Orion (Artemis 2) ลงถึงพื้น(น้ำ)อย่างปลอดภัย!!!
นั่งลุ้นมาก ตอนประมาณ 7 โมงที่มีภาพกลับมา ละได้ยินเสียง ผบ คือโล่งใจแทน แอบกังวลเรื่อง Heat Shield นี่แหละ ภาพยานที่ลอยลงมาโคตรเจ๋งกับร่มที่กางออกคือแทบจะเรียกได้ว่าโคตรรรรรสมบูรณ์แบบ
จริงๆ อยากเขียนเรื่องนี้มาหลายวันละ แต่อยากให้ภารกิจจบก่อน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการทำวัสดุทนร้อนในปัจจุบันจะทำได้คุณภาพ "ต่ำกว่า" สมัย 50 ปีก่อน เหตุผลก็คือ การสูญเสียความรู้ทางด้านกระบวนการผลิต ถ้าใครลองค้นดูภาพรอยแตกกว่า 100 จุดของยานที่ลงมาตอน Artemis I ที่ไม่มีคนคือดูน่ากังวลมาก นาซ่าใช้เวลาหลายปีวิเคราะห์แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า "ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมาก" เปลี่ยนตัวเองนี่แหละ.... เปลี่ยนยังไงก็คือใช้เวลา Cool down ให้น้อยลง
https://www.esa.int/ESA_Multimedia/Images/2022/11/Orion_crew_capsule
https://en.wikipedia.org/wiki/Boost-glide
ตรงนี้ขอย้อนไปวิธีการคือการลงมาเร็วๆ มันควบคุมพื้นที่ลงจอด (ตก) ของยานยาก ในสมัยอพอลโลใช้วิธีนั้นเลย อีกอย่างคือนักบินอวกาศจะเจอค่า G ที่สูงมาก การกำหนดจุดลงจอดที่แม่นยำกับลดค่า G ที่นักบินอวกาศต้องเจอก็ทำได้โดยการทำให้การลดความเร็วเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำไงล่ะ? ก็ใช้รูปร่างของยานเองในการสร้างแรงยกตัวระหว่างการปะทะชั้นบรรยากาศ (เหมือนปีกเครื่องบินแหละ) ทำให้ยานเด้งกลับไปในอวกาศแล้วหมุนให้ยานกลับมาปะทะใหม่
ช่วงจังหวะแรกที่ลงมาจนเด้งกลับไปยานจะเจอความร้อนสูงสุด แต่ตอนเด้งกลับจะเย็นลงแล้วเจอความร้อนอีกที (แต่น้อยกว่าครั้งแรกมาก) ปัญหามันเกิดตรงนี้วัสดุที่ทำมามันทนร้อนได้อย่างเพอร์เฟค แต่ตอนคายความร้อนผิววัสดุด้านนอกมันเจอกับความเย็นในชั้นบรรยากาศด้านบนตอนเด้งไป ทำให้เย็นตัวอย่างเร็ว ในขณะที่ด้านในยังร้อนอยู่ เกิดแก๊สร้อนที่พยายามดันตัวออก จนเกิดรอยแตกแบบในรูป
https://www.nasa.gov/missions/artemis/nasa-identifies-cause-of-artemis-i-orion-heat-shield-char-loss/
สุดท้ายยานหล่นตุ๋มลงอย่างปลอดภัย หน่วยเข้าหาตัวได้อย่างเร็ว แต่มีปัญหาเล็กน้อยตรงทีมเข้าไปไม่สามารถวิทยุสื่อสารกับนักบินอวกาศในยานได้ เพราะต้องมีขั้นตอนการปิดเครื่องอะไร เพื่อความปลอดภัย ฮุสตันใช้วิธี "โทรศัพท์" ผ่านดาวเทียมเข้าหาลูกเรือ แล้วเชื่อมสัญญาณแทน พวกนี้พลิกแพลงเก่งมาก แต่ก็มีระบบสำรองเยอะจริง
ตอนลอยเท้งเต้งในทะเลนานกว่าตอนเข้าชั้นบรรยากาศโลกอีก