ลูอิส-สเคลลี่กดดันอาร์เตต้า! ลุ้นยึดตัวจริงเกมชี้ชะตาแชมเปี้ยนส์ ลีก
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
GiveMeSport รายงานว่า มิเกล อาร์เตต้า อาจต้องเจอกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์นี้ หลัง ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมที่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านชนะ ฟูแล่ม 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
อาร์เซน่อล ขยับหนีเป็น 6 คะแนนบนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก จากชัยชนะที่ได้ประตูในครึ่งแรกจาก วิคตอร์ โยเคเรส 2 ลูก และ บูกาโย่ ซาก้า อีก 1 ลูก แม้ อาร์เตต้า จะปรับทีมถึง 5 ตำแหน่งจากเกมกลางสัปดาห์ที่กรุงมาดริด แต่ทีมยังเก็บสามแต้มได้อย่างไม่ยากเย็นนักเหนือทีมของ มาร์โก ซิลวา
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการได้ออกสตาร์ตของ ลูอิส-สเคลลี่ ในแดนกลางคู่กับ เดแคลน ไรซ์ หลังแฟนบอลเรียกร้องให้เขาได้รับโอกาสในตำแหน่งถนัดมากขึ้นตลอดฤดูกาล โดยเฉพาะเมื่อ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องจนดูมีอาการล้าในช่วงหลัง
ตามสถิติจาก Sofascore ลูอิส-สเคลลี่ จ่ายบอลสำเร็จ 64 จาก 66 ครั้ง คิดเป็น 97% ชนะดวลภาคพื้น 6 จาก 9 ครั้ง ถูกทำฟาวล์ 4 ครั้ง ชนะดวลกลางอากาศ 50% ไม่ถูกเลี้ยงผ่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว เก็บบอลกลับมาครองได้ 6 ครั้ง และทำคีย์พาส 1 ครั้ง
ฟอร์มดังกล่าวยิ่งทำให้เสียงเรียกร้องที่อยากเห็นเขาเล่นมิดฟิลด์มีน้ำหนักมากขึ้น แม้เจ้าตัวจะสร้างชื่อจากบทบาทแบ็กซ้ายเมื่อฤดูกาลก่อนก็ตาม และปัญหาสำหรับ อาร์เตต้า คือการดร็อปเขาหลังจากผลงานระดับนี้อาจดูโหดร้ายเกินไป
ซูบิเมนดี้ ยังถูกมองว่าเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมของ อาร์เซน่อล หลังย้ายมาด้วยค่าตัว 56 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญาที่มีรายงานว่ารับค่าเหนื่อย 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่การใช้งานหนักทำให้ฟอร์มของเขาดร็อปลงในช่วงสำคัญของฤดูกาล และการได้พักในเกมกับ ฟูแล่ม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียกความสดกลับมา
อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณภาพการจ่ายบอลทะลุไลน์และความสามารถในการพาบอลที่ทำให้ อาร์เซน่อล ดูอันตรายขึ้น ลูอิส-สเคลลี่ จึงมีเหตุผลมากพอที่จะได้ออกสตาร์ตในเกมคืนวันอังคารที่ลอนดอนเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมสำคัญที่สุดของฤดูกาลนี้
เขาเคยฉายแววที่เบร์นาเบวเมื่อฤดูกาลก่อน และแทบไม่เคยทำให้ อาร์เซน่อล หรือ อาร์เตต้า ผิดหวัง ครั้งนี้จึงอาจถึงเวลาที่เขาควรได้รับรางวัลเป็นตัวจริง แม้นั่นอาจหมายถึง ซูบิเมนดี้ ต้องเริ่มเกมจากม้านั่งสำรองก็ตาม