หลุดชปล.งานเข้า! เชลซีเสี่ยงโดนยูฟ่าฟันซ้ำ
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
Football365 วิเคราะห์ว่า เชลซีกำลังเผชิญสถานการณ์หนักทั้งในสนามและนอกสนาม หลังความพ่ายแพ้ต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ทำให้ทีมแพ้ในพรีเมียร์ลีก 6 นัดติดต่อกัน และแทบหมดโอกาสไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า รวมถึงอาจพลาดฟุตบอลยุโรปทั้งหมด หากไม่สามารถผ่าน แมนฯ ซิตี้ ในนัดชิงเอฟเอ คัพ ได้
เส้นทางเดียวที่ยังพอเปิดให้เชลซีคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก คือ แอสตัน วิลล่า ต้องคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก และจบอันดับ 5 พรีเมียร์ลีก เพื่อให้อันดับ 6 ได้สิทธิ์ไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรป แต่เชลซีตอนนี้อยู่อันดับ 9 ตามหลัง บอร์นมัธ 4 คะแนน ขณะที่บอร์นมัธยังไม่แพ้เกมลีกเลยนับตั้งแต่สุดสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม
ปัญหาใหญ่คือผลกระทบทางการเงิน เชลซีประกาศขาดทุนก่อนหักภาษีในฤดูกาล 2024/25 ถึง 262 ล้านปอนด์ แม้มีรายได้สูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสรที่ 490.9 ล้านปอนด์ และก่อนหน้านี้ถูกยูฟ่าปรับ 27 ล้านปอนด์จากการละเมิดกฎความยั่งยืนทางการเงินในปี 2023 และ 2024 พร้อมถูกจับตาภายใต้ข้อตกลงกับยูฟ่าตลอด 4 ปีถัดไป
ฤดูกาลนี้เชลซีน่าจะยังพอประคองตัวได้จากรายได้แชมเปี้ยนส์ ลีก และความสำเร็จในคลับ เวิลด์ คัพ ซึ่งคาดว่าจะดันรายได้รวมของปี 2025/26 เกิน 700 ล้านปอนด์ แต่หากฤดูกาลหน้าไม่มีทั้งแชมเปี้ยนส์ ลีก และคลับ เวิลด์ คัพ รายได้อาจร่วงกลับสู่ระดับเดิม ขณะที่สโมสรไม่สามารถขาดทุนหนักซ้ำแบบเดิมได้อีก
ตามกฎของยูฟ่า หากขาดทุนเกิน 52.2 ล้านปอนด์ อาจถูกปรับสูงสุด 17.4 ล้านปอนด์ และหากเกิน 69.7 ล้านปอนด์ มีความเสี่ยงถูกแบนจากฟุตบอลยุโรป 1 ปีเมื่อกลับไปได้สิทธิ์อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีบทลงโทษอื่น เช่น ค่าปรับที่หนักขึ้น หรือห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่ในชุดแข่งรายการยุโรป
อีกจุดที่น่ากังวลคือกฎต้นทุนทีมชุดใหญ่ของยูฟ่า ซึ่งกำหนดไม่ให้สโมสรใช้จ่ายเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ แต่เชลซีเคยอยู่ในช่วง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันยูฟ่าไม่ยอมรับการทำธุรกรรมแบบขายโรงแรมหรือทีมหญิงให้บริษัทในเครือเดียวกัน เหมือนที่เชลซีใช้หลีกเลี่ยงแรงกดดันจากกฎพรีเมียร์ลีก
นับตั้งแต่ BlueCo เข้ามาบริหาร เชลซีใช้เงินซื้อนักเตะไปแล้วกว่า 1.5 พันล้านปอนด์ แต่ผลงานในสนามยังไม่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โมเดลซื้อขายนักเตะด้วยสัญญายาวและการตัดบัญชีแบบยืดระยะเวลาเคยถูกมองว่าเป็นเหมือน “เฮดจ์ฟันด์” แต่หากไม่มีความสำเร็จในสนาม โมเดลนี้อาจยืนระยะได้ยาก
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เชลซีอาจต้องพิจารณาการขายนักเตะคนสำคัญ โดยชื่ออย่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ โคล พาลเมอร์ ถูกยกเป็นตัวอย่างของแข้งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ขณะที่สโมสรยังเตรียมแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งทุกการขยับตัวในตลาดนักเตะหลังจากนี้ต้องระวังมากกว่าที่เคย
จากทีมที่เคยมีช่องว่างทางการเงินแข็งแรง เชลซีภายใต้ยุคใหม่กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เพราะการพลาดแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ใช่แค่เรื่องศักดิ์ศรีในสนามอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็นแรงกระแทกใหญ่ต่ออนาคตของสโมสรทั้งระบบ.