เหมือนเดิม...'มาเตต้า' เบิ้ลท้ายเกม 'นิว' นำแล้วเน่าพ่ายพาเลซ 2-1
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เข้าอีหรอบเดิมรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบหลังออกนำก่อนจาก วิลเลียม โอซูล่า แต่เล่นไปเล่นมาแผ่วเหมือนเดิมจนโดน ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า สำรองยิงตีเสมอในนาที 80 ตามด้วยจุดโทษในนาที 90+4 ส่ง สาลิกาดง พ่ายต่อ คริสตัล พาเลซ 2-1 หล่นไปอยู่ในอันดับ 14
คริสตัล พาเลซ
Starting Formation: 3-4-3
3.
ไทรีก มิตเชลล์

90+6'
7.0
19.
วิล ฮิวจ์ส

64'
6.0
10.
เยเรมี่ ปิโน่

76'
6.5
11.
เบรนแน่น จอห์นสัน

64'
5.5
22.
ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น

65'
5.5
ตัวสำรอง
7.
อิสไมล่า ซาร์

64'
6.0
14.
ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า

65'
8.0
18.
ไดจิ คามาดะ

76'
6.5
20.
อดัม วอร์ตัน

64'
6.0
24.
บอร์นา โซซ่า

90+6'
-
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
สนาม เซลเฮิร์ส ปาร์ค
วันที่ 12 เมษายน 2569
กรรมการ แอนดี้ แมดลี่ย์
คริสตัล พาเลซ
2
1
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
1-1 มาเตต้า 80'
2-1 มาเตต้า 90+4' (Pen.)
พาเลซ ปรับคู่กลางให้ แลร์มา กับ ฮิวจ์ส เป็นตัวจริงและแดนหน้าเปลี่ยนยกชุดใช้ ปิโน่, จอห์นสัน และ ลาร์เซ่น แทน
ส่วนทางด้าน นิวคาสเซิ่ล ส่ง บ็อตมัน คู่ เชา ในแนวรับแล้วแดนกลาง โตนาลี กับ ไมลี่ย์ คัมแบ็คส่วนแดนหน้าเลือกใช้ โอซูล่า ยืนค้ำแทน
ช่วงแรกไม่มีจังหวะหวาดเสียวให้ลุ้น
ช่วงแรกเริ่มเกมมายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหลังส่วนใหญ่ นิวคาสเซิ่ล ได้ครองบอลไว้กับตัวแต่ก็ไปป้วนเปี้ยนถึงเขตโทษของ พาเลซ ได้ลำบาก
สาลิกาบุกกลับ กอร์ดอน เลือกยิงเองติดบล็อก
นิวคาสเซิ่ล มีจังหวะที่เกือบได้ลุ้นกับการบุกกลับ กอร์ดอน ทางซ้ายพาบอลเข้าเขตโทษมาเองแล้วมีเพื่อนวิ่งเติมมาแต่เลือกแต่งแล้วยิงเองยังโดนบล็อก
พาเลซได้ลุ้น! ปิโน่ ยิงติดเซฟ มุนญอซ ซ้ำก็ไม่ผ่าน
เกมเงียไปนานแต่ พาเลซ บุกมาหนนี้เกือบนำหลังจากแย่งบอลกลับมาแล้ว จอห์นสัน จ่ายให้ ปิโน่ หน้าเขตโทษแต่งเข้าขวาแล้วยิงไปโดนปัดเอาไว้บอลยังเด้งไปหา มุนญอซ มุมแคบทางขวายิงซ้ำแต่ แรมส์เดล ปัดอีกหน
เกือบแล้ว! คานโวต์ โหม่งไม่กี่หลาข้ามคาน
พาเลซ มีลุ้นต่อทันทีกับเตะมุมทางฝั่งซ้ายเปิดเข้ามาหน้าประตูแล้ว คานโวต์ ได้ขึ้นโหม่งคนเดียวไม่กี่หลาแต่ก็ยังส่งบอลข้ามคานออกไปหน่อย
ลูกครอสหลุดมา มุนญอซ เบียดโหม่งก็เบาไป
ท้ายครึ่งแรก ปราสาทเรือนแก้ว เกือบได้ประตูอีกแล้วเมื่อ มิตเชลล์ เปิดจากซ้ายข้ามหัวเพื่อนที่เสาแรกมาแต่ยังมี มุนญอซ พยายามวิ่งมาเบียดโหม่งแต่ก็โดนเบาไป แรมส์เดล รับได้
โดนเลย! แนวรับพาเลซสกัดหลุดมา โอซูล่า นอนยิงนิวนำ
แต่แล้วพอ นิวคาสเซิ่ล ได้โอกาสอีกก็กลายเป็นประตูออกนำหลังจากเคาะบอลกันมาทำชิ่งจังหวะเดียวทางขวาแล้ว โตนาลี เบิ้ลให้ ไมลี่ย์ เปิดเรียดเข้าเขตโทษแนวรับ พาเลซ สกัดไม่ขาดหลุดมาหา โอซูล่า ที่ทิ้งตัวชาร์จไปแล้วแต่บอลยังกลิ้งมาให้นอนยิงจ่อๆตุงตาข่าย นิวคาสเซิ่ล นำ 1-0
เกือบสอง! พาเลซจ่ายไม่ดี โอซูล่า ฉกไปยิงโดนเซฟ
เข้าครึ่งหลังเกือบมีประตูให้ นิวคาสเซิ่ล เพิ่มแล้วหลังจากจังหวะจ่ายคืนหลัวแล้ว ริชาร์ดส จับบอลพลาดเลยถูก โอซูล่า วิ่งมาฉกบอลเข้าเขตโทษมีตัวตามมาประกบเลยพยายามขยับหาช่องยิงไปติดเซฟ
พาเลซลองใหม่ ปิโน่ ยิงข้ามคาน
พาเลซ กลับมาได้โอกาสลุ้นประตูตีไข่แตกด้วยการแทงให้ มิตเชลล์ วิ่งสอดขึ้นทางซ้ายแล้วปาดเรียดเข้าไปกลางเขตโทษ ปิโน่ วิ่งมาจับบอลได้ก่อนหันกลับมายิงเองแต่ก็ข้ามคาน
พาเลซอยู่ไม่ได้เปลี่ยนรวดเดียว 3 คน
เกมของ พาเลซ ยังไม่ดีขึ้นเลยต้องแก้เกมเปลี่ยนเอา วอร์ตัน, ซาร์ และ มาเตต้า ลงสนามมาแทน ฮิวจ์ส, จอห์นสัน และ ลาร์เซ่น
หวิดเจ๊า! ฟรีคิกเปิดถึง แลร์มา โหม่งชนคาน
หวิดเป็นประตูตเสมอให้ ปราสาทเรือนแก้ว สุดๆเลยกับฟรีคิกทางขวา ปิโน่ เป็นคนเปิดไปทางเสาไกลแล้วมี แลร์มา วิ่งมาคนเดียวขึ้นโหม่งได้ไม่กี่หลาแต่ก็ชนคานเข้าให้
มาจนได้! ลูกครอสถึง มิตเชลล์ กระดกให้ มาเตต้า โหม่งตีเจ๊า
แล้วหลังจาก พาเลซ ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆก็มีประตูตีเสมอเข้าจนได้จาก คามาดะ ถ่ายบอลออกไปขวาให้ มุนญอซ เปิดเข้าเขตโทษแล้วข้ามมาถึง มิตเชลล์ ว่างๆพักอกเอาบอลลงมี แรมส์เดล ออกมาปิดมุมแต่เลือกกระดกกลับไปตรงกลางให้ มาเตต้า ว่างๆโหม่งเข้าไป พาเลซ ไล่เจ๊าจนได้ 1-1
พาเลซได้จุดโทษ! มาเตต้า ยิงไม่พลาดแซงนำ
แล้วทดเจ็บ พาเลซ ยังมาได้จุดโทษเข้าให้หลังลูกทุ่มไกลเข้าเขตโทษ บ็อตมัน ดันไปดึงเสื้อ แลร์มา ชัดเจนจนล้มลงไปกรรมการเป่าทันที
มาเตต้า จัดการให้ยิงไปเสาขวามือ แรมส์เดล พุ่งถูกแต่ไม่ทัน พาเลซ แซงนำ 2-1
จบเกม นิวคาสเซิ่ล พ่ายต่อ พาเลซ 2-1 เป็นการแพ้ 3 เกมติดต่อกันในทุกรายการและโดนเบียดลงไปอยู่อันดับ 14 ของตารางแล้ว
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
Starting Formation: 4-3-3
8.
ซานโดร โตนาลี

90+5'
5.5
7.
โชเอลินตอน

84'
5.5
10.
แอนโธนี่ กอร์ดอน

71'
6.0
23.
เจค็อบ เมอร์ฟี่

90+5'
5.5
18.
วิลเลียม โอซูล่า

84'
6.5
ตัวสำรอง
9.
โยอาเน่ วิสซ่า

90+5'
-
11.
ฮาร์วี่ย์ บาร์นส

71'
5.5
20.
อันโทนี่ เอลังก้า

90+5'
-
27.
นิค โวลเตอมาเดอ

84'
-
41.
เจค็อบ แรมซี่ย์

84'
-
แก้ไขล่าสุดโดย redenzo เมื่อ Sun Apr 12, 2026 23:24, ทั้งหมด 6 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ