ปืนใหญ่ใช้เงินไปเกือบ 900 ล้านยูโร แต่ยังไม่ได้แชมป์ใหญ่สักใบ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอาร์เซนอลแพ้ เซาแธมป์ตัน 1-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ทีมที่อยู่ในแชมเปียนชิพ ทีมที่มูลค่าสกวอดรวมกันไม่ถึงหนึ่งในแปดของอาร์เซนอล และนั่นทำให้ตกรอบสองรายการติดกันในสัปดาห์เดียว หลังจากที่เพิ่งแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในรอบชิงชนะเลิศลีกคัพมาก่อน อาร์เตต้าพูดหลังเกมว่าทีมต้องพิสูจน์ตัวเองบนสนาม ไม่ใช่ในห้องแถลงข่าว ซึ่งมันฟังดูถูกต้อง แต่ก็ยิ่งทำให้คำถามที่รออยู่มานานหนักขึ้นด้วย
นับตั้งแต่ มิเกล อาร์เตต้า รับตำแหน่งเมื่อปลายปี 2019 อาร์เซนอลใช้เงินในตลาดซื้อขายนักเตะสุทธิไปแล้ว 843.5 ล้านยูโร ซึ่งสูงเป็นอันดับสามของสโมสรอังกฤษทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน ตามหลังแค่เชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่ทำให้ตัวเลขนั้นหนักกว่าแค่การใช้จ่ายคือสิ่งที่ได้กลับมา ในช่วงเวลาเดียวกัน ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ใหญ่ไป 5 ใบ แมนซิตี้คว้าถึง 9 ใบ ขณะที่อาร์เซนอลมีแค่ถ้วยเอฟเอ คัพในปี 2019/20 เพียงใบเดียวเท่านั้น ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ฟอร์มยังดี ชนะ 21 เสมอ 7 แพ้ 3 จาก 31 นัด แต่แชมป์คือสิ่งเดียวที่จะตอบทุกคำถามได้
ตอนนี้อาร์เซนอลเหลือสองเส้นทางที่ยังมีความหวัง คือพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก ในยุโรปพวกเขาเป็นเต็งในการผ่าน สปอร์ติ้ง ลิสบอน แต่ถ้าผ่านได้ก็จะเจอกับทีมที่ยากกว่านี้อีก และในลีกยังต้องเดินทางไปเยือนแมนซิตี้ปลายเดือนนี้ อาร์เตต้าพูดเสมอว่าไม่มีใครตั้งมาตรฐานสูงกว่าตัวเขาเอง และนั่นก็เป็นเรื่องจริง แต่ในฟุตบอลมาตรฐานที่สูงโดยไม่มีถ้วยรางวัลมาพิสูจน์ มันก็แค่คำพูดที่ฟังดูดีเท่านั้น ฤดูกาลนี้อาจเป็นจุดหักเหที่ชัดเจนที่สุดในยุคของอาร์เตต้า ถ้าจบโดยไม่ได้แชมป์ใหญ่อีกครั้ง คำถามที่ตามมาจะดังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา