VAR ชี้ขาด! อาร์เซน่อลรอดจุดโทษก่อนลิ่วชิงแชมเปี้ยนส์ลีก
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
อาร์เซน่อลผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่บูดาเปสต์ หลังเฉือนชนะแอตเลติโก มาดริด โดย GiveMeSport รายงานว่าเกมนี้ “ปืนใหญ่” ต้องลุ้นหนักจากจังหวะ VAR ช่วงครึ่งหลังที่เกือบทำให้ทุกอย่างพลิกกลับ
ประตูตัดสินเกมเกิดขึ้นก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาที จากบูคาโย ซาก้า ที่ตามซ้ำในกรอบ 6 หลา หลังยาน โอบลัคปัดลูกยิงเรียดของเลอันโดร ทรอสซาร์มาเข้าทาง ก่อนที่ซาก้าจะกวาดบอลเข้าไปอย่างเฉียบขาด ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยนี่เป็นเพียงเกมที่ 17 ของเขาในฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่เข้าสกัดอองตวน กรีซมันน์ในเขตโทษ จังหวะปะทะเห็นได้ชัดว่ากองหลังชาวอิตาเลียนโดนบริเวณน่องของแนวรุกแอตฯ มาดริด และในหลายสถานการณ์อาจถูกมองว่าเป็นจุดโทษได้ทันที
แต่ VAR ย้อนไปตรวจจังหวะก่อนหน้านั้น ซึ่งกาเบรียล มากัลเญสล้มลงหลังปะทะกลางอากาศกับมาร์ก ปูบิล แม้การปะทะจะดูไม่มากนัก แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นฟาวล์ของฝั่งแอตเลติโก ทำให้จังหวะของคาลาฟิออรี่ไม่ถูกลงโทษเป็นจุดโทษ
มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินที่เคยทำหน้าที่ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก 28 นัด รวมถึงรอบชิงปี 2016 ที่ซาน ซิโร่ วิเคราะห์จังหวะนี้ว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่ VAR ดูคือจังหวะเข้าปะทะของคาลาฟิออรี่กับกรีซมันน์ เขาเชื่อว่านั่นคือจุดโทษ และภาพช้าก็แสดงให้เห็นว่าเป็นแบบนั้น แต่มีจังหวะฟาวล์ก่อนหน้านั้นกับกาเบรียล ดังนั้นพวกเขาต้องตรวจจังหวะฟาวล์ก่อน และเขาเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของผู้ตัดสินว่าเป็นการฟาวล์ ดังนั้นจังหวะฟาวล์จึงมีน้ำหนักเหนือกว่าจุดโทษ”
เกมนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ VAR ต้องเข้ามาตรวจจังหวะจุดโทษของแอตเลติโก เพราะก่อนหน้านั้นกาเบรียลก็มีจังหวะเบียดกับจูเลียโน่ ซิเมโอเน่ในเขตโทษ แต่สุดท้ายไม่มีการให้จุดโทษเช่นกัน ขณะที่อาร์เซน่อลเองก็มีจังหวะไม่พอใจ เมื่อกรีซมันน์ดูเหมือนผลักทรอสซาร์จากด้านหลังในครึ่งแรก แต่ผู้ตัดสินและ VAR ไม่ได้มองว่าเป็นจุดโทษ
สุดท้ายอาร์เซน่อลยืนหยัดรักษาสกอร์ไว้ได้และคว้าตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศ ทว่าจากมุมของแอตเลติโก มาดริด ค่ำคืนนี้คงเป็นเกมที่พวกเขายากจะยอมรับว่าความยุติธรรมอยู่ข้างตนเอง.