สรุปข่าวช่วงบ่าย (29/4/2026) EU ออกมาบอก Palestinian Authority ที่ได้ร้องขอเงินจำนวน 300 ล้านยูโรเพื่อเอามาจ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในการปฎิบัติการพื้นฐานว่า งานนี้พวกเรา EU ขอพอแล้วกับการให้เงินทุนแบบนี้
เพจ Twitter ของ Mossad Commentary
งามหน้า งามไส้ #ข่าวสั้นกัมพูชา
” งามหน้าประจานกัมพูชาบนสื่อฮ่องกง หลังแรงสั่นสะเทือน #Scambodia พ่นพิษ “
…………..…………..…………..……………………..
1.- พายุ #Scambodia ยังคงโหมกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชื่อเสียด้านอาชญากรรมไซเบอร์ของกัมพูชากลายเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก ล่าสุดสำนักข่าว Hong Kong Free Press (HKFP) รายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในกรุงพนมเปญ
2.- โดยเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะกลุ่มผู้ประท้วงชาวจีน ซึ่งเป็นลูกค้าของ “Huione Pay” ถูกทำร้ายร่างกายระหว่างการชุมนุม
3.- Huione Pay เป็นบริษัทในเครือ Huione Group ของ “ฮุน โต” ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนตโดยกลุ่มผู้ประท้วงระบุว่า
” ผู้ประท้วงชาวจีนในกรุงพนมเปญกล่าวว่า พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอาชญากรรมดังกล่าว แต่ในขณะนี้ไม่สามารถเข้าถึงทรัพย์สินที่ฝากไว้กับ Huione ได้ หลังบริษัทถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้กับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ก่อเหตุหลอกลวงออนไลน์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “
4.- ชนวนเหตุสำคัญมาจากสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรห้ามทำธุรกรรมใดใดที่เกี่ยวข้องกับ “ Huione Group “ ในสหรัฐฯ หลังเป็นฟันเฟืองหลักในการ " ฟอกเงิน " ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานที่มั่นในการต้มตุ๋นเหยื่อทั่วโลก
5.- ส่งผลให้ทรัพย์สินของลูกค้าทั่วไปที่อ้างว่าบริสุทธิ์ใจถูกแช่แข็งตามไปด้วย จนวิกฤตการณ์นี้ได้ลุกลามสู่การประท้วงบนท้องถนน เมื่อกลุ่มลูกค้าของ “ Huione Pay ” บริษัทในเครือ ” Huione Group “ รวมตัวกันปิดถนนประท้วงบริเวณหน้าธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา
6.- ซึ่งมีผู้ประท้วงราว 100 ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ที่ออกมายืนรวมตัวกันพร้อมชูสัญลักษณ์ของ “ Huione Pay ” และ “ H-Pay ” ซึ่งเป็นการรีแบรนด์ของ “ Huione Pay ” เคียงคู่กับภาพประธานาธิบดี “ สี จิ้นผิง “ ของจีน
7.- แต่ทว่าคำตอบในที่ประชุมกลับตอกย้ำชัดเช่นเดียวกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ ไม่สามารถดึงเงินคืนได้เนื่องจากธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ได้การเพิกถอนใบอนุญาต ”Huione Pay “ ไปแล้ว
8.- ความรับผิดชอบในการเยียวยาทั้งหมดย่อมตกเป็นของตัวบริษัทเองเพียงผู้เดียว พร้อมหยิบยกข้อกฎหมายขึ้นมาว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) คือสิ่งผิดกฎหมาย
9.- สำหรับกลุ่มลูกค้า ” H-Pay “ ได้รับคำชี้แนะให้ประสานงานโดยตรงกับบริษัท Reachs & Partners ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีที่ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) แต่งตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของ ” H-Pay “ เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา
10.- การรีแบรนด์จาก “ Huione Pay ” มาเป็น ” H-Pay “ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกันว่าแท้จริงแล้วคือกลยุทธ์หนีตาย หลังบริษัทเดิมเผชิญภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ซึ่งในขณะนั้นกลุ่มลูกค้าถูกหว่านล้อมให้ลงทะเบียนและโอนย้ายสินทรัพย์ไปยังแพลตฟอร์มใหม่
11.- ทว่าในท้ายที่สุด ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) กลับยืนกรานว่า “ Huione Pay ” และ “ H-Pay ” เป็นนิติบุคคลที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง พร้อมผลักภาระให้ผู้ที่ไม่พอใจต่อคำชี้แจงนี้ไปดำเนินการฟ้องร้องตามกระบวนการทางกฎหมาย
12.- ด้าน “ Soun Sovannthai ” ตัวแทนผู้เสียหายที่เข้าร่วมประชุม เปิดเผยกับสำนักข่าว CamboJA News ด้วยความผิดหวังว่า ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ไร้ซึ่งทางออกที่เป็นรูปธรรมให้กับกลุ่มลูกค้า ” Huione Pay “
13.- “ พวกเราไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ” “ Soun Sovannthai ” กล่าว พร้อมเสริมว่า
“ เขาต้องการเงินที่หามาได้โดยสุจริตคืน ”
14.- “ Soun Sovannthai ” กล่าวว่า ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการประกาศเพิกถอนใบอนุญาตของ “ Huione Pay ” ให้สาธารณชนทราบอย่างทั่วถึงและยังเปิดทางให้บริษัทสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อีกระยะหนึ่งหลังจากนั้น
15.- โดย “ Soun Sovannthai ” ได้หยิบยกประเด็นความหละหลวมนี้ขึ้นมากลางที่ประชุม ทว่ากลับไร้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ มีเพียง " การกล่าวขอโทษ " ที่ไร้ความรับผิดชอบเป็นรูปธรรมเท่านั้น
16.-- “ Soun Sovannthai ” จึงเรียกร้องให้ทางการเร่งตรวจสอบและดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทั้งหมดของ “ Huione Pay ” เพื่อนำมาขายทอดตลาดและชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด
17.- ในขณะที่ชะตากรรมของกลุ่มลูกค้า ” Huione Pay “ ยังคงตกอยู่ในความคลุมเครือ ลูกค้าบางส่วนของ “ H-Pay ” เริ่มขยับตัวด้วยการประสานงานกับผู้ชำระบัญชี เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสินทรัพย์ ชำระหนี้ และแจกจ่ายเงินคืนตามสิทธิหลังจากการยื่นคำร้องตามระเบียบ
18.- ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ และ “ Chea Serey ” ผู้ว่าการธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นในประเด็นนี้
19.- วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็น " กระจกเงา " บานใหญ่ที่สะท้อนถึงความเน่าเฟะในระบบการตรวจสอบ ที่ปล่อยให้ " เศรษฐกิจมืด " เข้ามาฟอกตัวสวมคราบสถาบันการเงินบังหน้ามาอย่างยาวนานภายใต้ร่มเงาของอำนาจทางการเมือง
…………..…………..…………..……………………..
คลิปชาวจีนที่ถูกทำร้ายในการชุมนุม
>>
https://www.youtube.com/embed/tgTZmTS4BY8?si=ilVRASnaeUlevO_0
…………..…………..…………..……………………..
ที่มาข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
>>
https://hongkongfp.com/2026/04/28/chinese-protesters-demand-cambodia-unfreeze-accounts-with-scam-linked-firm/
…………..…………..…………..……………………..
ญี่ปุ่นเตรียมเยือนเวียดนาม ต่อเนื่องหลังผู้นำเกาหลีใต้เพิ่งเยือนเวียดนามไปไม่นาน
สื่อเวียดนามรายงานว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเตรียมเดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่นาน ที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ Lee Jae Myung ได้เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและความสำคัญของเวียดนามในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น
คาดว่าการเยือนของผู้นำญี่ปุ่นครั้งนี้ จะมุ่งเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และยุทธศาสตร์ระยะยาว รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
จีนเรียกร้องนานาชาติหยุดยั้งการกลับมาของจักรวรรดิญี่ปุ่น!!
นายหลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
คำสั่งของ ทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ให้ "เตรียมพร้อมสำหรับการมำสงครามที่ยืดเยื้อ" นั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง การสร้างความตื่นตระหนกดังกล่าว รวมทั้งการผลักดันนโยบายรัฐบาลของเธอในการคืนชีพเครื่องจักรสงครามของญี่ปุ่นขึ้นมาใหม่ นั้นฟังดูเหมือนกับขั้นตอนเดียวกันที่ญี่ปุ่นเคยกระทำในช่วงก่อนการรุกรานประเทศต่างๆ กว่าสิบประเทศในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่แล้ว นี่หมายความว่าลัทธิทหารนิยมของญี่ปุ่นกำลังหวนกลับมาหรือไม่? ญี่ปุ่นจะกลายเป็นหายนะของเอเชียตะวันออกอีกครั้งหรือไม่?
ญี่ปุ่นดูเหมือนกำลังฉีกกฎกติกาแบบ "สันติวิธี" ของตนทิ้ง การละทิ้งหลักการ "เน้นการป้องกันประเทศเพียงอย่างเดียว" และยังประกาศให้ "เตรียมพร้อมสำหรับการทำสงครามที่ยืดเยื้อ" ชี้ให้เห็นถึงการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่เส้นทางที่อันตราย สุ่มเสี่ยง และยั่วยุมากยิ่งขึ้น
วันอาทิตย์นี้จะเป็นวันครบรอบ 80 ปีนับตั้งแต่การพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามโตเกียว(Tokyo trials) เริ่มต้นขึ้น เห็นได้ชัดว่า รัฐบาลทาคาอิจิไม่มีความตั้งใจที่จะให้เกียรติวาระนี้ด้วยการทบทวนถึงอดีตอันเลวร้ายของลัทธิทหารนิยมญี่ปุ่น ในขณะที่พวกเขากำลังเดินหน้าติดอาวุธให้ญี่ปุ่นอีกครั้ง วาทะล่าสุดของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นบางคนฟังดูคล้ายกับการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสงคราม และทำให้ผู้คนหวนนึกถึงลัทธิทหารญี่ปุ่นในยุคสงคราม
บทเรียนแห่งประวัติศาสตร์นั้นไม่ได้อยู่ห่างไกล ทุกประเทศที่รักสันติภาพจำเป็นต้องเฝ้าระวังและหยุดยั้งการผงาดขึ้นของลัทธิทหารใหม่ของญี่ปุ่นอย่างหนักแน่น
นี่มันเผด็จการรัฐสภา!!
Mainichi Shimbun: นักวิชาการเตือนญี่ปุ่นเสี่ยงกลายเป็น "เผด็จการผ่านการเลือกตั้ง" ชี้ "ทาคาอิจิ" ใช้อำนาจยุบสภาผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
ศ.ฮาชิโมโตะ โมโตฮิโระ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญจากมหาวิทยาลัยจูโอ ออกมาแสดงความกังวลว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนที่อาจนำไปสู่ "ระบอบเผด็จการผ่านการเลือกตั้ง" หลังพรรค LDP ภายใต้การนำของนายกฯ ทาคาอิจิ ซานาเอะ ชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรแบบถล่มทลายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดย ศ.ฮาชิโมโตะ มองว่าชัยชนะนี้เป็นเพียงผลจากการตลาดทางการเมืองที่ใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือมากกว่าจะเป็นความนิยมที่แท้จริง เพราะใช้กลยุทธ์การหาเสียงเหมือนทำประชามติแทนที่จะเป็นหาเสียงด้วยนโยบายและพรรค กลับบอกกับประชาชนตรงๆว่า ทาคาอิจิ ซานาเอะ เหมาะกับการเป็นนายกไหม
นอกจากนี้ ศ.ฮาชิโมโตะ ยังวิจารณ์การประกาศ "ยุบสภาสายฟ้าแลบ" ทั้งที่วาระ ส.ส. ผ่านไปไม่ถึง 1 ใน 3 เพื่อผลักดันนโยบายที่สร้างความแตกแยก ว่าเป็นการ "หาเรื่องทะเลาะกับประชาชน"
*ข่าวใหม่นะไมนิจิเพิ่งลง
ตะวันออกกลางเสร็จ ตะวันออกเดือดต่อ จีนประนาม กองเรือญี่ปุ่นชักธงจักรวรรดินาวี วิ่งผ่านช่องแคบระหว่างไต้หวันจีน
ปล. ปกติญี่ปุ่นจะวิ่งอ้อมไปหลังเกาะไต้หวันรอบนี้ตรูผ่ากลางเลย
https://sc.mp/sf664?utm_source=copy-link&utm_campaign=3350499&utm_medium=share_widget
ทรัมป์สั่งทีมงานเตรียมการปิดล้อมอิหร่านระยะยาว
รายงานจาก The Wall Street Journal ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้คณะที่ปรึกษาเตรียมพร้อมสำหรับการปิดล้อมอิหร่านในระยะยาว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายหลักมุ่งเน้นไปที่การจำกัดการขนส่งสินค้าทางเรือทั้งเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน เพื่อยับยั้งการส่งออกน้ำมันและบีบสถานะทางการเงินของกรุงเตหะราน เพื่อบังคับให้อิหร่านยอมอ่อนข้อในเรื่องโครงการนิวเคลียร์
ดูเหมือนว่าทรัมป์จะเลือกใช้ไม้ตายทางเศรษฐกิจแทนการใช้กำลังทหารแบบเต็มรูปแบบ หวังผลในระยะยาวเพื่อให้อิหร่านขาดแคลนทรัพยากรจนต้องยอมกลับมาที่โต๊ะเจรจาในที่สุด
ปล. ตกลงทรัป์จะบีบอิหร่านหรือบีบชาวโลกกันแน่
สรุปข่าวช่วงเย็น (28/4/2026) กองบัญชาการกลางของกองทัพอเมริกันได้รายงานว่า เรือรบ USS Rafael Peralta ได้ทำการสกัดเรือขนส่งน้ำมันดิบ M/T Stream ที่เป็นเรือสัญชาติอิหร่านเอาไว้ได้หลังจากพยายามแล่นเรือไปยังท่าเรืออิหร่าน
เรือลำดังกล่าวถูกรายงานล่าสุดว่าได้แล่นอยู่ที่ช่องแคบ Malacca เมื่อ 13 วันก่อนซึ่งหมายความว่า กองทัพเรืออเมริกันในตอนนี้ได้บังคับใช้การปิดกั้นที่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียไปราวๆ 4500 ไมล์อย่างกระตือรือร้น
เรือขนส่งน้ำมันดิบ M/T Stream กลายเป็นเรือลำล่าสุดต่อจาก Majestic X and the Tifani ที่ถูกทางกองทัพเรืออเมริกันบุกเข้ายึด
เพจ Twitter ของ Mario Nawfal
https://x.com/CENTCOM/status/2048916276441956362?s=20