[RE: ชาวนา อุทัยธานี ถอดใจ ประกาศเลิกอาชีพทำนา แบกต้นทุนไม่ไหว น้ำมัน-ปุ๋ยแพง ราคาข้าวตกต่ำ สิ้นหวังรัฐบาลไม่ช่วยเหลือ อาจต้องปล่อยผืนนารกร้าง หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นตามยถากรรม]
XWB พิมพ์ว่า:
ที่บ้านผมให้อยู่เฉยๆและ
แม่งเป็นอาชีพเดียว ที่รู้ต้นทุนเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าราคาขายจะได้เท่าไหร่
ทำไปมีแต่หนี้เพิ่ม จะทำ ทำไมวะ
จริงๆมันทำได้ครับ แต่ทำคนเดียวไม่ได้รัฐต้องเข้ามาช่วย ยังไงข้าวเป็นสินค้า commodity มันควรจะกำหนดราคาขายล่วงหน้าได้ (short sell) เช่น สมมติว่า
- กำลังตัดสินใจเริ่มแปลง ก็ไปดูราคาซื้อขายในตลาดว่าโอเคกับต้นทุนมั้ย ถ้าไม่ก็รอไปก่อน ทำอย่างอื่นก่อน
- รอจนได้ราคาที่โอเคก็เริ่มแปลงพร้อมทำสัญญา short sell สมมติระยะเวลาปลูก-เก็บเกี่ยว 4 เดือน ยอดตามจำนวนที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้
- ปลูกไปจนเก็บเกี่ยว ถ้าราคาแพงกว่า ก็ขายข้าวปกติ แล้วปิดสัญญา(ขาดทุน) แต่กำไรข้าว - ค่าธรรมเนียม
- แต่ถ้าราคาขายถูกกว่า(ขาดทุน) ก็ขายข้าวปกติเหมือนกัน แล้วปิดสัญญา short sell ทำกำไรเพราะราคาถูกลง
- เอากำไรจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้านี่แหละมาอุกหนุนกำไรที่พร่องไป
แต่เกษตรกรรายเดียวมันทำยาก แต่รวมกันนิดเดียวก็ทำได้แล้วสัญญานึงมัน 20 ตันเอง กับอาจจะเสี่ยงถ้าราคาขึ้นจะโดน margin call แล้วไม่มีเงินไปเติมโดน forcesell ทำให้ความเสี่ยงกลับไปอยู่หน้าแปลง แต่เทียบกับนโยบายต่างๆที่อุดหนุนราคา อันนี้ถูกกว่าเยอะ