ไม่ปังไม่พัง! โยเคเรสนำกลุ่มแข้งค่าตัวแพงผลงานกลางๆ
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
Football365 วิเคราะห์ว่า วิคเตอร์ โยเคเรส คือหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนของนักเตะค่าตัวสูงที่ฤดูกาลนี้ไม่ได้ล้มเหลว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมแบบไร้ข้อกังขา หลังย้ายมาอาร์เซน่อลพร้อมความคาดหวังว่าจะเป็น “ชิ้นส่วนสุดท้าย” ที่พาทีมก้าวข้ามสถานะรองแชมป์
แม้หัวหอกทีมชาติสวีเดนยิงไปแล้ว 21 ประตูในฤดูกาลแรกที่อังกฤษ ซึ่งเป็นสถิติยิงดีที่สุดของนักเตะอาร์เซน่อลในหนึ่งฤดูกาลเต็มภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แต่ภาพรวมของเขายังถูกมองแบบสองด้าน ทั้งช่วงที่โดนวิจารณ์ว่าเป็นกองหน้าที่เล่นดีเฉพาะกับทีมรอง หลังประตูแรกๆ ในพรีเมียร์ลีกมาจากเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และเบิร์นลีย์ รวมถึงข้อครหาว่าตัวเลขของเขาถูกดันขึ้นจากจุดโทษ
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในช่วงท้ายฤดูกาล โดยเฉพาะเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง กับแอตเลติโก มาดริด และเกมกับฟูแล่ม ทำให้เสียงวิจารณ์เริ่มเปลี่ยนทิศทาง หลังอาร์เตต้าเคยระบุไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนว่า การประเมินผลงานของโยเคเรส “จะถูกกำหนดในช่วงเจ็ดหรือแปดสัปดาห์สุดท้าย”
แก่นของประเด็นคือ โยเคเรสไม่ได้แย่อย่างที่ฝ่ายวิจารณ์เคยตัดสิน และก็ยังไม่ได้ยอดเยี่ยมถึงขั้นที่กระแสยกย่องระยะหลังพยายามชี้ เขาอยู่ตรงกลางแบบไม่หวือหวา แต่ความ “พอดี” นั้นอาจเป็นสิ่งที่อาร์เซน่อลต้องการเพื่อขยับเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น
ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถูกยกมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แม้แนวคิดที่ว่าสโมสรอาจมองหาตัวแทนของเขาแล้วจะถูกมองว่าเกินจริง แต่ฤดูกาลแรกของแนวรุกทีมชาติแคเมอรูนก็ยังไม่เด่นเท่าที่ช่วงออกสตาร์ตเคยทำให้คาดหวังไว้ เขาไม่ยิงมา 10 นัดติดต่อกัน และ 8 นัดหลังสุดในช่วงนั้นก็ไม่มีแอสซิสต์ด้วย
ตัวเลข 9 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ถือว่าไม่เลว แต่ยังไม่เหนือกว่าผลงานของเขาตอนอยู่เบรนท์ฟอร์ดในฤดูกาล 2022/23 ที่ทำ 9 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ หรือฤดูกาล 2023/24 ที่ทำ 9 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ ขณะที่ฤดูกาลก่อนเขาเคยกดไปถึง 20 ประตูกับ 8 แอสซิสต์
ส่วน มิลอส เคอร์เคซ ถูกมองว่าเป็นดีลที่ไม่น่าเสี่ยงที่สุดในตลาดซัมเมอร์ครั้งใหญ่ของลิเวอร์พูล เพราะย้ายมาเร็ว มีประสบการณ์พรีเมียร์ลีกกับบอร์นมัธสองฤดูกาล และมีเส้นทางชัดเจนในการแย่งตำแหน่งจาก แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แต่เจ้าตัวกลับเจอกับช่วงปรับตัวที่หนักหนาในฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลเองก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เจมี่ คาร์ราเกอร์ เคยเปรียบเทียบแบบเจ็บแสบว่า “บางครั้งเวลาคุณดูเคอร์เคซ มันเหมือนมี ดาร์วิน นูนเญซ เล่นแบ็กซ้าย” ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ มองเกมรับของเขาว่า “ไร้เดียงสา” เหมือน “นักเตะทีมเยาวชน” และแม้จะเริ่มมีจังหวะช่วยเก็บงานให้ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ จากม้านั่งสำรอง แต่ภาพรวมก็ยังสะท้อนว่าเขายังต้องเรียนรู้อีกมาก
ในฝั่งเอฟเวอร์ตัน กองหน้าดาวรุ่งที่ถูกพูดถึงทำไป 8 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่พอรับได้สำหรับนักเตะที่ถูกเซ็นเข้ามาพร้อมความคาดหวังด้านศักยภาพ โดยการเหมาสองประตูใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกิดขึ้นหลังจากไม่ยิงมา 7 นัด และประตูแรกของฤดูกาลก็มาถึงในเดือนธันวาคม
เดวิด มอยส์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เราลองเสี่ยงกับกองหน้าหนุ่มที่กำลังขึ้นมา เราพยายามดึงเขาเข้ามาเร็วและตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อดูว่าเขาเป็นอย่างไร เขาไม่ได้แย่ ผมคิดจริงๆ ว่าเขากำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก มันไม่ง่ายนัก” พร้อมชี้ว่า “แฟนบอลฟุตบอลในยุคนี้ไม่ค่อยมีความอดทนกับหลายสิ่ง” และ “มีความคาดหวังมากขึ้นว่าเราต้องการทุกอย่างเดี๋ยวนี้ อยากให้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”
อีกรายคือ อูอัตตารา ซึ่งเบรนท์ฟอร์ดจ่ายค่าตัวเบื้องต้น 37 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสอีก 5 ล้านปอนด์ ในดีลสถิติสโมสร แม้เขาทำผลงานได้ดีระดับหนึ่งกับ “เดอะ บีส์” แต่ตัวเลข 5 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ยังเหลือพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมยังเกี่ยวข้องกับการลุ้นพื้นที่ยุโรป และดีลนี้อาจมีผลต่อโบนัสที่บอร์นมัธจะได้รับในอนาคต
ภาพรวมของนักเตะเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องของคำว่า “ล้มเหลว” หรือ “สุดยอด” แบบขาวดำ แต่เป็นฤดูกาลที่อยู่ตรงกลางอย่างแท้จริง ผลงานมีดี มีแผ่ว และยังต้องรอเวลาเป็นตัวตัดสินว่าค่าตัวก้อนโตเหล่านั้นจะคุ้มค่าจริงหรือไม่.