Re: 4 ค่ายใหญ่เกาหลีจับมือทำโปรเจ็กต์ยักษ์!
อย่างแรกเลย เกาหลีแม่งหลงตัวเองคิดว่าวงการบันเทิงตัวเองใหญ่โตอะไรขนาดนั้น จริงๆคือใหญ่เฉพาะวงการซีรี่ย์เฉยๆ
ส่วนวงการเพลงนี่ได้ไม่ถึงครึ่งของญี่ปุ่นด้วยซ้ำมั้ง อเมริกานี่ไม่ต้องไปพูดถึง สองประเทศนี้น่าจะเกิน 60% ของทั้งโลกแล้ว
อย่างที่สอง เกาหลีมีคอนเสิร์ตในมือเยอะมากแต่กั๊กขากันเองทั้งนั้น Kcon งี้ Dream Concert งี้ พวกนี้คือมีชื่อโคตรนานแล้ว
แต่ด้วยผลประโยชน์ไม่ยอมแบ่งเค้กกันดีๆ ค่ายแม่มไปล็อบบี้กับทางผู้จัดว่าต้องให้วงของค่ายตัวเองได้เป็นวงปิด (เขาถือว่าวงปิดคอน = ใหญ่สุด)
สุดท้ายแม่มก็เป็นอย่างที่เห็น 2 คอนเสิร์ตนี้จากที่เคยมีชื่อ กลายเป็นคอนฯดาดๆที่แบบมีไว้แค่ให้รู้ว่ามีเฉยๆ หลังๆแทบจะกลายเป็นคอนเสิร์ตไว้ให้พวกเบอร์รองๆขึ้นมากกว่า
อย่างที่สาม ถ้าอยากมีโคเชลล่าของตัวเอง ก็ต้องกล้าเปิดให้ศิลปินต่างประเทศขึ้นแสดง "มากกว่านี้"
ถ้าจะให้แค่ศิลปินเกาหลีขึ้นอย่างเดียวก็กลับไปข้อสองว่า มีทั้ง Kcon, DreamCon มีอีกงานก็แค่เกรดเดียวกันเฉยๆ (ดีได้ไม่เกิน 2-3 ปีหรอกเดี๋ยวก็ล็อบบี้กันเหมือนเดิม)
เคยออกกฎหมายทุเรศๆอย่างการแบนไม่ให้เผยแพร่สื่อจากฝั่งญี่ปุ่น ในทางกฎหมายยกเลิกไปตอนปี 2022 แต่ปัจจุบันก็อย่างที่เห็นว่าศิลปินฝั่งญี่ปุ่นแม่มก็ได้ขึ้นกันไม่กี่รายการ
https://en.wikipedia.org/wiki/Censorship_of_Japanese_media_in_South_Korea
เห็นที่ไปออกมีแค่ช่อง Mnet รายการ Mcountdown แค่นั้นที่ได้ขึ้น ส่วนช่องสาธารณะสามช่องก็ยังไม่ได้ขึ้นสักที
ถ้าแค่นี้ยังกีดกันก็ไม่ต้องคาดหวังหรอกว่าจะให้พวกวงจากตะวันตกเขามาขึ้น (จะมาทำไม ตลาดเพลงอินเตอร์ในเกาหลีเล็กชิบหาย)
สู้บินข้ามหัวแล้วไปลงงานที่ญี่ปุ่นยังเวิร์คกว่าเลย ของญี่ปุ่นนี่คอนเสิร์ตเขาไม่เยอะเท่าแต่ศิลปินมันดันมีเยอะกว่าก็เลยเบียดกันเป็นปลากระป๋องตลอด
ต่างประเทศก็ต้องบินไปเพราะแม่มไม่ยอมมีถ่ายทอดสักที เสนอให้ขายบัตรก็ไม่ยอม
เอาแค่นี้ก่อน การที่ 4 ค่ายมารวมตัวกันไม่ได้แปลว่ามันจะดี ตราบใดที่ mindset ยังคิดว่า "วงค่ายตูต้องได้ขึ้นปิดคอน" แค่นี้ก็พร้อมแตกได้ทุกเมื่อ
แล้วเอาจริงๆนะ ยอมรับกันได้แล้วมั้งว่า KPop มันหมดเสน่ห์เพราะตัวเองชอบทำตัวมี Inferiority complex ที่ต้องให้ต่างชาติยอมรับอะ
ทำเพลง Kpop ธรรมดาๆก็มีเสน่ห์อยู่แล้ว ดันอยากจะโกอินเตอร์ทำเพลงภาษาอังกฤษเสิร์ฟต่างประเทศ คือตัวเองก็ร้องเพลงภาษาเกาหลีมาตลอด
แฟนคลับมันขยันเดี๋ยวก็แปลเนื้อให้ฟังเอง ยุค 2026 แล้วเผลอๆปล่อยออกมาปุ๊ป AI แม่งแปลเนื้อไม่ถึงนาทีก็เข้าใจละว่าสื่ออะไร
แล้วเนื้อเพลงอังกฤษที่ออกมาแม่มแย่กว่าสมัยก่อนที่โดนด่าเรื่องเอาคำภาษาอังกฤษมาใส่มั่วๆอีก
ย้อนกลับไปรากเหง้าของตัวเองดีกว่า ศิลปินหลายคนที่ตอนนี้ไวรอลๆอยู่เขาก็จับทางได้แล้วว่าตลาดต้องการอะไร
เพลงที่ออกมาไวรอลแต่ละเพลงก็คือรากฐานมาจากการเอาเมโลดี้ยุคก่อนๆสัก Gen 2 กลับมาทำใหม่แค่นั้นด้วยซ้ำ
จริงๆก็ถึงเวลาแล้วมั้งที่ Big 4 มันต้องล้มไปสักค่ายนึง ไม่งั้นก็กลายเป็นว่าวนอยู่ในอ่างแบบนี้แหละ