ลิเวอร์พูลปีลื่นคว้าเบอร์หนึ่ง! เปิด 10 ซีซั่นโดนล้อหนักสุดของ Big 6
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
Football365 จัดอันดับ 10 ฤดูกาล “บันเทอร์” หรือซีซั่นที่ชวนให้แฟนบอลล้อเลียนมากที่สุดของสโมสรบิ๊กซิกซ์ โดยมองว่าฤดูกาลปัจจุบันกำลังมีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในปีที่เต็มไปด้วยดราม่าและความพังระดับสูงสุด นับตั้งแต่ “บันเทอร์พ็อกคาลิปส์” ปี 2015/16
อันดับหนึ่งถูกยกให้ ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2013/14 ซึ่งเป็นปีที่ทีมของพวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมเกือบทั้งซีซั่น หลุยส์ ซัวเรซ กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ถล่มประตูเป็นกอบเป็นกำ และดูเหมือนกำลังพาทีมยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในยุคพรีเมียร์ลีก แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในเกมกับ เชลซี ที่ แอนฟิลด์ เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลื่นล้ม ก่อนที่ เดมบา บา จะฉวยโอกาสยิงประตู จุดนั้นกลายเป็นภาพจำตลอดกาล ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะเสียอีก 3 ประตูท้ายเกมกับ คริสตัล พาเลซ ทั้งที่นำ 3-0 และสุดท้ายจบฤดูกาลตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 คะแนน
อันดับสองเป็นของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ฤดูกาล 2015/16 ปีที่พวกเขากลายเป็นผู้ท้าชิงรายสุดท้ายของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์แบบเหลือเชื่อ สเปอร์ส ไล่กดดันอยู่พักใหญ่จนมีเสียงร้องว่า “เลสเตอร์ ซิตี้ เรากำลังไล่ล่าพวกคุณ” แต่สุดท้ายไม่เคยแซงขึ้นจ่าฝูงได้จริง เกมเสมอ เชลซี ใน “Battle of Stamford Bridge” ปิดฉากความหวังลุ้นแชมป์ ก่อนแพ้ นิวคาสเซิล ที่ตกชั้นไปแล้ว 1-5 ในวันสุดท้าย และจบด้วยฉายาอมตะว่า “ที่สามในศึกม้าสองตัว”
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2024/25 ถูกวางไว้สูงเช่นกัน หลังโยนความหวังทั้งฤดูกาลไปไว้กับ ยูโรปา ลีก แต่กลับแพ้ สเปอร์ส ในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าอับอายอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาไม่ได้แค่แพ้รอบชิง แต่ยังแพ้ให้กับทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องการหลีกเลี่ยงถ้วยแชมป์อย่าง สเปอร์ส ด้วย
เชลซี ฤดูกาล 2015/16 ก็ถูกยกเป็นหนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกของทีมใหญ่ที่พังแบบไม่คาดคิด หลังเพิ่งคว้าแชมป์ลีกในปี 2015 ภายใต้ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่ซีซั่นถัดมากลับหล่นไปอยู่โซนท้ายตารางช่วงหนึ่ง แพ้ 9 จาก 16 เกมแรก ก่อน มูรินโญ่ แยกทางก่อนคริสต์มาส และสุดท้ายจบเพียงอันดับ 10 แม้ กุส ฮิดดิงก์ จะเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ก็ตาม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุค เดวิด มอยส์ ฤดูกาล 2013/14 ก็ถูกมองเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของยุคที่ปีศาจแดงสูญเสียออร่าหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทีมแชมป์เก่าจบเพียงอันดับ 7 หลังออกสตาร์ตย่ำแย่ พลาดเสริมทัพตามเป้าหมาย และแพ้เกมใหญ่หลายครั้ง ก่อน มอยส์ ถูกปลดในเดือนเมษายน ส่วน ไรอัน กิ๊กส์ เข้ามาคุมชั่วคราวและพาทีมจบที่อันดับเดิม
อาร์เซน่อล ฤดูกาล 2015/16 ถูกตำหนิหนักในมุมที่ควรเป็นทีมที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการที่คู่แข่งใหญ่หลายรายหลุดฟอร์ม แต่กลับปล่อยให้ เลสเตอร์ คว้าแชมป์ไปอย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่เคยนำจ่าฝูงช่วงครึ่งฤดูกาลแรก และมีช่วงหนึ่งนำ เลสเตอร์ 2 คะแนนหลังผ่าน 20 นัด ก่อนสะดุดต่อเนื่องจนหลุดจากเส้นทางลุ้นแชมป์
เชลซี ยุค BlueCo ฤดูกาล 2022/23 ก็อยู่ในลิสต์จากความวุ่นวายทั้งในและนอกสนาม มีทั้ง โธมัส ทูเคิล, แกรม พ็อตเตอร์, บรูโน่ ซัลตอร์ และ แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามาเกี่ยวข้องกับตำแหน่งกุนซือ ทีมชนะในลีกได้เพียง 4 นัดในครึ่งหลังของฤดูกาล และจบอันดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1993/94
อาร์เซน่อล ฤดูกาล 2021/22 ถูกพูดถึงจากการพลาดท็อปโฟร์ให้กับ สเปอร์ส ทั้งที่กลับมาอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบช่วงท้ายฤดูกาล หลังแพ้ สเปอร์ส 0-3 และแพ้ นิวคาสเซิล ต่อ ทำให้ชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในนัดสุดท้ายไม่มีความหมาย เพราะ สเปอร์ส ถล่ม นอริช 5-0 และคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแทน
ขณะที่ สเปอร์ส ฤดูกาล 2024/25 ถูกมองว่าเป็นความย้อนแย้งระดับสุดขั้ว เพราะพวกเขาคว้าแชมป์ยุโรปได้ แต่จบพรีเมียร์ลีกเพียงอันดับ 17 ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นผลงานที่แทบคิดไม่ถึง และยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบต่อเนื่องในฤดูกาลถัดมา
อีกหนึ่งชื่อในลิสต์คือ ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2010/11 ที่เริ่มต้นย่ำแย่ภายใต้ รอย ฮ็อดจ์สัน ก่อน เคนนี่ ดัลกลิช เข้ามากู้สถานการณ์และพาทีมจบอันดับ 6 แม้ตำแหน่งจะดูดีกว่าบางปีรอบข้าง แต่คะแนนรวม 58 แต้มยังสะท้อนภาพช่วงตกต่ำของทีมได้ชัดเจน
ภาพรวมของการจัดอันดับนี้ชี้ให้เห็นว่า สำหรับทีมใหญ่ การ “เกือบสำเร็จแล้วพังท้ายทาง” มักเจ็บและถูกจดจำมากกว่าการแย่ทั้งฤดูกาล และในโลกพรีเมียร์ลีก บางรอยแผลไม่ได้จบแค่ตารางคะแนน แต่มันกลายเป็นมุกล้อที่อยู่ยาวไปอีกหลายปี.