ชนะลิเวอร์พูลปิดจ๊อบ! คาร์ริคจ่อคุมแมนฯ ยูฯ ต่อ
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ไมเคิล คาร์ริค มีโอกาสปิดฉากฤดูกาลแบบสมบูรณ์แบบ หากพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะลิเวอร์พูลในวันอาทิตย์นี้ พร้อมทำสถิติปราบคู่แข่งกลุ่ม “บิ๊กซิกซ์” ได้ครบในซีซันเดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และคว้าอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก ซึ่งจะทำให้เสียงสนับสนุนให้เขาได้คุมทีมต่อในฤดูกาลหน้าแข็งแรงยิ่งขึ้น ตามรายงานจาก Goal
คาร์ริคเริ่มงานในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้อย่างโดดเด่น ด้วยการพาทีมชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนบุกชนะอาร์เซนอล กลายเป็นทีมแรกในยุโรปฤดูกาลนี้ที่บุกชนะทีมปืนใหญ่ได้ จากนั้นยังชนะท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ แม้ช่วงหนึ่งความร้อนแรงจะสะดุดจากผลเสมอเวสต์แฮมและบอร์นมัธ รวมถึงแพ้นิวคาสเซิลกับลีดส์ แต่ชัยชนะเหนือเชลซีครั้งแรกในรอบ 6 ปี และเกมล่าสุดที่ชนะเบรนท์ฟอร์ด ทำให้ทีมขยับเข้าใกล้การกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ผลงานของคาร์ริคถือว่าพูดแทนตัวเองได้ชัดเจน เขาคุมแมนฯ ยูไนเต็ด 12 นัด ชนะ 8 เสมอ 2 แพ้ 2 เก็บได้ 26 คะแนน นับตั้งแต่เข้ามารับงานกลางเดือนมกราคม ซึ่งหากนับตารางตั้งแต่วันนั้น ทีมจะขึ้นเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ขณะที่รูเบน อโมริม ก่อนถูกปลด เก็บได้ 31 คะแนนจาก 20 นัด ยิง 34 เสีย 30 ประตู ส่วนยุคคาร์ริคยิง 24 เสีย 14 ประตู
บรรยากาศในทีมก็ดูดีขึ้น ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เคยกล่าวว่า “เขารู้วิธีคุยกับพวกเรา” ขณะที่อาหมัด ดิยัลโล เสริมว่า “เขาทำหลายอย่างเพื่อทีม เขามีประสบการณ์มาก รู้จักสโมสร และมีดีเอ็นเอของสโมสรด้วย เราคิดว่าเขาคือคนที่ใช่ และเรามีความสุขมากกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้”
อย่างไรก็ตาม คาร์ริคเองไม่ได้มองว่าการกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกคือความสำเร็จที่ควรฉลองเกินไป โดยกล่าวหลังเกมชนะเบรนท์ฟอร์ดว่า “แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นเรื่องหนึ่ง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรฉลองกันมากเกินไป เราต้องการท้าทายตำแหน่งที่สูงกว่านี้ในลีกและเก็บแต้มให้มากขึ้น ฤดูกาลหน้า หากเราทำเรื่องการเสริมทัพให้ถูกต้อง และทุกอย่างเป็นบวกตั้งแต่ตอนนี้จนจบฤดูกาล มันไม่มีเพดานว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน”
เขายังย้ำว่า “ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม เราไม่อยากถูกทิ้งห่างเหมือนปีนี้ เราต้องอยู่ในการสนทนาเรื่องการลุ้นแชมป์ใหญ่ ๆ”
ถึงอย่างนั้น ยังมีความกังขาเงียบ ๆ ในหมู่แฟนบอลบางส่วน เพราะแม้ผลการแข่งขันจะดี แต่ฟอร์มโดยรวมไม่ได้ยอดเยี่ยมทุกนัด เกมที่ถูกมองว่าโดดเด่นจริง ๆ คือชัยชนะเหนือแมนฯ ซิตี้ และอาร์เซนอล ขณะที่บางเกมได้ประโยชน์จากใบแดงคู่แข่ง หรือพึ่งฟอร์มของผู้รักษาประตูอย่างเซนเน ลัมเมนส์ นอกจากนี้ คาร์ริคยังถูกวิจารณ์เรื่องการเปลี่ยนตัวช้า โดยเฉพาะเกมกับเวสต์แฮม
สถานการณ์ผู้จัดการทีมยังมีชื่ออันโดนี อิราโอลา เข้ามาเป็นคู่แข่งช่วงท้าย หลังทำผลงานน่าสนใจกับบอร์นมัธ แต่ความเสี่ยงคือแรงกดดันมหาศาลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยนักเตะชื่อดัง อาจไม่ตอบสนองต่อแนวทางของเขาเหมือนที่บอร์นมัธหรือราโย บาเยกาโนทำได้
เจมี คาร์ราเกอร์ เคยสรุปสถานการณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ไม่มีคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกหรือแชมเปี้ยนส์ลีกทีมไหนจะตัวสั่น หากไมเคิล คาร์ริคพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเข้าสู่ฤดูกาลหน้า แต่เมื่อบอร์ดยูไนเต็ดพิจารณาทางเลือกของพวกเขา คาร์ริคคือคนที่เหมาะที่สุดในการเข้ามาคุมเต็มตัวในซัมเมอร์นี้ เพราะสิ่งที่สโมสรต้องการ ณ ตอนนี้”
คาร์ริคอาจยังไม่ใช่กุนซือระดับ elite แต่ความถ่อมตัว ความเข้าใจสโมสร และผลงานที่พาทีมกลับมาเข้ารูปเข้ารอย ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดในเวลานี้ และหากเขาล้มลิเวอร์พูลได้อีกทีม เส้นทางสู่สัญญาถาวรแทบจะถูกปิดผนึกเรียบร้อย.