ทรัมป์ยังบ่นแพง! ตั๋วเปิดสนามสหรัฐฯ ฟุตบอลโลกแตะ 1,120 ดอลลาร์
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดบนแผ่นดินสหรัฐฯ กำลังเจอกระแสวิจารณ์หนักเรื่องราคาตั๋ว โดยเฉพาะเกมเปิดรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติสหรัฐอเมริกาพบ ปารากวัย ที่โซไฟ สเตเดี้ยม ในลอสแอนเจลิส ซึ่งราคาตั๋วถูกสุดใน 3 กลุ่มราคาหลักของฟีฟ่าเคยถูกระบุไว้ที่ 1,120 ดอลลาร์
ตามรายงานจาก GiveMeSport โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ New York Post ถึงราคาดังกล่าวแบบตรงไปตรงมาว่า “ผมไม่รู้ว่าตัวเลขเป็นแบบนั้น ผมก็อยากไปอยู่แล้ว แต่พูดตามตรง ผมเองก็คงไม่จ่ายเหมือนกัน”
คำพูดดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันไปยังฟีฟ่าและ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้ อินฟานติโนพยายามปกป้องโครงสร้างราคาตั๋ว พร้อมระบุในงาน Milken Institute Global Conference ที่เบเวอร์ลี ฮิลส์ ว่า “ในความเป็นจริง ตั๋วรอบแบ่งกลุ่ม 25 เปอร์เซ็นต์มีราคาไม่ถึง 300 ดอลลาร์ ในสหรัฐฯ คุณไม่สามารถเข้าชมเกมระดับมหาวิทยาลัย ไม่ต้องพูดถึงอีเวนต์ระดับอาชีพชั้นนำ ด้วยราคาต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ได้ และนี่คือฟุตบอลโลก”
อินฟานติโนยังชี้ว่าตลาดขายต่อเป็นอีกเหตุผลที่ไม่ควรกดราคาตั๋วให้ต่ำเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการนำตั๋วไปขายต่อในราคาสูงกว่าเดิม โดยเขายืนยันเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีการขายตั๋วไปแล้วราว 5 ล้านใบ ขณะที่ทรัมป์เองก็ยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าว “ประสบความสำเร็จอย่างมาก” และ “ทำลายทุกสถิติ”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังแสดงความกังวลว่าราคาที่สูงเกินไปอาจทำให้แฟนบอลทั่วไปเข้าถึงเกมไม่ได้ โดยกล่าวว่า “ถ้าผู้คนจากควีนส์และบรู๊กลิน รวมถึงทุกคนที่รักโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถไปได้ ผมก็คงผิดหวัง ผมอยากให้คนที่โหวตให้ผมสามารถไปชมได้”
แรงกดดันไม่ได้มาจากทำเนียบขาวเท่านั้น เมื่อสมาชิกสภาคองเกรส แฟรงก์ พัลโลน และผู้แทน เนลลี ปู ได้ส่งจดหมายถึงอินฟานติโน ตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมและความโปร่งใสของระบบราคาตั๋ว โดยระบุว่า “ราคาถูกตรึงไว้สูงอย่างไม่เป็นธรรม แม้ตลาดจะส่งสัญญาณเป็นอย่างอื่น ซึ่งไม่ได้ให้ประโยชน์จากระบบราคาที่ปรับตามความต้องการแก่แฟนบอลเมื่อดีมานด์ลดลง”
ในจดหมายยังระบุอีกว่า “รูปแบบการตั้งราคาตั๋วที่น่าสงสัยเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามร้ายแรงเรื่องความเป็นธรรม ความโปร่งใส และแนวทางการขายตั๋วที่อาจเข้าข่ายหลอกลวง”
ขณะที่ฟุตบอลโลก 2026 เหลือเวลาอีกเพียงกว่าหนึ่งเดือนก่อนเริ่มแข่งขัน และยอดขายตั๋วบางเกมรวมถึงนัดเปิดสนามของทีมชาติสหรัฐฯ ยังตามหลังคู่อื่น แรงกดดันต่อฟีฟ่าจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อแม้แต่ผู้นำประเทศเจ้าภาพยังยอมรับว่าไม่อยากจ่ายราคานี้ เสียงวิจารณ์เรื่องค่าตั๋วคงไม่เงียบลงง่าย ๆ.