กทม. ปล่อยเบลอ ปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุช
กทม.ยอมรับเองว่าบริษัทที่บริหารทั้ง 2 โรงนี้ (บริษัทเดียวกัน) ทำผิดสัญญา ปรับได้ ยกเลิกสัญญาได้โดยกทม.ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆ
แต่ที่ผ่านมากทม.ในยุคผู้ว่าฯชัชชาติไม่เคยปรับเลยสักบาท โดยบอกว่าสั่งแล้วข้าราชการไม่ทำ คำถามคือ ผู้ว่าฯอำนาจมีเต็ม 100% จะโยกย้าย เปลี่ยนตัว เปลี่ยนตำแหน่ง ลงโทษทางวินัยก็ได้หมด แต่ทำไมเลือกปล่อยเบลอ
สัญญาก็ยกเลิกได้ ขยะ 1,600 ตันก็มีที่ไปตั้งนานแล้ว ลากมาจนโรงใหม่ระบบปิดเสร็จจนรองรับได้เพิ่มอีก ก็ทู่ซี้บอกประชาชนให้รอหมดสัญญาเดือนธ.ค.69 กับปี 70 อยู่นั่น
จะไม่ให้สังคมตั้งคำถามได้อย่างไรว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์แก่กัน หากมีเหตุผลอื่นก็ควรจะแจ้งกับพี่น้องประชาชนที่ต้องทนดมกลิ่นกันอยู่แบบนี้ ว่าเหตุผลนั้นมันคุ้มค่ากับคุณภาพชีวิตของพวกเขาหรือไม่
--------------------
ผลิตโดย ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย 1562/90 ถ.ประชาราษฎร์สาย 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800 จำนวน 1 โพสท์ ตามวันและเวลาที่ปรากฎ
ภาพเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ อ.ชัชชาติ ตอบประเด็นที่ผมพูดถึงกลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุช
เรื่องที่ง่ายที่สุดคือการปรับบริษัทเอกชนที่ไม่ดำเนินการให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเคยมีการปรับมาแล้วในสมัยผู้บริหาร กทม.ชุดก่อน แต่กลับไม่มีการปรับในสมัยผู้บริหารชุดปัจจุบันเลย
ผมจึงต้องขอยืนยันอีกครั้งว่าประเด็นนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งเวลามานานเช่นนี้ ถึงแม้ผู้ว่าชัชชาติอาจมองว่า "ทำมาตลอด" แต่ผมยังรู้สึกว่า "ทำน้อยกว่าที่ควร"
ก่อนหน้านี้ ผมและพรรคประชาชนได้ไปลงพื้นที่ดูว่าพื้นที่ใดบ้างที่น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นขยะที่เดือดร้อนกันอยู่ทุกวันนี้ พวกเราได้ไปดูที่หน้างานและใช้เวลาอยู่ในนั้นทั้งวัน จนตกผลึกว่าจุดใดที่เป็นสาเหตุหลักของกลิ่นที่รุนแรงเช่นนี้
จากภาพจะเห็นว่า ที่บอกว่ามีการปรับปรุงเป็นระบบปิดแล้ว ผมก็ต้องเรียนว่า ในข้อเท็จจริงยังคงมีช่องเปิดให้กลิ่นลอดออกมาได้จำนวนมาก และเกิดปัญหาจากการที่โรงเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาแต่แรก
การใช้ระบบแบบเดิม แต่ให้สร้างอาคารครอบให้มิดนั้นเป็นไปได้ยากที่จะได้ผล เพราะด้วยระบบการทำงานภายในจะอบอ้าวมาก จนต้องเปิดช่องให้คนทำงานอยู่ด้านในได้ ก็เป็นเหตุให้กลิ่นออกมาด้านนอก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นคือ แม้แต่เจ้าของบริษัทเองยังเป็นลมเมื่อได้เดินในโรงงานของตนเองพร้อมกับเรา วันนั้นพวกเราช่วยกันพยุงและเรียกให้รถรีบไปส่งเพื่อเข้ารับการรักษา
จากภาพจะเห็นอีกว่า ระบบการคัดแยกขยะที่ใช้ภายในตัวโรง เริ่มจากการใช้คนยืนตามสายพานเพื่อคัดแยกเอาขยะที่ทำปุ๋ยไม่ได้ออกไป แต่แน่นอนว่าไม่สามารถคัดแยกได้ทั้งหมด เมื่อแยกไม่ทันก็เลยตามเลย ขยะก็จะไหลไปตามสายพานผ่านขั้นตอนต่างๆที่จะคัดกรองด้วยขนาดให้ชิ้นเล็กลง
ความน่ากังวลคือ เมื่อขยะที่เข้าไปในโรงเพื่อหมักเป็นปุ๋ย สภาพส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ที่ไม่สามารถคัดแยกได้ทั้งหมดด้วยกระบวนการที่มีอยู่ และเมื่อถูกปั่นให้มีขนาดเล็กลง จะกลายเป็นไมโครพลาสติก
เมื่อผลิตเป็นปุ๋ย ปุ๋ยนั้นก็ย่อมมีไมโครพลาสติก ไมโครพลาสติกเหล่านั้นก็จะปนเปื้อนไปตามสิ่งแวดล้อมเมื่อมีการนำไปใช้งานในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงอาจส่งผลต่อร่างกายของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้
ที่สำคัญโรงหมักปุ๋ยเหล่านี้แหละครับที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้นมา เพราะมีการหมักเป็นเวลานาน
เรายังเห็นอีกว่า เครื่องมือหลายอย่างไม่ได้รับการบำรุงรักษาให้ใช้งานได้ดีเป็นปกติ
ผมถึงได้ย้ำว่าปล่อยไม่ได้ครับ ต้องยกเลิกสัญญาโรงที่มีปัญหานี้ให้เร็วที่สุด โดยให้ กทม.เจรจากับเอกชนในเรื่องนี้ ไม่ใช่การรอให้หมดสัญญาไปเฉยๆ แล้วประชาชนก็ต้องทนรับแบบนี้ไปเรื่อยๆ
เหตุที่บอกว่าต้องยกเลิกสัญญาเท่านั้น ก็อย่างที่ผมบอกว่าการที่โรงเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นแต่แรก การแก้ไขที่ปลายเหตุจึงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทั้งหมด สิ่งที่ทำได้ก็คือควรพิจารณาทางเลือกที่เป็นมิตรกว่าเข้ามา และที่สำคัญคือเตาเผาที่สร้างขึ้นใหม่ก็ครอบคลุมปริมาณขยะเหล่านี้ได้อยู่แล้ว จากการพูดคุยกับ กทม.ก่อนหน้านี้ และรองผู้ว่าฯ ก็เคยพูดกลางสภาเองว่าการยกเลิกสัญญาสามารถทำได้
สุดท้าย ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ อ.ชัชชาติ ได้ตอบกลับในเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะคงจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความกระเตื้องมากขึ้น และเราคงมีความหวังมากขึ้นที่จะแก้ปัญหานี้ได้จริงๆเสียทีครับ
#พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง #กลิ่นขยะ #โรงขยะอ่อนนุช
ขนาด ผู้ว่า ที่มีเสียงประชาชนสนับสนุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กทม.
ภาพลักษณ์ คนเก่ง การศึกษาดี มีประสบการณ์ มือสะอาด
พอเจอตอใหญ่จริงๆ ก็มึน เบลอ เหมือนกัน