JAB Studio เปิดหมด! ดราม่า “เบย์” จากตู้หลักแสน ลามบ้านหลักล้าน

ตอนที่ 1: จุดเริ่มดราม่า
▪ เบย์โพสต์ด่าตู้โชว์คุณภาพแย่ ทำให้คนโยงมาที่ JAB Studio
▪ ตอนแรกไม่เอ่ยชื่อ แต่ลูกค้าและคู่ค้าทักถามเข้ามาจำนวนมาก
▪ บริษัทตรวจสอบแล้วมั่นใจว่าเป็นงานของตัวเอง
▪ จึงตัดสินใจออกแถลงการณ์ชี้แจงทั้งหมด
ตอนที่ 2: งานตู้โชว์ตัวต้นเรื่อง
▪ งานเริ่มจากการแนะนำช่างให้ตามสเปกที่เบย์ต้องการ
▪ ตู้อลูมิเนียมสีขาว รับน้ำหนัก 20–40 กก. พร้อมไฟ
▪ ราคาตู้ชั้น 1 อยู่ที่ 252,000 บาท
▪ บริษัทไม่บวกกำไร และเป็นฝ่ายสำรองเงินก่อนทั้งหมด
ตอนที่ 3: งานเพิ่มต่อเนื่อง
▪ มีการสั่งทำตู้ชั้น 2 เพิ่ม ราคา 194,000 บาท
▪ บริษัทยังคงสำรองเงินให้เหมือนเดิม
▪ พาไปเลือกซื้อของเข้าบ้านและจ่ายแทน 107,400 บาท
▪ โดยไม่ได้ตกลงล่วงหน้า แต่ยอมจ่ายเพราะเชื่อใจกัน
ตอนที่ 4: รีโนเวทบ้านทั้งหลัง
▪ งานขยายไปทั้งระบบไฟ น้ำ กล้อง และห้องต่าง ๆ ในบ้าน
▪ ครอบคลุมหลายห้อง เช่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องคอม
▪ รวมยอดค่าปรับปรุงทั้งหมด 1,782,488 บาท
▪ บริษัทเป็นฝ่ายออกเงินล่วงหน้าทั้งหมดโดยไม่คิดดอกเบี้ย
ตอนที่ 5: ผ่อนหนี้ยาวเกือบ 2 ปี
▪ เบย์ขอผ่อนชำระเป็นงวด เนื่องจากไม่พร้อมจ่ายก้อนเดียว
▪ มีการผ่อนทั้งหมด 19 งวด ตั้งแต่ปี 2566–2568
▪ ยอดผ่อนตั้งแต่ 50,000 ถึง 200,000 บาทต่อครั้ง
▪ สุดท้ายจ่ายครบ โดยบริษัทได้เงินต้นคืนทั้งหมด
ตอนที่ 6: ปิดดีลแต่ความสัมพันธ์เริ่มร้าว
▪ หลังจ่ายครบ มีข้อความยืนยันว่า “จบ ไม่มีอะไรค้าง”
▪ บริษัทเข้าใจว่าเรื่องจบและแยกย้ายกัน
▪ ไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติมหรือเคลียร์ใจใด ๆ
▪ แต่ต่อมามีโพสต์พาดพิงจนเกิดดราม่ารอบใหม่
ตอนที่ 7: โปรเจคร่วมและงานแข่ง
▪ มีโปรเจค Keycap ร่วมกัน บริษัทลงทุน 1 ล้านบาท
▪ สินค้าขายไม่หมด บริษัทแบกรับต้นทุนเอง
▪ งานแข่งเกม บริษัทช่วยจัดงานและออกอุปกรณ์ให้ฟรี
▪ ยังผลิตของขายแบ่งรายได้ให้เบย์ 90% เพื่อช่วยใช้หนี้
ตอนที่ 8: ปมแตกและจุดยืนสุดท้าย
▪ มีการกล่าวหาเรื่องดูถูก หลอกลงทุน และพาดพิงครอบครัว
▪ บริษัทโต้ว่าไม่มีหลักฐาน และไม่เคยเรียกเงินลงทุน
▪ ยืนยันว่าเป็นฝ่ายออกเงินให้ตลอดทุกงาน
▪ พร้อมเปิดหลักฐาน ตรวจสอบ และขึ้นศาลหาความจริง
.
.
⚠ หมายเหตุเพื่อความเข้าใจตรงกัน:
เนื้อหานี้เป็นการสรุปจากโพสต์ต้นทางเท่านั้น
ไม่ได้มีการฟันธงหรือชี้ว่าใครถูก-ใครผิด และไม่มีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายต่อฝ่ายใด ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล