บาเยิร์นดับเรอัล มาดริดสุดดราม่า 4-3 ลิ่วตัดเชือกหลังคัมแบ็กช่วงท้าย
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
บาเยิร์นดับเรอัล มาดริดสุดดราม่า 4-3 ลิ่วตัดเชือกหลังคัมแบ็กช่วงท้าย
ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศที่อัลลิอันซ์ อารีน่าเมื่อคืนวันพุธ กลายเป็นเกมสุดเดือดที่มีครบทั้งประตูสวย ความผิดพลาดของผู้รักษาประตู และคำตัดสินสุดเถียง ก่อนที่บาเยิร์น มิวนิกจะเปิดบ้านเฉือนเรอัล มาดริด 4-3 และผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 6-4
เกมนี้มีถึง 5 ประตูในครึ่งแรก โดยบาเยิร์นไล่ตามตีเสมอเรอัลได้ถึงสองครั้ง แต่ก็มาถูก คีลิยัน เอ็มบัปเป ยิงให้ทีมเยือนนำอีกครั้งก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้สถานการณ์รวมกลับมาเท่ากันที่ 3-3 ทันที อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกม เอ็ดวาร์โด กามาวิงกา โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนาม และจากนั้น หลุยส์ ดิอาซ ก็ฉวยโอกาสพาบาเยิร์นแซงขึ้นนำ ก่อนที่ ไมเคิล โอลิเซ จะยิงปิดกล่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
หลุยส์ ดิอาซ กลายเป็นตัวแปรสำคัญของเกมนี้ หลังยิงประตูที่ 24 ของฤดูกาล และเป็นประตูที่สำคัญที่สุดของเขาในซีซั่นนี้ เพราะเกิดขึ้นในจังหวะที่เรอัล มาดริดเพิ่งเหลือ 10 คน ขณะเดียวกันฟอร์มของเขากับบาเยิร์นยิ่งทำให้ลิเวอร์พูลต้องมองย้อนกลับไปด้วยความเสียดาย หลังเสียเจ้าตัวไปด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโร
ค่ำคืนนี้ยังเป็นคืนที่ไม่ดีนักของผู้รักษาประตูทั้งสองฝั่ง โดยทั้ง อันดรีย์ ลูนิน และ มานูเอล นอยเออร์ ต่างมีทั้งจังหวะเซฟสำคัญและความผิดพลาดใหญ่ ๆ ประตูนำของเรอัลมาจากจังหวะที่นอยเออร์จ่ายบอลพลาดไปเข้าทาง อาร์ดา กือแลร์ ยิงไกลเข้าไป ส่วนบาเยิร์นได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ลูนินถูกดันเข้าประตูตัวเอง ขณะที่ลูกที่สองของมาดริดก็มีคำถามตามมาเช่นกัน เพราะนอยเออร์ปัดฟรีคิกของกือแลร์ได้ไม่เด็ดขาดพอ
ก่อนเกมมีเสียงเตือนจากคาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ว่าไม่ควรประมาทเรอัล มาดริด แม้บาเยิร์นเพิ่งบุกชนะที่เบร์นาเบวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี แต่สุดท้ายทีมของ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ก็แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในช่วงที่เกมตึงเครียด โดยโค้ชชาวเบลเยียมกล่าวหลังเกมว่า “Real Madrid are Real Madrid; they are always a threat,” และเสริมว่าลูกทีม “mentally strong” ที่สามารถกลับมาจากความกดดันได้
ด้านฝั่งเรอัล มาดริด เกมนี้ยังถูกมองเป็นเหมือนบททดสอบของ อัลบาโร อาร์เบโลอา ที่เข้ารับงานในเดือนมกราคม แม้เจ้าตัวพยายามสร้างเงื่อนไขให้ทีมพึ่งพาเกมใหญ่ตามสไตล์มาดริด แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องการส่ง กามาวิงกา ลงมาและใบแดงที่ตามมา ทว่าภาพรวมแล้วบาเยิร์นคือทีมที่ดีกว่าและสมควรผ่านเข้ารอบ
นอกจากผลการแข่งขันแล้ว เกมนี้ยังสะท้อนความแตกต่างของสองทีมอย่างชัดเจน บาเยิร์นเล่นด้วยความเป็นทีม ครองบอลได้ดี และวิ่งไล่แย่งบอลอย่างไม่หยุด ขณะที่เรอัลมีทั้งช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์และช่วงที่อารมณ์พาเสียสมาธิ จนสุดท้ายต้องตกรอบแบบเจ็บปวด และทำให้เส้นทางในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกของพวกเขาจบลงในคืนที่ดราม่าที่สุดคืนหนึ่งของฤดูกาลนี้