ไกลกว่านี้ ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ หลังจากผิดหวังในรอบรองชนะเลิศมาหลายครั้ง”
“คุณอาจหลอกตัวเองได้ว่ามันไม่ส่งผลอะไร แต่วันนี้ผมประหม่า คืนนี้เป็นหนึ่งในฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของทีมวิลล่าที่ผมได้เห็นมานานมาก เราเริ่มเกมด้วยความมุ่งมั่น เราค่อนข้างโชคดีจากอาการบาดเจ็บของฟอเรสต์ และเราจำเป็นต้องใช้โอกาสนั้นให้ได้”
ด้านวัตกินส์กล่าวชื่นชมเอเมรี่ โดยชี้ว่าประสบการณ์ของกุนซือชาวสเปนมีส่วนสำคัญในการพาทีมถึงรอบชิงฯ “ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนดีกว่านี้ในการเตรียมเราสำหรับเกมนี้ และแน่นอนว่าพาเราเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วย สถิติของเขาพูดแทนตัวเองอยู่แล้ว”
เอเมรี่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ 3 ครั้งกับเซบีย่า และอีก 1 ครั้งกับบียาร์เรอัล ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดอยู่แล้ว พร้อมมีโอกาสลุ้นแชมป์สมัยที่ 5 หลังเคยพาอาร์เซน่อลเข้าชิง แต่แพ้เชลซีที่บากู
วัตกินส์ทิ้งท้ายว่า “เราอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้เราต้องไปที่นั่นและคว้าแชมป์ให้ได้ ทุกคนทำงานหนักมาก มันยากที่จะเลือกแมน ออฟ เดอะ แมตช์ เพราะเราทุกคนยอดเยี่ยมมาก”