อาร์เตต้าเดือดจัด! เป่าดึงจุดโทษท้ายเกมเยือนแอตฯ มาดริด
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
มิเกล อาร์เตต้า ออกอาการเดือดพล่านหลังจบเกมที่อาร์เซน่อลบุกไปเสมอแอตเลติโก มาดริด 1-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อผู้ตัดสินแดนนี่ มัคเคลี่ กลับคำตัดสินของตัวเองและริบจุดโทษของทีมปืนใหญ่ในช่วงท้ายเกม โดยกุนซือชาวสเปนไม่เหลือคำพูดใดจะมาบรรยายนอกจากคำว่า "รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง"
เหตุการณ์ที่เป็นประเด็นร้อนเกิดขึ้นในนาทีที่ 78 เมื่อเอเบเรชี่ เอเซ่ ตัวสำรองของอาร์เซน่อล ถูกดาบิด ฮานซ์โก้ ปราการหลังเจ้าถิ่นทำฟาวล์ล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ผู้ตัดสินมัคเคลี่จะเป่าให้เป็นจุดโทษทันที อย่างไรก็ตาม แม้จะมีภาพรีเพลย์ยืนยันว่ามีการสัมผัสที่เท้าของเอเซ่จริง แต่ผู้ตัดสินวีเออาร์กลับแนะนำให้มัคเคลี่ไปดูจอข้างสนามด้วยตัวเอง หลังจากดูภาพช้าซ้ำไปมาหลายมุม ผู้ตัดสินชาวดัตช์ก็พลิกคำตัดสินยกเลิกจุดโทษดังกล่าว
อาร์เตต้าให้สัมภาษณ์กับทาง TNT Sports หลังจบเกมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงว่า "หลังจากกลับไปที่ห้องแต่งตัว คุยกับลูกทีม และดูเหตุการณ์จุดโทษนั้นซ้ำอีกครั้ง มันน่าผิดหวังและน่าหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันขัดต่อกฎและมันเปลี่ยนเส้นทางของเกมนี้" พร้อมตอกย้ำหนักแน่นว่า "ในจังหวะทั้งหมดนั้น มันมีการสัมผัสที่ชัดเจน คุณตัดสินไปแล้ว คุณจะกลับคำตัดสินนั้นไม่ได้หรอก เมื่อคุณต้องดูมันซ้ำถึง 13 ครั้ง มันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิงในระดับนี้"
ด้านเดแคลน ไรซ์ ก็ออกมาหนุนหลังนายใหญ่ของทีมอย่างเต็มตัว โดยยืนกรานว่าอาร์เซน่อลสมควรได้จุดโทษที่ "ชัดเจน" พร้อมกับกล่าวหาแฟนบอลแอตเลติโกที่อยู่ในสนามกว่า 70,000 คนว่าเป็นตัวการที่ทำให้ผู้ตัดสินเปลี่ยนใจ "มันเป็นจุดโทษที่ชัดเจน และผมไม่รู้ว่ามันไม่ถูกให้ได้ยังไง ผมคิดว่าแฟนบอลยั่วยุให้เกิดการตัดสินนั้นและเปลี่ยนใจผู้ตัดสิน" ไรซ์กล่าว
สถานการณ์บนสนามในจังหวะนั้นตึงเครียดอย่างยิ่ง โดยมีดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือจอมอารมณ์ของแอตเลติโกจ้องเขม็งอยู่ข้างสนาม และเสียงหวีดแซ่ดจากแฟนบอลเจ้าถิ่นนับหมื่นที่กดดันผู้ตัดสินชาวดัตช์ตลอดเวลาที่เขากำลังทบทวนจังหวะปัญหาอยู่หน้าจอมอนิเตอร์
ด้านยูฟ่าได้ออกแถลงการณ์สั้น ๆ ถึงเหตุผลในการตัดสินว่า "ผู้เล่นแอตเลติโก หมายเลข 17 ไม่ได้ทำฟาวล์ต่อคู่แข่ง" พร้อมกับปฏิเสธที่จะให้คำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจในการล้มล้างจุดโทษเมื่อถูกสอบถามจาก Sky Sports News
ขณะที่ผู้ตัดสินระดับอดีตของพรีเมียร์ลีกอย่างเดอร์มอท กัลลาเกอร์ ก็ได้แสดงความเห็นผ่าน Sky Sports News ว่า "ถ้าคุณดูจากมุมหนึ่ง มันดูเหมือนเอเซ่ถูกทำฟาวล์อย่างชัดเจน แต่อีกมุมหนึ่งมันไม่ชัดเจน แทนที่จะดูมุมที่มันไม่ชัดเจน ให้ดูมุมที่มันชัดเจนดีกว่า ผู้ตัดสินในสนามคิดว่ามันเป็นจุดโทษ แต่วีเออาร์ ผมว่าดูมันมากเกินไป" กัลลาเกอร์ยังเสริมอีกว่า "คำถามคือมันมากพอที่จะกลับคำตัดสินหรือไม่? ผมคิดว่าไม่ มันไม่ใช่จุดโทษที่ชัดเจนที่สุดในโลก แต่เมื่อมันถูกให้แล้ว มันก็คือจุดโทษ"
เกมนี้เป็นเกมที่ตัดสินกันด้วยการเป่าจุดโทษถึงสามครั้ง โดยอาร์เซน่อลออกนำไปก่อนจากลูกจุดโทษของวิคเตอร์ โยเคเรส ก่อนที่แอตเลติโกจะตามตีเสมอจากลูกจุดโทษของฮูเลียน อัลวาเรซ ซึ่งผู้ตัดสินไปดูจอแล้วกลับมาเป่าแฮนด์บอลให้เจ้าถิ่นจากจังหวะบอลโดนแขนของเบน ไวท์
ในส่วนของจังหวะแฮนด์บอลดังกล่าว อาร์เตต้าเองก็ยอมรับว่าการตีความกติกาในแชมเปี้ยนส์ลีกนั้นแตกต่างจากพรีเมียร์ลีก โดยกล่าวว่า "พวกเขาทำแบบนั้นอย่างสม่ำเสมอ ถ้าคุณจะให้จุดโทษกับอะไรแบบนี้ คุณก็ต้องยอมรับมัน"
เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูลและกูรูของ Sky Sports ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงปัญหาการให้จุดโทษลูกแฮนด์บอลเช่นกันว่า "แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นฟุตบอลที่ดีที่สุด แต่วิธีการให้จุดโทษจากลูกแฮนด์บอลแบบนี้มันเป็นรอยด่างของรายการ"
ท่ามกลางอารมณ์ค้างคาจากคำตัดสินที่พลิกเกม นัดที่สองที่ลอนดอนในสัปดาห์หน้ากำลังจะกลายเป็นสมรภูมิเดิมพันที่ร้อนระอุยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย