จีนมีหนาว ญี่ปุ่น เปลี่ยนแปลง รธน.ครั้งใหญ่ ปลดล็อก ‘ส่งออกอาวุธร้ายแรง’
ปฏิกิริยาของนานาชาติหลังจากญี่ปุ่นทำปลดล้อครธน80ป . อาวุธ
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังญี่ปุ่นประกาศแก้ไข “หลักสามประการ” เปิดทางขายอาวุธได้ทุกชนิด สถานทูตและนักการทูตจากทั่วโลกตอบรับอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอดีตชาติอักษะ (เยอรมนี-อิตาลี)
เยอรมนี – สถานทูตเยอรมนีประจำญี่ปุ่นโพสต์ยินดีอย่างเป็นทางการ ระบุว่าเป็น “โอกาสสำคัญ” ในการสร้างความร่วมมืออุตสาหกรรม-เทคโนโลยีลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อความมั่นคงของยุโรปและอินโด-แปซิฟิก
อิตาลี – แสดงความยินดีตามข้อตกลงถ่ายโอนเทคโนโลยีป้องกันที่มีอยู่แล้ว (รวมโปรเจกต์เครื่องบินรบ GCAP) มองเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความร่วมมือยุโรป
เพื่อนใหม่อดีตฝ่ายสัมพันธมิตรและอื่นๆ (สหรัฐฯ-ยุโรป-อินโด-แปซิฟิก)
ฝรั่งเศส – สถานทูตฝรั่งเศสโพสต์ยินดี เชื่อมโยงกับการเยือนของประธานาธิบดีมาครง ระบุว่าจะเสริมความร่วมมือกลาโหมทั้งยุโรป ยูเครน และอินโด-แปซิฟิก
ลิทัวเนีย – สถานทูตลิทัวเนียประกาศสนับสนุนเต็มที่ หวังเปิดทางช่วยยูเครนได้มากขึ้น
แคนาดา – สถานทูตแคนาดาระบุว่าจะสำรวจโอกาสร่วมกับญี่ปุ่นทันที
สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, ฟิลิปปินส์ – ออกแถลงการณ์ยินดีอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่เริ่มเปิดดีลซื้ออาวุธ(โดยเฉพาะเรือรบ)ไว้รับมือกับการขยายอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้แทบจะทันที
ฝ่ายต่อต้านและคนเป็น PTSD
รัสเซีย – เอกอัครราชทูตประจำญี่ปุ่นกร้าว “จะตอบโต้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด” หากเห็นอาวุธญี่ปุ่นปรากฏในยูเครน
จีน – ยังโจมตีหนัก เรียกนโยบายนี้ว่า “อันตรายและประมาทเลินเล่อ”
เกาหลีใต้ – ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ญี่ปุ่น “ยึดมั่นรัฐธรรมนูญสันติภาพ” และโปร่งใสในการดำเนินนโยบายความมั่นคงเพื่อสันติภาพของภูมิภาคจริงๆต่อไป
เครดิต :สหภาพ ภาพฉิมพลี
Spoil
คณะรัฐมนตรีของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยกเลิกห้ามส่งออกอาวุธร้ายแรง รวมถึงเครื่องบินรบ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปจากรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ที่เน้นสันติภาพหลังสงครามโลก ครั้งที่สอง
อัลจาซีราอ้างอิงโพสต์ที่ประกาศใน X ในวันอังคาร ระบุว่า ทาคาอิจิไม่ได้เผยถึงอาวุธเฉพาะเจาะจงที่ญี่ปุ่นจะจำหน่ายให้ต่างประเทศ แต่หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจรวมถึงการจำหน่ายเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และเรือรบด้วย ซึ่งญี่ปุ่นเพิ่งทำข้อตกลงสร้างเรือให้ออสเตรเลีย
“ด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมนี้ การถ่ายโอนอุปกรณ์ป้องกันประเทศทั้งหมดจะสามารถเกิดขึ้นได้ตามหลักการ” ทาคาอิจิ ระบุ และเสริมว่า ประเทศที่ได้รับประโยชน์จะจำกัดแค่ประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะนำอาวุธไปใช้ตามกฎบัตรสหประชาชาติ
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ชุอิจิของญี่ปุ่น ระบุว่า มีอย่างน้อย 17 ประเทศที่สามารถซื้ออาวุธที่ผลิตในญี่ปุ่นได้ภายใต้การเปลี่ยนล่าสุดนี้ และเสริมว่า รายชื่อประเทศอาจเพิ่มขึ้นอีก หากประเทศต่างๆ ทำข้อตกลงทวิภาคีกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
หนังสือพิมอาซาฮี รายงานว่า ตามกฎหมายที่ออกในปี 1967 และบังคับใช้ในปี 1976 ได้จำกัดการส่งออกอาวุธทางทหารของญี่ปุ่นแค่อาวุธไม่ร้ายแรงเท่านั้น เช่น อุปกรณ์ใช้เฝ้าระวัง และเครื่องมือกำจัดทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นผลมาจากการพ่ายแพ้ในสงครามโลก ครั้งที่สอง
อาซาฮี รายด้วยว่า ญี่ปุ่นเตรียมจำกัดการส่งออกอาวุธให้กับประเทศที่มีการสู้รบในปัจจุบันด้วย แต่ยกเว้นได้ใน “สถานการณ์พิเศษ” โดยคำนึงถึงความต้องการด้านความมั่นคงแห่งชาติของญี่ปุ่นเป็นสำคัญ
ด้านกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเผยว่า หลายประเทศสนใจซื้ออาวุธที่ผลิตในญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งลงนามสนธิสัญญาด้านกลาโหมกับสหรัฐไปหมาดๆ
การแก้ไข "หลักการ 3 ประการว่าด้วยการโอนยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ" ในครั้งนี้ ได้ยกเลิกกฎเดิมที่จำกัดการส่งออกเฉพาะยุทโธปกรณ์ใน 5 หมวดหมู่ที่ไม่เกี่ยวกับการรบเท่านั้น ได้แก่ การกู้ภัย, การขนส่ง, การแจ้งเตือน, การเฝ้าระวัง และการกวาดทุ่นระเบิด โดยเกณฑ์ใหม่จะแบ่งยุทโธปกรณ์ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ "อาวุธ" และ "ยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่อาวุธ" ซึ่งพิจารณาจากเกณฑ์ว่ามีอานุภาพทำลายล้างหรือสังหารหรือไม่
โดยยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่อาวุธ เช่น ระบบเรดาร์แจ้งเตือนและควบคุม จะสามารถส่งออกได้โดยไม่มีข้อจำกัด ส่วนอาวุธร้ายแรง เช่น เรือพิฆาต และขีปนาวุธ จะจำกัดการขายเฉพาะให้แก่ประเทศที่ลงนามข้อตกลงรักษาความลับด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 17 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
ปล. ศักยภาพการผลิตด้านวิศวกรรมอาวุธญี่ปุ่นลำดับต้นๆของโลก เช่นพลังในการผลิต มีชาติไหนในโลก 3 ปีต่อเรือฟริเกตออกมาได้ 12 ลำรวด แต่ Mitsubishi ทำได้ กับเรือชั้น Mogami เพียงแค่ 3 ปีญี่ปุ่นมีกองเรือฟริเกตเพิ่มขึ้น 12 ลำ ใน5ปีญี่ปุ่นจะมีเรือฟริกเกต60 ลำได้ใช้แน่นอน บริษัทยักษ์ใหญ่กลุ่มทุนเคียวริตสึ อย่างพวกมิตซู ฮอนด้า โตโยต้า มีพิมพ์เขียวผลิตอาวุธอยู่ในมือ