ในแง่ของการตัดสินใจ เขาเป็นนักเตะที่ตัดสินใจอย่างอย่างชาญฉลาดอยู่บ่อยครั้งอย่างน่าประหลาด ไม่ว่าจะเป็นจังหวะจ่ายทะลุช่อง ยิงไกล หรือพาบอลเข้ากรอบเขตโทษ เขาไม่เล่นเกินจังหวะและไม่เสียบอลง่ายๆ ทำให้ทุกครั้งที่บอลอยู่กับเขา เกมรุกของทีมจะมีทิศทางทันที นี่คือเหตุผลที่เขากลายเป็นหัวใจของ Milan ในยุคนั้น และสามารถแบกทีมในเกมระดับสูงอย่าง UEFA Champions League ได้จริง ไม่ใช่แค่เล่นดี แต่คือการตัดสินเกมด้วยตัวเอง
ฤดูกาล 2006–07 เป็นจุดสูงสุดที่ชัดเจนที่สุด เมื่อ Kaká พา Milan คว้าแชมป์ยุโรปและจบด้วยการเป็นดาวซัลโวของรายการ ฟอร์มในเกมใหญ่ โดยเฉพาะการเจอกับ Manchester United ถูกพูดถึงจนกลายเป็นหนึ่งในผลงานระดับตำนาน เพราะเขาไม่ได้แค่ยิงประตู แต่ควบคุมจังหวะเกมและสร้างความแตกต่างในทุกครั้งที่ได้บอล ความยอดเยี่ยมในปีนั้นทำให้เขาคว้ารางวัล Ballon d’Or ได้อย่างไร้ข้อกังขา เหนือผู้เล่นอย่าง Cristiano Ronaldo และ Lionel Messi ที่กำลังเริ่มก้าวขึ้นมา