PSG ลิ่วชิงยุโรป! ควารัตสเคเลียป่วนบาเยิร์นก่อนดวลอาร์เซนอล
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังบุกเสมอ บาเยิร์น มิวนิค ที่อัลลิอันซ์ อารีนา ในเกมนัดสอง และเอาชนะรวม 6-5 โดย Goal ระบุว่านี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่ได้มีดีแค่เกมรุกสวนกลับ แต่ยังยืนหยัดป้องกันได้อย่างแข็งแกร่งในคืนสำคัญ
PSG ออกนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จาก อุสมาน เดมเบเล่ ที่จบสกอร์อย่างเด็ดขาดหลังได้รับบอลจาก ควิชา ควารัตสเคเลีย ก่อนที่ แฮร์รี เคน จะมาตีเสมอให้บาเยิร์นในนาทีที่ 4 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ไม่เพียงพอจะหยุดแชมป์เก่า ซึ่งจะเข้าไปพบ อาร์เซนอล ในรอบชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์ช่วงปลายเดือนนี้
หนึ่งในคนที่โดดเด่นที่สุดคือ ควารัตสเคเลีย ปีกชาวจอร์เจียที่ทำแอสซิสต์ให้เดมเบเล่ หลังเล่นชิ่งยอดเยี่ยมกับ ฟาเบียน รุยซ์ บริเวณกลางสนาม ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ลีกที่ยิงหรือแอสซิสต์ได้ในเกมรอบน็อกเอาต์ 7 นัดติดต่อกัน นอกจากความสามารถในการเลี้ยงบอล เขายังทำงานหนักทั้งเกม ลงมาช่วยเกมรับและเคลียร์บอลในพื้นที่อันตรายหลายครั้ง
ตรงกันข้าม มิชาเอล โอลิเซ่ ซึ่งเคยสร้างปัญหาให้ นูโน เมนเดส อย่างหนักในเกมแรก กลับเจอค่ำคืนที่น่าผิดหวัง แม้จะได้สัมผัสบอลมากที่สุดในสนาม 92 ครั้ง แต่สร้างผลกระทบได้ไม่มาก เลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จเพียง 3 จาก 10 ครั้ง แพ้ดวล 13 จาก 21 ครั้ง และเสียบอลมากที่สุดในเกมถึง 29 ครั้ง ก่อนจบเกมด้วยภาพเจ้าตัวเอามือกุมศีรษะหลังบาเยิร์นตกรอบ
หลุยส์ เอ็นริเก้ ซึ่งจะอายุครบ 56 ปีในวันศุกร์ ได้ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าชิ้นใหญ่จากลูกทีม เขาเคยยกให้บาเยิร์นเป็น “ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย” ที่ PSG ของเขาเคยเจอ และในเกมนี้การตัดสินใจส่ง วอร์เรน ซาอีร์-เอเมรี ลงแทน อัชราฟ ฮาคิมี ที่บาดเจ็บ รวมถึงการให้ ฟาเบียน รุยซ์ กลับมาเป็นตัวจริง ล้วนส่งผลชัดเจนต่อรูปเกม
กุนซือชาวสเปนกล่าวหลังเกมว่า “คาแรกเตอร์ที่เราแสดงให้เห็นในการเจอกับทีมอย่างบาเยิร์นเป็นเรื่องที่ดีมาก” และผลงานครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า PSG มีทั้งสไตล์และความแข็งแกร่งพอจะป้องกันแชมป์ยุโรป พร้อมเปิดโอกาสให้เอ็นริเก้ลุ้นคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพสมัยที่สามในอาชีพกุนซือ
สำหรับ เคน แม้ประตูช่วงท้ายจะทำให้เขายิงในแชมเปี้ยนส์ลีกไปแล้ว 54 ประตูจาก 70 นัด และเทียบสถิติของ คริสเตียโน โรนัลโด ในการยิงเกมน็อกเอาต์ 6 นัดติด แต่ตัวเลขเหล่านั้นไม่อาจปลอบใจได้หลังต้องให้ มานูเอล นอยเออร์ เข้ามาปลอบหลังจบเกม โดยเฉพาะเมื่อแชมเปี้ยนส์ลีกคือถ้วยที่เขาต้องการมากที่สุดในระดับสโมสร
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ชื่อของ เดมเบเล่ และ ควารัตสเคเลีย ถูกพูดถึงมากขึ้นในการลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ ขณะที่ภาพรวมของ PSG หลังยุค คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยิ่งดูชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าพวกเขากลายเป็นทีมที่เป็นหนึ่งเดียวมากกว่าเดิม และตอนนี้เหลืออีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นในการสร้างประวัติศาสตร์ป้องกันแชมป์ยุโรป.